xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ช่วยระดับท็อปของทำเนียบขาวประกาศกร้าว สหรัฐฯมีสิทธิเข้ายึดครองประเทศไหนก็ได้เพื่อเอาทรัพยากรของชาตินั้นๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: จูเลีย คอนลีย์


สตีเฟน มิลเลอร์ ควบตำแหน่งทั้งเป็นรองประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวฝ่ายนโยบาย และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ของทำเนียบขาว
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/01/us-has-right-to-take-over-any-country-for-its-resources-miller/)

US has right to take over any country for its resources: Miller
by Julia Conley
07/01/2026

สตีเฟน มิลเลอร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ประกาศระหว่างให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นว่า ““เรานั้นเป็นอภิมหาอำนาจรายหนึ่ง และภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ เราก็กำลังจะประพฤติปฏิบัติตนในฐานะเป็นอภิมหาอำนาจรายหนึ่ง”

“พวกคนที่มีนิสัยชอบท้าตีต้าต่อย” คือข้อสังเกตซึ่งสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯสังกัดพรรคเดโมแครตผู้หนึ่งลงความเห็น หลังได้ฟังคำพูดอันดุเดือดรุนแรงของ สตีเฟน มิลเลอร์ (Stephen Miller) ที่ปรึกษาระดับท็อปของทำเนียบขาว ทางโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นเมื่อคืนวันจันทร์ (5 ม.ค.) ขณะกล่าวอ้างว่า คณะบริหารทรัมป์มีสิทธิที่จะเข้าไปยึดครองเวเนซุเอลา --หรือประเทศอื่นใดก็ตามที— ถ้าหากกระทำเช่นนั้นเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
(สตีเฟน มิลเลอร์ มีตำแหน่งเป็น รองประธานเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวฝ่ายนโยบาย White House deputy chief of staff for policy และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ของทำเนียบขาว homeland security advisor ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Stephen_Miller -ผู้แปล)

อย่างไรก็ดี สำหรับวุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนดเดอร์ส (Bernie Sanders) (จากรัฐเวอร์มอนต์ ปัจจุบันเป็นส.ว.อิสระไม่สังกัดพรรคใด) มิลเลอร์ ก็เพียงแค่กำลังแสดงตัวอย่างให้ท่านผู้ชมทีวีได้รับรู้เข้าใจ “อย่างดีเยี่ยมถึงคำนิยามจำกัดความของคำว่า ลัทธิจักรวรรดินิยม (imperialism)” จากการที่เขาแจกแจงให้ทราบถึงโลกทัศน์ของคณะบริหารชุดนี้ ในขณะที่เข้าควบคุมเวเนซุเอลา และสายตายังจับจ้องเป็นมันไปยังประเทศและดินแดนอื่นๆ เป็นต้นว่า เกาะกรีนแลนด์ ซึ่งทางคณะบริหารชุดนี้เชื่อว่าพวกเขาสามารถและสมควรที่จะเข้าไปรุกรานยึดครอง

“นี่แหละคือความหมายแท้ๆ ของลัทธิจักรวรรดินิยมล่ะ” แซนเดอร์ส บอกกับ เจค แท็บเพอร์ (Jake Tapper) ผู้ดำเนินรายการของซีเอ็นเอ็น “แล้วผมสงสัยว่าตอนนี้ผู้คนตลอดทั่วโลกเลย คงจะต้องพูดกันว่า ‘ว้าว เรากำลังย้อนหลังกลับไปยังช่วงเวลาที่เราเคยอยู่กันเมื่อ 100 ปีก่อน หรือ 50 ปีก่อนนะนี่ เป็นเวลาที่พวกประเทศใหญ่ทรงอำนาจทั้งหลายกำลังกดขี่ขูดรีดพวกประเทศยากจน แย่งชิงเอาทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ของพวกเขามา’

วุฒิสมาชิกอาวุโสผู้นี้พูดกับ แท็บเพอร์ ไม่นานหลังจากการให้สัมภาษณ์ของมิลเลอร์ โดยที่ผู้ดำเนินรายการผู้นี้ได้สอบถามมิลเลอร์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสนับสนุนให้จัดการเลือกตั้งขึ้นในเวเนซุเอลาหรือไม่ ไม่กี่วันหลังจากกองทัพสหรัฐฯได้โจมตีถล่มประเทศละตินอเมริกาแห่งนั้น และบุกจับลักพาตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภรรยาของเขามายังสหรัฐฯ

มิลเลอร์ได้ปฏิเสธที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยตรงกับคำถามดังกล่าวนี้ โดยพูดเพียงแค่ว่า มันจะเป็น “เรื่องเหลวไหลน่าขันและไร้สาระ” ถ้าหากสหรัฐฯจะนำเอา มาริอา คอรินา มาชาโด (María Corina Machado) ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา (ผู้ซึ่งรัฐสภานอร์เวเพิ่งมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2025 ให้เธอ -ผู้แปล) มาตั้งให้เป็นผู้นำของประเทศนั้น ก่อนที่จะเรียกร้องขอให้ แท็บเพอร์ ยก “เวที” ให้แก่เขา เพื่อให้เขาได้อธิบายถึงทัศนะของทำเนียบขาวในเรื่องนโยบายการต่างประเทศ

