xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์พูดเอง! ได้แจ้งพวกผู้บริหารน้ำมันสหรัฐฯทราบล่วงหน้าเรื่องการบุกเวเนซุเอลา ทั้งๆ ที่ปกปิดไม่บอกรัฐสภาด้วยข้ออ้าง ‘กลัวข่าวรั่วไหล’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: จอน ควีลลี


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดกับพวกผู้สื่อข่าว ขณะอยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ ฟอร์ซ วัน ของเขา ในวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/01/trump-says-oil-execs-tipped-off-about-venezuela-attack/)

Trump says oil execs tipped off about Venezuela attack
by Jon Queally
05/01/2026

ทรัมป์ยอมรับกับพวกผู้สื่อข่าวว่า บุคคลระดับหัวๆ ของพวกบริษัทน้ำมันอเมริกันได้รับแจ้งเรื่องสหรัฐฯใช้กำลังบุกเข้าโจมตีเวเนซุเอลลาล่วงหน้า ทว่าคณะบริหารของเขากลับไม่ได้หารือกับรัฐสภาสหรัฐฯเกี่ยวกับการปฏิบัติการคราวนี้ ด้วยข้ออ้างว่าเกรงข่าวจะรั่วไหล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอก [1] กับพวกผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ที่ผ่านมาว่า บุคคลระดับหัวๆ ของพวกบริษัทน้ำมันอเมริกัน [2] ได้รับแจ้งเรื่องสหรัฐฯใช้กำลังทหารบุกเข้าโจมตีเวเนซุเอลา ล่วงหน้าก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ

การยอมรับเช่นนี้ของทรัมป์ เป็นชนวนทำให้เกิดเสียงประณามดังขรม เนื่องจากคณะบริหารของเขาปฏิเสธไม่ยอมหารือกับทางสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯเกี่ยวกับการปฏิบัติการคราวนี้ โดยอ้างเหตุผลว่าเพราะหวั่นกลัวข่าวจะเกิดการรั่วไหลซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการปฏิบัติการเพื่อความมั่นคง

“ทั้งก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้น” ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าวเช่นนี้บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ฟอร์ซวัน” (Air Force One) ของเขาเมื่อวันอาทิตย์ (4) เมื่อถูกซักถามว่าเขาได้พูดจากับพวกผู้บริหารบริษัทน้ำมัน หรือบางทีอาจจะ “ได้ให้เบาะแสแก่พวกเขา” เกี่ยวกับการปฏิบัติการนี้หรือไม่ ทรัมป์ยังพูดย้ำว่า “พวกเขา (พวกผู้บริหารบริษัทน้ำมัน” ต้องการที่จะเข้าไป และพวกเขาก็กำลังจะเข้าไปทำงานที่ยิ่งใหญ่เพื่อประชาชนของเวเนซุเอลา [3]”

คำพูดแสดงความเห็นเช่นนี้ของทรัมป์ ได้ถูกประณามอย่างแรงจากฝ่ายซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของประธานาธิบดีผู้นี้ในระยะไม่กี่วันหลังมานี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องที่เขาบกพร่องไม่ได้หารือหรือขออนุมัติจากรัฐสภาเสียก่อน

“ผมไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับคุณได้ยังไง ว่าเรื่องนี้มันบ้าบอขนาดไหน” เป็นคำกล่าวของ เฟรด เวลล์แมน (Fred Wellman) ทหารผ่านศึกจากหน่วยรบของกองทัพบกผู้หนึ่งซึ่งเวลานี้กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมตัวหาเสียงเพื่อให้ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคเดโมแครตในรัฐมิสซูรี “เขาไม่ได้แจ้งรัฐสภาเลย แต่เขากลับกำลังบอกว่าเขาได้แจ้งแก่พวกบริษัทน้ำมัน”

“อย่าลืมนะครับว่าเขาหมายถึงใคร” เวลล์แมน กล่าวต่อ “อภิมหาเศรษฐีพันล้านที่เป็นผู้บริจาครายยักษ์ใหญ่ (ให้แก่การรณรงค์หาเสียงทางการเมืองของทรัมป์) ซึ่งเพิ่งประสบความสำเร็จในการเข้าควบคุม ซิทโก (Citgo) เป็นอันว่า ทหารรับใช้ชาติของเราได้ถูกใช้อย่างตรงไปตรงมาให้ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของพวกผู้บริจาคให้แก่ทรัมป์”
(ซิทโก Citgo เป็นชื่อบริษัทน้ำมันปิโตรเลียมกิจการปลายน้ำที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1983 โดยผู้ถือหุ้นใหญ่คือ PVDSA รัฐวิสาหกิจน้ำมันของเวเนซุเอลา ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Citgo#:~:text=Citgo%20Petroleum%20Corporation%2C%20or%20Citgo,since%201983.%20%5B3%5D%20Citgo%20Petroleum - ผู้แปล)

