สหรัฐฯในวันจันทร์(12 ม.ค.) โวยวายใส่ รัสเซีย กรณีที่ใช้ขีปนาวุธศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ "โอเรชนิก" โจมตีใส่ยูเครน เรียกมันว่าเป็นการ "ยกระดับสถานการณ์ลุกลามที่หาเหตุผลไม่ได้" ทั้งนี้เสียงประณามดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
เมื่อวันศุกร์(9 ม.ค.) รัสเซียใช้ขีปนาวุธพิสัยปานกลาง ไม่บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ โจมตียูเครน "ซึ่งเข้าองค์ประกอบของการยกระดับสถานการณ์ลุกลามบานปลายที่เป็นอันตรายและหาเหตุผลไม่ได้ของสงครามนี้ แม้ว่าสหรัฐฯกำลังทำงานอย่างเร่งด่วนกับเคียฟ พันธมิตรอื่นๆและมอสโก ในความพยายามยุติสงครามผ่านการหาทางออกด้วยการเจรจา" แทมมี บรูซ รองอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติกล่าว
"เราประณามรัสเซียที่ยังคงเดินหน้าโจมตีอย่างหนักหน่วงใส่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและสาธารณูปโภคพลเรือนอื่นๆของยูเครน" บรูซกล่าวต่อ
ในวันจันทร์(12มี.ค.) รัสเซียเปิดเผยว่าขีปนาวุธโดนโรงซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งหนึ่งในแคว้นลวิว ทางตะวันตกของยูเครน และมันเป็นการยิงตอบโต้ความพยายามของยูเครน ที่โจมตีบ้านพักแห่งหนึ่งของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน คำกล่าวอ้างที่ทางเคียฟปฏิเสธ
ยูเครนยืนยันว่าขีปนาวุธถูกยิงเข้าใส่แคว้นลวิว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนติดกับโปแลนด์ แต่ไม่ได้ระบุว่าขีปนาวุธพุ่งโดนศูนย์ซ่อมบำรุงดังกล่าวหรือไม่
เจมส์ คาริอูกิ รักษาการเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติ เรียกการโจมตีดังกล่าวว่า "ขาดความยั้งคิด" และคุกคามความมั่นคงในภูมิภาคและความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้แล้วมันยังเสี่ยงทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายและคำนวณผิดพลาด
นอกเหนือจากใช้งานขีปนาวุธโอเรชนิกแล้ว ในวันศุกร์(9ม.ค.) รัสเซียยิงถล่มกรุงเคียฟ ด้วยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลายระลอก สังหารผู้คนอย่างน้อย 4 รายและทำให้อาคารที่พักอาศัยราวๆครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงยูเครนแห่งนี้ ไม่สามารถใช้งานเครื่องทำความร้อนได้ ท่ามกลางอุณหภูมิอันเย็นยะเยือก
(ที่มา:เอเอฟพี)