“สหรัฐฯกำลังใช้กำลังทหารของตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ต่างๆ ของเราในซีกโลกของเรา (ซีกโลกตะวันตก Western Hemisphere มักใช้หมายถึงดินแดนทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้)ให้มั่นคงปลอดภัย ด้วยความมั่นใจในตนเองไม่ได้มีความคิดละอายหรือเสียใจใดๆ” มิลเลอร์ ประกาศ “เรานั้นเป็นอภิมหาอำนาจ (superpower) รายหนึ่ง และภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ เราก็กำลังจะประพฤติปฏิบัติตนในฐานะเป็นอภิมหาอำนาจรายหนึ่ง มันเป็นเรื่องน่าขันไร้สาระที่เราจะยินยอมปล่อยให้ชาติๆ หนึ่งในเขตหลังบ้านของเรา กลายเป็นซัปพลายเออร์จัดส่งทรัพยากรต่างๆ ให้แก่พวกปรปักษ์ของเรา ไม่ใช่ให้แก่เรา”

เขากล่าวต่อไปว่า แทนที่จะมา “เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้ง” ขึ้นในเวเนซุเอลา “อนาคตของโลกเสรีนั้นขึ้นอยู่กับว่าอเมริกาจะสามารถยืนกรานอ้างสิทธิ์ของตัวเราเองและผลประโยชน์ของเราโดยปราศจากความรู้สึกละอายหรือเสียใจ”

คณะบริหารทรัมป์นั้น กล่าวอ้าง [1] ซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า เวเนซุเอลาได้ “ขโมย” น้ำมันไปจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ประเทศละตินอเมริการายนี้เชื่อกันว่ามีน้ำมันสำรองอยู่ในปริมาณมากที่สุดยิ่งกว่าประเทศใดๆ ในโลก และรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ประกาศโอนอุตสาหกรรมน้ำมันปิโตรเลียมให้เป็นของกิจการของรัฐเมื่อปี 1976 ซึ่งก็รวมถึงพวกโครงการที่ตอนนั้นบริหารโดย เอซซอนโมบิล ( ExxonMobil) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่ตั้งฐานอยู่ในสหรัฐฯ และกิจการน้ำมันที่ดำเนินการโดยภาคเอกชนส่วนสุดท้าย ได้ถูกโอนให้เป็นของชาติในปี 2007 โดยรัฐบาลประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ในตอนนั้น ทั้งนี้ ชาเวซ เป็นผู้นำของเวเนซุเอลา ก่อนหน้า มาดูโร

จากคำให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็น มิลเลอร์ ก็เพิ่งนำเสนอให้เห็นถึงหนึ่งในคำอธิบายเกี่ยวกับทัศนะมุมมองของทำเนียบขาวชุดนี้ที่โจ่งแจ้งล่อนจ้อนมากที่สุดมาให้ได้ยินได้ฟังกันมา ซึ่งก็คือ ประกาศว่า “พวกประเทศอธิปไตยทั้งหลายนั้น ไม่สามารถที่จะมีอธิปไตยได้หรอก ถ้าหากสหรัฐฯต้องการทรัพยากรต่างๆ ของพวกเขา” ดังที่ ส.ส.เซธ โมลตัน (Seth Moulton) (จากรัฐแมสซาชูเซตส์ สังกัดพรรคเดโมแครต) แปล [2] เนื้อหาสาระให้แจ่มแจ้งชัดๆบนโพสต์หนึ่งทางโซเชียลมีเดีย

โมลตัน เรียกการพูดพร่ำอย่างยาวด้วยอารมณ์ดุเดือดรุนแรงของ มิลเลอร์ ว่า เป็น “ความเพ้อคลั่งไร้สติอย่างแท้จริง” และ “เป็นเหมือนการเปิดบานหน้าต่างที่ชวนให้หงุดหงิดกังวลใจ ซึ่งเผยเข้าไปข้างในให้มองเห็นกันว่า ในคณะบริหารชุดนี้มีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับโลกใบนี้”

การแสดงความเห็นเช่นนี้ของ มิลเลอร์ ยังเกิดขึ้นหลังจากคำแถลงอย่างเปิดเผยท้าทายทำนองเดียวกันจาก ไมเคิล วอตซ์ (Michael Waltz) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรของสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ ณ การประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น

“คุณไม่สามารถที่จะปล่อยให้พลังงานสำรองจำนวนมหาศาลที่สุดของโลก ตกอยู่ใต้การควบคุมของพวกปรปักษ์ของสหรัฐฯต่อไปอีก” เป็นคำกล่าว [3] ของวอลซ์

การบรรยายของ มิลเลอร์ เกี่ยวกับทัศนะว่าด้วยนโยบายการต่างประเทศในปัจจุบันของทำเนียบขาวครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังทรัมป์ได้ออกมาข่มขู่คุกคาม [4] ประเทศต่างๆ ไล่ตั้งแต่ โคลอมเบีย, เม็กซิโก, และจนกระทั่งดินแดนเกาะกรีนแลนด์ รวมทั้งได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่เลิกราว่า ในเร็วๆ นี้แหละ คณะบริหารของเขาอาจเคลื่อนไหวเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์ –ถึงแม้เกาะใหญ่มหึมาในภูมิภาคอาร์กติกแห่งนี้ มีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ และได้ร่วมกับสหรัฐฯ ในการเป็นชาติสมาชิกรุ่นก่อตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization หรือ NATO) ขึ้นมา

