ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส เมื่อวันอังคาร(20ม.ค.) เรียกร้องจีนเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) ในยุโรป ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอียูกับสหรัฐฯ ในประเด็นเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หวังครอบครองกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก
อย่างไรก็ตามผู้นำฝรั่งเศสเน้นว่า แม้ยุโรปเปิดกว้างสำหรับการเป็นหุ้นส่วนกับจีน แต่ความเป็นหุ้นส่วนนั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการส่งออกสินค้าพื้นฐาน เป็นการผลิตในท้องถิ่นและมีการถ่ายโอนเทคโนโลยีภายในภาคอุตสาหกรรมสำคัญๆ
ระหว่างกล่าวกับพวกผู้นำโลก ณ เวทีสัมมนาเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม ในเมืองดาวอส เชื่อว่าการเติบโตทางเศษรษฐกิจของยโรปจะดีขึ้น ด้วยการที่บริษัทต่างๆของจีนยกระดับการปรากฏตัวอย่างเป็นหลักเป็นแหล่งในทวีปแห่งนี้ เขาอ้างว่าแนวทางดังกล่าวมีความเหมาะสมกว่ารูปแบบการนำเข้าสินค้าในปัจจุบัน ที่อาจฉวยประโยชน์จากการอุดหนุนระดับสูงหรือขัดแย้งกับมาตรฐานด้านกฎระเบียบของยุโรป
"จีนเป็นที่ต้อนรับ" มาครงเน้นย้ำ "แต่สิ่งที่เราต้องการคือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโดยจีน ในบางภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเรา" เขากล่าวโดยเฉพาะเจาะจงถึงอุตสาหกรรมสำคัญๆที่จีนถือครองความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี อย่างแบตเตอรีรถอีวี, แผงโซลาร์ และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด
ความเห็นของประธานาธิบดีรายนี้มีขึ้นหลังจากที่เขาเดินทางเยือนปักกิ่งเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งคราวนั้นเขาได้พบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หารือกันเกี่ยวกับโครงการต่างๆนานาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างการประชุม มาครง เน้นย้ำถึงความสำคัญที่ต้องปกป้องฐานอุตสาหกรรมยุโรป แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับถึงความได้เปรียบของจีน ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีทดแทน
เสาหลักในยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีฝรั่งเศส คือ "นโยบายสิทธิพิเศษยุโรป" มาครงสนับสนุนให้กำหนดข้อบังคับกับรถยนต์ทุกคนที่จำหน่ายภายในสภาพยุโรป ต้องใช้ชิ้นส่วนที่มีแหล่งที่มาในท้องถิ่นอย่างน้อย 75% เป้าหมายนี้สอดคล้องกับระบบห่วงโซอุปทานในปัจจุบัน ที่บังคับใช้กับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในดั้งเดิม และมีเจตนาเพื่อรับประกันว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า จะไม่ส่งผลกระทบทำให้ภาคการผลิตของประเทศเสื่อมถอยลง
เสียงเรียกร้องเกี่ยวกับการลงทุน มีขึ้นในช่วงเวลาละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอียูกับจีน เมื่อช่วงปลายปี 2024 สหภาพยุโรปปรับเพิ่มเพดานภาษีกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตโดยจีน นอกเหนือจากภาษีศุลกากรนำเข้ามาตรฐาน 10% อ้างอิงความกังวลเกี่ยวกับการอุดหนุนของภาครัฐ
(ที่มา:เอเจนซี)


