xs
xsm
sm
md
lg

ประชุมดาวอสเปิดฉาก “ทรัมป์” เปลี่ยนโฉมโลกประเด็นร้อน “ศึกเกาะกรีนแลนด์” Oxfam เปิดรายงานชี้ "นโยบายทรัมป์" ทำให้เกิดมหาเศรษฐีทั่วโลก 3,000 คนเป็นครั้งแรก รวยพุ่ง 18.3 ล้านล้านดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/เอเอฟพี/MGRออนไลน์ - นักการเมืองและนักธุรกิจทั่วโลกเดินทางร่วมการประชุมดาวอสสัปดาห์นี้พร้อมประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเข้าร่วมประชุมวันพุธ(21 ม.ค)ท่ามกลางปัญหาประเด็นร้อน กรีนแลนด์ ทำป่วนทั่วยุโรป ด้าน Oxfam ของอังกฤษเปิดรายงานชี้ นโยบายทรัมป์เอื้อความมั่งคั่งมหาเศรษฐีทั่วโลกพุ่ง 16.2% แตะ 18.3 ล้านล้านดอลลาร์ และเพิ่มมหาเศรษฐีพันล้านมากถึง 3,000 คนเป็นครั้งแรก

ยูโรนิวส์รายงานวันนี้(19 ม.ค)ว่า สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การประชุมดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ สัปดาห์นี้จากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กลางสัปดาห์ คาดจะนำคณะจากสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมด้วยตัวเองท่ามกลางกระแสความตรึงเครียดการเมืองเชิงภูมิศาสตร์โลกจากการที่สหรัฐฯพยายามจะผนวกดินแดน 'เกาะกรีนแลนด์' ของเดนมาร์กและข่มขู่จะใช้มาตรการภาษีกับชาติพันธมิตรยุโรปทั้งหลายที่เข้าขวาง และบวกก่อนหน้ากับปฎิบัติการทหารสายฟ้าแลบบุกชิงตัวอดีตผู้นำเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร และภรรยาขึ้นศาลนิวยอร์กสำเร็จ

คณะของประธานาธิบดีสหรัฐฯคาดจะเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลกที่สวิตเซอร์แลนด์ที่เหล่าผู้นำทั่วโลก ซีอีโอใหญ่บริษัทข้ามชาติและเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญต่างๆเดินทางร่วม โดยวาระทางการของการประชุมดาวอสครั้งที่ 56 ภายใต้ธีมชื่อ “จิตวิญญาณของการเจรจา” (A Spirit of Dialogue)

อ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของเวิลด์อิโคโนมิกฟอรัมพบว่า มีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมด 3,000 คนมาจาก 130 ชาติทั่วโลกเพื่อนำทางเศรษฐกิจ การเมืองเชิงภูมิศาสตร์ เทคโนโลยี ในการเปลี่ยนแปลงโลก

คาดจะมีนักการเมืองชั้นนำ 400 คน รวมผู้นำรัฐบาล 65 ชาติ และรวมผู้นำกลุ่ม G7 จำนวน 6 คนเข้าร่วม

ยูโรนิวส์รายงานว่า การประชุมเวิลด์อิโคโนมิกฟอรัมเปิดฉากด้วยการประท้วงที่มีผู้เข้าร่วมราว 300 คน

ผู้ประท้วงเหล่านี้ต่างประท้วงทั้งเวิลด์อิโคโนมิกฟอรัมและเจ้าหน้าที่สวิสที่ต่างปูพรมแดงต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่หนึ่งในผู้เข้าร่วม ชาวสวิสรุ่นใหม่ที่ประกาศตัวเป็นโซเชียลลิสต์ Nathalie Ruoss ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า กลุ่มคนที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกทำการตัดสินใจที่ดาวอสที่จะกระทบต่อทุกคน

“และในสิ่งที่พวกเขาทำนั้นไม่ชอบด้วยประชาธิปไตย” เธอกล่าว พร้อมประณามว่าสิ่งที่รับไม่ได้ที่องค์กรเวิลด์อิโคโนมิกฟอรัมต้อนรับฟาสซิสต์เช่น “โดนัลด์ ทรัมป์”

และกรุงเบิร์นของสวิตเซอร์แลนด์ มีการประท้วงที่ไม่ได้ขออนุญาตเปิดฉากขึ้นพร้อมกับการโดนสลายอย่างรวดเร็ว ตำรวจสวิสระดมมาในจำนวนมากพร้อมปิดย่านเมโทรใจกลางเมืองไว้เพื่อป้องกันการชุมนุมเพิ่ม

ยูโรนิวส์รายงานว่า การปาฐกถาของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นคาดว่าจะให้ความสำคัญไปที่ปัญหาภายในสหรัฐฯเองถึงแม้จะอยู่ในบรรยากาศระหว่างประเทศก็ตาม

