บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ โค (TEPCO) จะเริ่มเปิดเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คาชิวาซากิ-คาริวะ อีกครั้งในวันพุธ (21 ม.ค.) หลังจากการตรวจสอบความปลอดภัยเสร็จสิ้น ซึ่งถือเป็นการกลับมาดำเนินการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมะในปี 2011
เทปโก ระบุว่า เตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 ขนาด 1.36 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 8.2 กิกะวัตต์เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง จะถูกเปิดใช้งานหลังเวลา 19.00 น. วันนี้ (21) ตามเวลาท้องถิ่น
การเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ครั้งนี้ล่าช้ามาจากวันที่ 20 ม.ค. เนื่องจากเทปโกได้ตรวจสอบความผิดปกติของระบบเตือนภัย โดย ณ เช้าวันพุธ (21) อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทำงานได้ตามปกติแล้ว ตามข้อมูลจากบริษัท
คาดว่าการเปิดใช้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 ในเชิงพาณิชย์อีกครั้งจะช่วยเพิ่มปริมาณกระแสไฟฟ้าในพื้นที่โตเกียวซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดของญี่ปุ่นภายในสิ้นเดือน ก.พ. และคาดว่าเตาปฏิกรณ์หมายเลข 7 จะถูกเปิดใช้ได้ในราวๆ ปี 2030 ขณะที่เตาปฏิกรณ์อื่นๆ บางส่วนอาจถูกปลดระวาง
การกลับมาเปิดใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ทำให้จำนวนเตาปฏิกรณ์ที่กลับมาใช้งานในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 15 เครื่องจากทั้งหมด 33 เครื่องที่ยังคงใช้งานได้ โดยก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้สั่งปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมด 54 หน่วยทั่วประเทศจากเหตุการณ์แท่งเชื้อเพลิงหลอมละลายที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ เมื่อปี 2011
นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ กำลังผลักดันการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ โดยเฉพาะเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ๆ และเตาปฏิกรณ์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยรัฐบาลเพิ่งประกาศโครงการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐเพื่อเร่งการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์
หลังความล่าช้าในการพัฒนาพลังงานลมในทะเลและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ญี่ปุ่นเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจกับพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และลดการซื้อก๊าซและถ่านหิน
การเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ซึ่งเป็นครั้งแรกของเทปโกนับตั้งแต่ภัยพิบัติฟูกูชิมะ ยังถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นทั้งหมด เนื่องจากมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก 6 แห่งที่ดำเนินการโดยบริษัทสาธารณูปโภคอื่นๆ รวมถึงบริษัท ชูบุ อิเล็กทริก พาวเวอร์ จำกัด ที่กำลังรอการตัดสินใจจากหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง
ความคืบหน้าเหล่านี้ยังเป็นที่น่าจับตามอง ในขณะที่ญี่ปุ่นพยายามเพิ่มความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในด้านเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นใหม่และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ทั่วโลกส่วนใหญ่ยังถูกครอบงำโดยจีนและรัสเซีย
นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Kpler คาดการณ์ว่า การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวของญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของโลกร่วมกับจีนจะลดลง 4 ล้านตันในปี 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 62 ล้านตัน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ และหากเตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 6 สามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปีนี้
ที่มา: รอยเตอร์