ทางด้าน เมลานี ดาร์ริโก (Melanie D’Arrigo) ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่ม Campaign for New York Health (รณรงค์เพื่อสุขภาพของนิวยอร์ก) ก็กล่าวย้ำว่า “พวกบริษัทน้ำมันได้รับแจ้งก่อนรัฐสภา” และพูดต่อไปว่า “นี่มันช่างเหมือนกับพวกคณาธิปไตย (คนกลุ่มน้อยที่ปกครองประเทศแบบ) เผด็จการ (authoritarian oligarchy) [4] ชัดๆ”

ส.ส.ยัสซามิน แอนซารี (Yassamin Ansari) สังกัดพรรคเดโมแครตจากรัฐแอริโซนา ก็พูดแถลงในทำนองเดียวกัน [5] “พวกบริษัทน้ำมันได้รับแจ้งเกี่ยวกับพฤติการณ์แห่งสงคราม ตั้งแต่ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น แต่รัฐสภากลับไม่ได้รับแจ้ง นี่แหละ เพื่อนมิตรของดิฉัน มันช่างเหมือนกับระบอบปกครองเผด็จการที่บริหารโดยพวกคณาธิปไตยยังไงยังงั้น”

เมื่อถูกถามซ้ำหลายครั้งระหว่างที่เขาพูดคุยกับพวกผู้สื่อข่าวว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งอย่าง “เสรีและยุติธรรม” คือเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ สำหรับเวเนซุเอลาใช่หรือไม่ ทรัมป์กลับเลี่ยงไปตอบว่า ประเทศนั้นอยู่ใน “ความยุ่งเหยิง” –โดยที่เขาเรียกว่าเป็น “ประเทศที่ตายแล้ว” ด้วยซ้ำ –และเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ จะเป็นเรื่องการทำให้น้ำมันของที่นั่นไหลออกมา

“เรากำลังจะมีบริษัทน้ำมันรายบิ๊กๆ [6] เข้าไป และพวกเขาก็กำลังจะซ่อมแซมพวกโครงสร้างพื้นฐาน [7] และพวกเขาจะเอาเงินไปลงทุน เราเองไม่ได้กำลังจะลงทุนในอะไรทั้งนั้นนะ เราแค่กำลังเข้าไปดูแลประเทศนี้” ทรัมป์ กล่าว “เรากำลังจะอุ้มชูช่วยเหลือประเทศนี้”

เมื่อถูกถามว่ามีบริษัทน้ำมันแห่งใดบ้างที่เขาได้พูดจาด้วย ทรัมป์ตอบว่า “พวกเขาทั้งหมดนั่นแหละ โดยพื้นฐานแล้ว” ทว่าไม่ได้เอ่ยชื่อแห่งใดแห่งหนึ่งเฉพาะเจาะจงออกมา

“พวกเขาต้องการที่จะเข้าไปอย่างเหลือเกิน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯอ้าง

ถึงแม้ทรัมป์แสดงความเห็นเอาไว้เช่นนี้ แต่พวกผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐฯเองกลับกล่าวว่า มันยังไม่ใช่ใกล้จะชัดเจนแน่นอนแล้วหรอกว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯต้องการจะกลับเข้าไปในตลาดน้ำมันเวเนซุเอลาอีกครั้งหนึ่ง –หรือได้รับมอบหมายภารกิจพร้อมด้วยเงินทุนสำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของประเทศนี้ขึ้นมาใหม่ในระดับเป็นเนื้อเป็นหนัง— เมื่อพิจารณาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เผยออกมาให้เห็นกันหยกๆ จากการปฏิบัติการทางทหารแบบผิดกฎหมายคราวนี้ของทรัมป์ ตลอดจนการลักพาตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา [8]

“ประเด็นปัญหานี้มันไม่ใช่เป็นแค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ที่สุดแล้วมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าคุณจะใช้วิธีไหนกันล่ะ จึงจะสามารถทำให้พวกบริษัทต่างประเทศยอมเริ่มต้นทุ่มเงินลงไป ตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง, สถานการณ์ของการที่เมื่อทำสัญญาข้อตกลงกันแล้วก็จะมีการปฏิบัติตาม, และอย่างอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน” ฟรานซิสโก โมนัลดี (Francisco Monaldi) ผู้อำนวยการของโครงการพลังงานละตินอเมริกา (Latin American energy program) ณ มหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ในสหรัฐฯ แจกแจง [9]ให้สื่อ NPR [10] ฟัง
(NPR หรือ National Public Radio เครือข่ายสถานีวิทยุสาธารณะแห่งชาติ เป็นองค์การกระจายเสียงภาคสาธารณะของอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รวมกลุ่มในระดับชาติให้แก่เครือข่ายสถานีวิทยุภาคสาธารณะมากกว่า 1,000 แห่งในสหรัฐฯ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/NPR --ผู้แปล)

แม้กระทั่งภายใต้สภานการณ์ทางการเมืองที่เป็นปกติ แค่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวก็ต้องมีขนาดมหึมาแล้ว

“ตัวเลขที่ประมาณการก็คือ เพื่อให้เวเนซุเอลาสามารถเพิ่มการผลิตจากระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน –ซึ่งคือสิ่งที่พวกเขาทำได้ในวันนี้— ให้เป็น 4 ล้านบาร์เรล มันจะต้องเวลาใช้เวลา 1 ทศวรรษ และเงินลงทุนประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์”

