กัมพูชาเดินหน้าปักปันเขตแดนภาคพื้นในอาณาเขตประเทศไทย หลังคำร้องขอประชุมนัดพิเศษคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี) ถูกไทยขอเลื่อนออกไปเป็นครั้งที่ 2 ตามรายงานของพนมเปญโพสต์ เน้นย้ำจุดยืนของกัมพูชาที่ระบุว่าความร่วมมือทางเทคนิคต้องเดินหน้าโดยปราศจากความล่าช้าทางการเมืองใดๆ
ในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ในวันพุธ(15ม.ค.) สำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชา ระบุว่าเป็นอีกครั้งที่ฝ่ายไทยขอเลื่อนการประชุมเจบีซีนัดพิเศษ หลังจากกัมพูชาเสนอให้จัดการประชุมในเสียมราฐ ระหว่างสัปดาห์ที่ 2 หรือสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม
รายงานของพนมเปญโพสต์ระบุ ไทยอ้างว่าจำเป็นต้องเสร็จสิ้นกระบวนการภายในเสียก่อน สำหรับจัดตั้งองค์ประกอบใหม่เจบีซีของฝ่ายไทย ครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ตามหลังศึกเลือกตั้งทั่วไทย ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์
แทนที่จะรอให้การประชุมระดับสูงเดินหน้า กัมพูชาร้องขออย่างเป็นทางการ ให้ส่งคณะทำงานสำรวจร่วม(JST) จากทั้ง 2 ประเทศ กลับเข้าไปทำงานภาคสนาม ตามเส้นแบ่งเขตที่เห็นพ้องต้องกันแล้ว
ถ้อยแถลงของสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชา บอกว่ากัมพูชาส่งหนังสือทางการทูตไปยังไทยในวันที่ 13 มกราคม ร้องขอให้คณะทำงานสำรวจร่วมกลับมาทำงานระหว่างหลักเขตแดนที่ 42-47 และ 52-59 ในวันเวลาใดก็ตามที่เหมาะสม ระหว่างวันที่ 19 ถึง 23 มกราคม เปิดทางให้คณะทำงานด้านเทคนิคจากทั้ง 2 ประเทศประสานงานกันโดยตรงในเรื่องเวลาและสถานที่
สำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชา ระบุต่อว่าคำขอดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานการประชุมที่เห็นพ้องต้องกันของที่ประชุมนัดพิเศษคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2025 ในจังหวัดจันทรบุรี
กัมพูชาร้องขอให้คณะทำงานร่วมกลับสู่ภาคสนามระหว่างวันที่ 26 มกราคมถึง 30 มกราคม สำรวจและสร้างหลักเขตแดนใหม่ 15 หลักที่ชำรุดหรือสูญหาย ที่เห็นพ้องต้องกันทั้ง 2 ฝ่าย
ถ้อยแถลงอ้างถึงความคิดเห็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ที่บอกก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนว่า ระหว่างช่วงเวลาของรัฐบาลรักษาการ การประชุมเจบีซีอย่างเป็นทางการไม่อาจเดินหน้าได้ สืบเนื่องจากประธานเจบีซี พ้นหน้าที่ตามวาระของรัฐบาล "อย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่ากลไกระดับการทำงานยังคงทำหน้าที่อยู่ และบอกว่าคณะทำงานในระดับทำงาน ยังคงเดินหน้าภารกิจต่อไป" ทางสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชากล่าวอ้าง
กัมพูชาเน้นย้ำจุดยืนทางกฎหมาย ระบุว่าพวกเขาจะเดินหน้าปกป้องเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศกัมพูชา-ไทย ตามหลักกฎหมายระหว่งประเทศ หลักการของความเป็นเขตแดนที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได รวมถึงตามอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยามและสนธิสัญญาต่างๆ เช่นเดียวกับแผนที่และบันทึกต่างๆที่ทางคณะกรรมการกำหนดเขตแดนที่ผ่านๆมา รับรองอย่างเป็นทางการ
ในถ้อยแถลงเน้นย้ำว่ากัมพูชาจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเขตแดนใดๆอันเป็นผลจากการใช้กำลัง ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำว่ามีความพร้อมสำหรับเดินหน้าสำรวจและทำงานด้านปักปันเขตแดนกับไทยอย่างเร็วที่สุด ในการเสาะหาสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน
อนึ่งเพจดัง "คัดข่าว" ตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ว่า กัมพูชาเลือกเดินหน้าวางหมุดเพียงฝ่ายเดียวเพื่อ "แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน" ว่าปักหมุดชายแดนต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมก็ตาม โดยกัมพูชากำลังใช้กลยุทธ์ ‘ทำก่อน พูดทีหลัง’ เพื่อสร้างข้อเท็จจริงบนพื้นที่ (facts on the ground) และกดดันให้ไทยต้องกลับมานั่งโต๊ะเจรจา
เพจคัดข่าวชี้ว่า หากไทยปล่อยให้กัมพูชาปักหมุดฝ่ายเดียวสำเร็จ จะกลายเป็นฐานต่อรองที่แข็งแกร่งในอนาคต แต่ขณะเดียวกันก็เสี่ยงจุดชนวนความตึงเครียดใหม่ หากไทยไม่ยอมรับผล ทั้งนี้การปักหมุดฝ่ายเดียวอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าใหม่ หากไทยไม่ยอมรับและกัมพูชายืนยันว่าจะต้องเป็นไปตามนี้เพราะไทยไม่มาคัดค้านตั้งแต่แรก
(ที่มา:พนมเปญโพสต์/mgronline)