โดยในวันอาทิตย์(18) อังกฤษ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการกระทำของทรัมป์ต่อเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนอาณานิคมของเดนมาร์กว่า จะเป็นอันตรายแบบไม่หยุดหย่อนและเสี่ยงที่จะบั่นทอนความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีมาอย่างยาวนนานในถ้อยแถลงที่รุนแรงที่สุดส่งไปยังวอชิงตัน

ทั้งนี้เดอะฮิลล์ของสหรัฐฯรายงานวันอาทิตย์(18) เลขาธิการใหญ่องค์การนาโต มาร์ก รึตเตอ (Mark Rutte) แถลงวานนี้(18)ว่า เขาได้หารือร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในกรีนแลนด์

“หารือร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในกรีนแลนด์และภูมิภาคอาร์กติก พวกเราจะยังคงทำงานในสิ่งนี้ และผมเฝ้ารอที่จะพบเขาในดาวอสภายหลังในสัปดาห์นี้” รายงานจากแถลงการณ์ของรึตเตอบนแพลตฟอร์ม X

เอเอฟพีรายงานวันนี้(19)การประชุมดาวอสที่เป็นการประชุมเวิลด์อิโคโนมิกฟอรัมโลกทำให้สายตาจับจ้องไปที่ผู้นำอเมริกันอย่างไม่ต้องสงสัย โดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของอังกฤษ Oxfam ออกรายงานประจำปีชี้ว่า นโยบายของทรัมป์สร้างความมั่งคั่งให้กับบรรดามหาเศรษฐีพันล้านทั่วโลกที่เพิ่ม 16.2% ในปีแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 มาอยู่ที่ 18.3 ล้านล้านดอลลาร์

“มาตรการต่างๆของความเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯของทรัมป์รวมไปถึงการคลายกฎเกณฑ์และการบั่นทอนข้อตกลงต่างๆเพื่อเพิ่มภาษีบริษัทสร้างผลประโยชน์ต่อพวกมหาเศรษฐีทั่วโลก” รายงานจาก Oxfam

Oxfam กล่าวต่อว่าส่งผลทำให้เวลานี้ทั่วโลกมีมหาเศรษฐีพันล้านไม่ต่ำกว่า 3,000 คนเป็นครั้งแรก 

เพื่อนทรัมป์เจ้าของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ อีลอน มัสก์ เป็นผู้นำสูงสุดของกลุ่มเศรษฐีพันล้าน 12 คนแรกที่มีความมั่งคั่งรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งมนุษยชาติที่ยากจนมากที่สุดในโลกที่มีราว 4 พันล้านคน

องค์กรอังกฤษชี้ต่อว่า เงินที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนี้ถูกใช้ซื้ออำนาจทางการเมือง โดยชี้ไปที่บรรดามหาเศรษฐีที่ทรงอิทธิพลของโลกซื้อสื่อและหนังสือพิมพ์เป็นต้นว่า อีลอน มัสก์ ซื้อทวิตเตอร์ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแพลตฟอร์ม X ในที่สุด

ส่วนเจฟฟ์ เบซอส เจ้าของแอมะซอนและบริษัทสำรวจอวกาศ Blue Origin ซื้อหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์

และสำหรับ Oxfam แล้วการที่รัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจยกเว้น 'สหรัฐฯ' จากข้อตกลงนานาชาติว่าด้วยอัตราภาษีนิติบุคคลข้ามชาติขั้นต่ำ (global corporate tax)ที่ 15% ของ OECD ที่มีเกือบ 150 ประเทศร่วมนั้นเป็นตัวอย่างการเพิกเฉยของสหรัฐฯต่อความเหลื่อมล้ำที่มีมากขึ้น

อ้างอิงการวิเคราะห์จากธนาคารกรุงศรี ชี้ว่า Global Corporate Tax มีเป้าหมายบริษัทจะลดการโยกย้ายกำไรของบริษัทข้ามชาติไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ (Tax Havens) และบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้เกิน 750 ล้านยูโรต่อปี จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทเหล่านั้นมีต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

เป็นกฎที่บังคับให้บริษัทใหญ่ๆ ที่ทำธุรกิจทั่วโลก ต้องจ่ายภาษีอย่างน้อย 15% ไม่ว่ากำไรจะไปตกที่ประเทศไหนก็ตาม เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี.

“การเพิ่มช่องว่างระหว่างคนรวยและคนอื่นทั้งหมดนั้นในเวลาเดียวกันเป็นการสร้างการขาดดุลทางการเมืองนี้อันตรายอย่างสูงและไม่ยั่งยืน” ซีอีโอ Oxfam อมิตาบห์ เบฮาร์ (Amitabh Behar) กล่าว่านแถลงการณ์ เอเอฟพีรายงาน 


กำลังโหลดความคิดเห็น