xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์ออกหมัดแรก!สั่งรีดภาษีชาติคู่ค้าอิหร่าน25% ทำเนียบขาวยันไม่ตัดทางเลือกแทรกแซงทางทหาร ขณะตัวเลขผู้เสียชีวิตสับสน แต่UNยันอยู่ที่หลักหลายร้อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพถ่ายในวันอังคาร (13 ม.ค.) จากวิดีโอซึ่งโพสต์ทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ (12) แสดงให้เห็นศพจำนวนหลายสิบศพนอนอยู่ด้านในศูนย์วินิจฉัยและห้องแล็บทางนิติวิทยาศาสตร์จังหวัดเตหะราน ในเมืองคาห์ริซัค ขณะที่ดูเหมือนมีญาติมิตรซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้ากำลังค้นหาผู้เป็นที่รักที่สูญหายไป ทั้งนี้มีวิดีโอคลิปอื่นๆ ที่แสดงฉากเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ปรากฏทางออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ม.ค.
ทรัมป์ประกาศในวันจันทร์ (12 ม.ค.) รีดภาษีศุลกากรประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน 25% โดยทำเนียบขาวย้ำผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ตัดทางเลือกในการใช้กำลังทหาร ด้านเตหะรานเผยพร้อมรับมือทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น แต่หวังว่า วอชิงตันจะเลือกหนทางที่ฉลาด ขณะที่ตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการใดๆ อยู่ในความสับสน รอยเตอร์อ้างเจ้าหน้าที่อิหร่านซึ่งไม่ได้ระบุชื่อพูดลอยๆ ว่าน่าจะอยู่ราวๆ 2,000 คน ส่วนหน่วยงานสิทธิมนุษยชนยูเอ็นกล่าวว่าตัวเลขคงจะเป็นเรือนหลายร้อย

ทางการอิหร่านยืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว หลังประชาชนซึ่งออกมาประท้วงความยากลำบากทางเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ได้แผ่ลามกลายเป็นลุกฮือประท้วงใหญ่ทั่วประเทศตั้งแต่วันพฤหัสฯ (8 ) ทว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า รัฐบาลใช้กระสุนจริงยิงผู้ประท้วง และตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อปิดบังการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง

แม้อินเทอร์เน็ตยังคงใช้งานไม่ได้มากว่า 4 วัน แต่วันอังคาร (13) การติดต่อทางโทรศัพท์ระหว่างประเทศในอิหร่านกลับใช้ได้อีกครั้ง ทว่า ทำได้แค่โทรศัพท์ออกเท่านั้น

ในวันจันทร์ (12) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งขู่เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า กำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ ในการดำเนินการกับอิหร่านที่ปราบปรามผู้ประท้วง โดยรวมถึงทางเลือกในการเข้าแทรกแซงทางทหารด้วย ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียระบุว่า จะเก็บภาษีศุลกากรพวกประเทศคู่ค้าของอิหร่านเพิ่มในอัตรา 25% โดยมีผลบังคับในทันที

ทั้งนี้ คู่ค้าสำคัญในปัจจุบันของอิหร่าน ได้แก่ บราซิล จีน รัสเซีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิรัก

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงตอบโต้ในวันอังคาร (13) ว่า จีนเชื่อมาตลอดว่า จะไม่มีผู้ชนะในสงครามภาษีศุลกากร และจะปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศอย่างแน่วแน่

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (ไอเอชอาร์) ที่ตั้งฐานอยู่ในนอร์เวย์ อ้างว่า มีผู้เสียชีวิตระหว่างการประท้วงในอิหร่านคราวนี้ ที่ได้รับการยืนยันแล้ว 648 คน ซึ่งรวมถึงเด็ก 9 คน และเตือนว่า ตัวเลขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยผู้สังเกตการณ์บางกลุ่มประเมินว่า อาจมากกว่า 6,000 คน

ไอเอชอาร์เสริมว่า การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทำให้การตรวจสอบรายงานเหล่านั้นอย่างอิสระทำได้ยากมาก พร้อมประเมินว่า มีผู้ถูกจับกุมราว 10,000 คน

สำหรับ ฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ซึ่งตั้งฐานอยู่ในนิวยอร์ก ระบุว่า ทางการอิหร่านปราบปรามผู้ประท้วงรุนแรงขึ้นอย่างมากนับจากวันพฤหัสฯ (8) โดยมีรายงานที่เชื่อถือได้ว่า กองกำลังความมั่นคงไล่สังหารคนจำนวนมากทั่วประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสั้นๆ จากดูไบว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านผู้หนึ่งบอกกับรอยเตอร์ในวันอังคาร (13) ว่ามีผู้ถูกสังหารไปในการประท้วงราวๆ 2,000 คน พร้อมกับประณาม “พวกผู้ก่อการร้าย” ว่าเป็นตัวการทำให้พลเรือนและบุคลากรด้านความมั่นคงเสียชีวิต

