ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันอังคาร(6ม.ค.) ระบุรัฐบาลชั่วคราวของเวเนซุเอลา จะป้อนน้ำมันสูงสุด 50 ล้านบาร์เรลให้แก่อเมริกา และกระบวนการดังกล่าว "จะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยผมเอง" ในฐานะประธานาธิบดี คำกล่าวอ้างที่สวนทางกับท่าทีของผู้นำรักษาการณ์ของเวเนซุเอลา ที่ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้อำนาจต่างชาติใดๆปกครองประเทศของเธอ
"พวกเจ้าหน้าที่รักษาการในเวเนซุเอลาจะมอบน้ำมันคุณภาพสูงราว 30 ล้านบาร์เรลถึง 50 ล้านบาร์เรล น้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ให้แก่สหรัฐอเมริกา" ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรุตช์โซเชียล "น้ำมันเหล่านี้จะถูกขายในราคาตลาด และเงินจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยผม ในฐานะประธานาธิบดีอเมริกา เพื่อรับประกันว่ามันจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อประชาชนชาวเวเนซุเอลาและประชาชนชาวสหรัฐฯ"
"ผมได้ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรต์ ดำเนินการตามแผนนี้โดยทันที น้ำมันจะถูกขนส่งด้วยเรือกักเก็บน้ำมัน และนำส่งโดยตรงไปยังท่าเทียบเรือสำหรับขนถ่ายในสหรัฐฯ ขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้!" ทรัมป์เขียน
ในอีกความเคลื่อนไหวแยกกัน มีรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังจัดตเรียมการประชุมในห้องทำงานรูปไข่ กับบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันทั้งหลายในวันศุกร์(9ม.ค.) ท่ามกลางความคาดหมายว่าจะมีคณะตัวแทนจากเอ็กซอน, เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์เข้าร่วมด้วย
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้มีขึ้นแม้ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยืนยันในวันอังคาร(6ม.ค.) จะไม่มีมหาอำนาจต่างชาติใดปกครองประเทศของเธอ ตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่บอกก่อนหน้านี้ว่า วอชิงตัน จะเข้ามาบริหารเวเนซุเอลา ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ตามหลังปฏิบัติการบุกจู่โจมจับกุมโค่นล้ม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีคนก่อน
โรดริเกซ ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดี ภายใต้การนำของประธานาธิบดีมาดูโร ส่งสัญญาณที่ผสมผสานเกี่ยวกับแนวทางที่เธอเตรียมรับมือกับทรัมป์ บางครั้งส่งเสียงอ่อนข้อประนีประนอม แต่บางครั้งก็แสดงท่าทีขัดขืน
ล่าสุด 3 วันหลังจากกองกำลังสหรัฐฯบุกจับตัวมาดูโรและภรรยา ในปฏิบัติการจู่โจมอันน่าตกตะลึงในกรุงการากัส ที่แอบแฝงภายใต้การโจมตีทางอากาศ ทาง โรดริเกซ บอกว่า "รัฐบาลเวเนซุเอล รับผิดชอบดูแลประเทศของเรา และไม่ใช่ใครอื่น ไม่มีตัวแทนต่างชาติใดที่จะปกครองเวเนซุเอลา"
ทรัมป์ ยืนยันว่าเวลานี้ วอชิงตัน รับผิดชอบควบคุมดูแลประเทศแห่งนี้ แต่บอกว่าเขาเตรียมทำงานร่วมกับโรดริเกซ เปิดทางให้เธอยอมอ่อนข้อต่อเสียงเรียกร้องของเขา ในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองอันมหาศาลของเวเนซุเอลา
โรดิเกรซ แสดงท่าทีอยากปรองดองด้วย แต่ดูกังวลต่อการดึงพวกหัวสายแข็งกร้าวให้สนับสนุนเธอต่อไป โดยหัวสายแข็งกร้าวนี้ควบคุมทั้งกองกำลังด้านความมั่นคงและกองกำลังกึ่งทหาร ซึ่งถูกส่งลาดตระเวนตามท้องถนนสายต่างๆ นับตั้งแต่ มาดูโร ถูกจับกุม "เราเป็นชนชาติที่ไม่ยอมแพ้ เราเป็นชนชาติที่ไม่ยอมจำนน" เธอประกาศ ขณะกล่าวยกย่องผู้เสียสละระหว่างการโจมตีของสหรัฐฯ
(ที่มา:เอเอฟพี/รอยเตอร์/เอพี)