ในการให้สัมภาษณ์นิตยสาร เดอะ นิวยอร์กเกอร์ (The New Yorker) ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อูนา แฮธาเวย์ (Oona Hathaway) ศาสตราจารย์ของวิทยาลัยนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล (Yale Law School) รวมทั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการท้าทายทางกฎหมายระดับโลก (Center for Global Legal Challenges) ของทางวิทยาลัย กล่าวว่า ไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมายใดๆ อย่างสิ้นเชิงสำหรับการที่ทรัมป์ถล่มโจมตีเวเนซุเอลา หรือการลักพาตัวมาดูโร และ ซีเลีย ฟลอเรส (Cilia Flores) ภรรยาของเขา

“ดิฉันไม่คิดว่ามีพื้นฐานทางกฎหมายใดๆ รองรับสิ่งที่เรากำลังมองเห็นอยู่ในเวเนซุเอลา” แฮธาเวย์ บอก “แน่นอนทีเดียวว่า คณะบริหารทรัมป์จะต้องออกมาระบุเหตุผลข้อโต้แย้งทางกฎหมายในเรื่องนี้ แต่เหตุผลข้อโต้แย้งทั้งหมดเท่าที่ดิฉันได้ยินมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ไม่มีอันไหนฟังขึ้นเลย ไม่มีอันไหนเลยที่จะสร้างความชอบธรรมได้อย่างแท้จริง ให้แก่สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีดูเหมือนจะได้สั่งการให้เกิดขึ้นมาในเวเนซุเอลา”

ทางด้าน เอลิซาเบธ แบสต์ (Elizabeth Bast) ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่ม Oil Change International (กลุ่มผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านน้ำมันระหว่างประเทศ) [11] ระบุในคำแถลงที่ออกเผยแพร่ในวันเสาร์ (3 ม.ค.) ว่า การโจมตีเวเนซุเอลาของทรัมป์ “เป็นการฝ่าฝืนท้าทายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯในเรื่องการจัดสรรให้รัฐสภาเป็นผู้ที่มีอำนาจในการทำสงคราม และเป็นการไม่เคารพปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศซึ่งมุ่งป้องกันไม่ให้เกิดพฤติการณ์แห่งสงครามขึ้นมา โดยปราศจากการหารือกันหรือการมอบหมายอำนาจกัน สหรัฐฯต้องยุติการปฏิบัติต่อละตินอเมริกาเหมือนกับว่าเป็นอาณานิคมทางทรัพยากร ประชาชนชาวเวเนซุเอลาต่างหาก ไม่ใช่พวกผู้บริหารกิจการน้ำมันสหรัฐฯเลย ที่จะต้องเป็นผู้ตัดสินอนาคตของประเทศของพวกเขา”

ขณะที่ ทรัมป์ และสมาชิกคนอื่นๆ ของคณะบริหารของเขา ยังคงดำเนินการข่มขู่คุกคามประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง –เป็นต้นว่า เม็กซิโก, โคลอมเบีย, และคิวบา – เมห์ดิ ฮาซาน (Mehdi Hasan) บรรณาธิการใหญ่ (editor-in-chief) ของสื่อ เซเทโอ (Zeteo) แถลงว่า “นี่คือพฤติกรรมของหัวหน้าแก๊งอาชญากรรม –เพียงแต่ว่ามีอาวุธนิวเคลียร์และกองทัพที่แข็งแรงที่สุดของโลกอยู่ในครอบครอง สิ่งที่ทำเหล่านี้ไม่มีอะไรเลยที่ถูกกฎหมาย ทรัมป์ควรที่จะถูกรัฐสภากล่าวโทษฟ้องร้องเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง และถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีโดยศาลระหว่างประเทศในกรุงเฮก”

ข้อเขียนชิ้นนี้ แรกเริ่มเผยแพร่โดยเว็บไซต์ข่าว Common Dreams https://www.commondreams.org/news/trump-says-oil-companies-tipped-off-venezuela?utm_source=Common+Dreams&utm_campaign=662cfcfa2d-News+Alert+%7C+Trump+Says+Oil+Execs+Tipped+Off&utm_medium=email&utm_term=0_-35ede9c646-601532725)

เชิงอรรถ
[1] https://www.commondreams.org/tag/donald-trump
[2] https://www.commondreams.org/tag/oil
[3] https://www.commondreams.org/tag/venezuela
[4] https://www.commondreams.org/tag/oligarchy
[5] https://x.com/yassaminansari/status/2008028835850436812
[6] https://www.commondreams.org/tag/big-oil
[7] https://www.commondreams.org/tag/infrastructure
[8] https://www.commondreams.org/tag/nicolas-maduro
[9] https://www.pbs.org/newshour/world/experts-say-trumps-plan-to-seize-and-revitalize-venezuelas-oil-industry-faces-major-hurdles
[10] https://www.commondreams.org/tag/npr
[11] https://www.commondreams.org/tag/oil-change-international
กำลังโหลดความคิดเห็น