ด้านบีบีซีอ้างปากคำของ จิยาร์ โกล ผุ้สื่อข่าวให้แก่บีบีซีภาคภาษาเปอร์เซีย กล่าวว่า ตัวเขาสามารถ “พูดด้วยความมั่นใจว่า จำนวนของผู้ถูกสังหารในเวลานี้จะต้องอยู่ในระดับหลักพัน”

ส่วน เจเรมี ลอเรนซ์ โฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวในการแถลงข่าวที่เจนีวาวา รายงานต่างๆ บ่งชี้ว่ามีผู้ถูกสังหารในระดับหลายร้อยคน และถูกจับกุมระดับเป็นพันๆ หมื่นๆ โดยโฆษกผู้นี้กล่าวว่า การประมาณการนี้มาจากพวกแหล่งข่าวในภาคสนามของทางยูเอ็นเอง ซึ่งเป็นแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า สมาชิกกองกำลังความมั่นคงเสียชีวิตหลายสิบคน และงานศพของบุคคลเหล่านี้กลายเป็นจุดชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนมีคนเข้าร่วมนับหมื่น โดยคนเหล่านั้นพากันตะโกนสาปแช่งอเมริกาและอิสราเอล

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับอัล จาซีรา สื่อกาตาร์ที่นำออกเผยแพร่ในวันจันทร์ โดยยืนยันว่า ในช่วงที่การประท้วงเริ่มต้นขึ้น รัฐบาลได้ “เจรจา” กับผู้ประท้วง และเสริมว่า การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นหลังจากทางการรับรู้ว่า กำลังเผชิญกับการก่อการร้ายที่สั่งการมาจากนอกประเทศ

เขายังบอกว่า ติดต่อกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนของสหรัฐฯ ตั้งแต่ก่อนประท้วงจนถึงตอนนี้ และพูดถึงคำขู่ของทรัมป์ว่า อิหร่านเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้น แต่หวังว่า วอชิงตันจะเลือกตัวเลือกที่ฉลาด

แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นของอิหร่านต่อสาธารณชน ต่างจากที่หารือเป็นการส่วนตัวกับคณะบริหารสหรัฐฯ ในช่วงหลายวันมานี้ และย้ำว่า ทรัมป์แสดงออกชัดเจนว่า ไม่กลัวที่จะใช้กำลังทหารกับอิหร่านหากจำเป็น ซึ่งเตหะรานน่าจะรู้ดีกว่าใคร

อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์เตือนว่า มีความเสี่ยงสูงที่พลเมืองอเมริกันในอิหร่านจะถูกสอบปากคำ จับกุมและควบคุมตัว และแนะนำให้เดินทางออกจากอิหร่านไปยังอาร์เมเนียหรือตุรกีโดยใช้เส้นทางทางบก

วันจันทร์ รัฐบาลอิหร่านพยายามกลับเข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการระดมผู้สนับสนุนชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศที่ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ประกาศว่า เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาลพ่ายแพ้แล้ว ซึ่งเป็นการเตือนอเมริกาทางอ้อม

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้สำนักข่าวเอพีฟังว่า ถนนสายต่างๆ ในเตหะรานยามค่ำคืนว่างเปล่า ส่วนหนึ่งเนื่องจากประชาชนกลัวการปราบปรามของทางการ ขณะที่ตำรวจและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติส่งข้อความเตือนให้พ่อแม่ดูแลลูกไม่ให้เข้าร่วมการประท้วง พร้อมระบุว่า ทางการจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้ก่อจลาจล หลังจากเมื่อคืนวันอาทิตย์กลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มคนติดอาวุธในบางพื้นที่ชุมนุมได้ก่อเหตุรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต

เอพีรายงานด้วยว่า นักวิเคราะห์หลายคนแสดงความไม่แน่ใจว่า การประท้วงในอิหร่านจะดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน

วาลิ นาสร์ อดีตที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ชี้ว่า การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทำให้ประชาชนไม่อาจรู้ได้ว่า การประท้วงในที่อื่นๆ แพร่กระจายไปแค่ไหน และ ทำให้ขาดแรงกระตุ้นหรือแรงจูงใจให้ประชาชนในเมืองต่างๆ ออกมาชุมนุม นอกจากนั้น สภาพของการขาดผู้นำ ไร้ระบบ และไร้ทิศทาง ยังทำให้การประท้วงยากที่จะดำเนินต่อไปยาวนานได้

(ที่มา: เอเอฟพี/เอพี/รอยเตอร์/บีบีซี)
กำลังโหลดความคิดเห็น