ตัว มิลเลอร์ เองก็กล่าวย้ำว่า “กรีนแลนด์ควรที่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา” และบอกว่า “ท่านประธาธิบดีมีความชัดเจนมากๆ ในเรื่องนี้ นี่คือจุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ”

เขาบอกปัดไม่ให้ราคากับแนวความคิดที่ว่า การเข้ายึดกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นบ้านของผู้คนราว 56,000 คน จะต้องมีการใช้การปฏิบัติการทางทหาร – ถึงแม้ตัวทรัมป์เองได้พูด [5] เอาไว้ว่าเขาจะไม่ปฏิเสธทางเลือกที่จะต้องมีการใช้กำลัง –และบอกว่า “ไม่มีใครกำลังจะมาสู้รบกับสหรัฐฯด้วยกำลังทหาร ในเรื่องอนาคตของกรีนแลนด์หรอก”

เกาะทแห่งนี้มีตำแหน่งที่ตั้งซึ่งทรงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในวงกลมอาร์กติก (Arctic Circle) และมีแหล่งสำรองของแร่ธาตุแรร์เอิร์ธขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้ถูกแตะต้องขุดค้น

ทั้งเจ้าหน้าที่ของเดนมาร์กและของกรีนแลนด์ ต่างพากันประณามการข่มขู่คุกคามล่าสุดของทรัมป์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่นายกรัฐมนตรี เมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก แถลงเตือนว่า เมื่อพิจารณาจากสนธิสัญญานาโต้แล้ว “ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นอันยุติจบสิ้นลง” ถ้าสหรัฐฯขืนบุกเข้าโจมตีชาติสมาชิกนาโต้อีกรายหนึ่ง

“ประชาคมระหว่างประเทศอย่างที่พวกเรารู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในการดำเนินการต่างๆ แบบประชาธิปไตย, หรือ นาโต้ ที่เป็นกลุ่มพันธมิตรเพื่อการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก –ทั้งหมดเหล่านี้จะต้องพังพินาศไป ถ้ามีประเทศนาโต้ประเทศหนึ่งเลือกที่จะเข้าโจมตีสมาชิกนาโต้อีกประเทศหนึ่ง” เธอกล่าว [6] กับทีวีช่องข่าวของเดนมาร์กเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.)

รัฐบาลเดนมาร์กยังเรียกประชุมฉุกเฉิน [7] คณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศ (Foreign Affairs Committee) ของตนในวันอังคาร (6 ม.ค.) เพื่อหารือกันถึง “ความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรเดนมาร์กกับสหรัฐฯ”

ย้อนกลับมาที่ ส.ว.แซนเดอร์ส เขาตั้งข้อสังเกต [8] ระหว่างพูดกับซีเอ็นเอ็นด้วยว่า ขณะที่ทรัมป์จับจ้องต้องการเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันสำรองในเวเนซุเอลา และทรัพยากรต่างๆ ในกรีนแลนด์นั้น ประชาชนในทั่วประเทศของประธานาธิบดีผู้นี้เอง กลับกำลังต้องต่อสู้ดิ้นรนกับภาวะราคาข้าวของต่างๆ พากันแพงขึ้น พร้อมๆ กับที่พวกเขายังต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเงิน

“แทนที่จะพยายามเข้าไปบริหารปกครองเวเนซุเอลา” แซนเดอร์ส กล่าว” บางทีท่านประธานาธิบดีน่าจะต้องพยายามทำงานให้ดีขึ้นกว่านี้ในการบริหารปกครองสหรัฐอเมริกานะครับ"

ข้อเขียนชิ้นนี้ แรกเริ่มเผยแพร่โดยเว็บไซต์ข่าว Common Dreams https://www.commondreams.org/news/stephen-miller-cnn?utm_source=Common+Dreams&utm_campaign=65a0ffc9db-Top+News+%7C+Tue.+1%2F6%2F26&utm_medium=email&utm_term=0_-c56d0ea580-601532725

เชิงอรรถ
[1]https://www.washingtonpost.com/world/2025/12/20/venezuela-oil-nationalization-expropriation/
[2]https://x.com/sethmoulton/status/2008336484055515138
[3]https://x.com/DropSiteNews/status/2008282471188623500
[4] https://www.commondreams.org/news/trump-renews-threat-of-military-force-to-annex-greenland
[5] https://www.commondreams.org/news/greenland-pm-responds-to-trump-threats
[6]https://www.nytimes.com/2026/01/05/world/europe/trump-greenland-denmark.html
[7] https://www.highnorthnews.com/en/danish-extraordinary-meeting-relations-united-states
[8]https://x.com/TheLeadCNN/status/2008333061671248077
กำลังโหลดความคิดเห็น