หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่าปักกิ่งไม่ยอมรับประเทศใด ๆ ที่ทำตัวเป็น "ผู้พิพากษาโลก" (world's judge) หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการบุกจับกุมประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา
"เราไม่เคยเชื่อว่าประเทศใด ๆ สามารถทำหน้าที่เป็นตำรวจโลกได้ และเราไม่ยอมรับว่าประเทศใด ๆ สามารถอ้างตัวว่าเป็นผู้พิพากษาโลกได้" หวังกล่าวกับ อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน ระหว่างการประชุมที่ปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ (4) พร้อมอ้างถึง "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในเวเนซุเอลา" โดยไม่ได้เอ่ยถึงสหรัฐฯ โดยตรง
"อธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ" นักการทูตระดับสูงของจีนกล่าวเสริมในถ้อยแถลงครั้งแรก หลังจากภาพของ มาดูโร วัย 63 ปี ที่ถูกปิดตาและใส่กุญแจมือเมื่อวันเสาร์ (3) สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเวเนซุเอลา
มาดูโร ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันที่นิวยอร์กเพื่อรอการขึ้นศาลในวันจันทร์ (5) ด้วยข้อหาที่เกี่ยวกับยาเสพติด
ปักกิ่งมีความทะเยอทะยานที่จะเป็นมหาอำนาจทางการทูต ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดหลังจากเป็นตัวกลางในการฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างไม่คาดคิดระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่านเมื่อปี 2023 โดยให้คำมั่นว่าจีน "จะแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ในประเด็นจุดร้อนต่างๆ ของโลก"
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความสำเร็จของปักกิ่งในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ได้เสริมสร้างความมั่นใจของจีนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำพูดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่าสหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญต่อ "ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมและมั่นคงตลอดกาล" ที่ปักกิ่งและการากัสได้ลงนามไว้ในปี 2023 ซึ่งเป็นการครบรอบเกือบ 50 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูต
"นี่เป็นความเสียหายครั้งใหญ่สำหรับจีน เราต้องการแสดงให้เห็นว่า เราเป็นเพื่อนที่น่าเชื่อถือของเวเนซุเอลา" เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนคนหนึ่งกล่าว หลังจากได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมระหว่าง มาดูโร และ ชิว เสี่ยวฉี ผู้แทนพิเศษของจีนด้านกิจการละตินอเมริกาและแคริบเบียน ก่อนที่ มาดูโร จะถูกจับกุมเพียงไม่กี่ชั่วโมง
แหล่งข่าวระบุว่า บุตรชายของ มาดูโร ได้เดินทางไปเยือนมหาวิทยาลัยปักกิ่งซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนในปี 2024 โดยเขาได้ลงทะเบียนเรียนที่นั่นในปี 2016 และไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับไปอีกหรือไม่ แม้ว่าจะมีการเจรจาทางการทูตกับรัฐบาลการากัสมาหลายปีเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาของเขาและความสัมพันธ์กับจีนก็ตาม
จีนซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่เวเนซุเอลามาตั้งแต่สหรัฐฯ และพันธมิตรเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรในปี 2017 โดยซื้อสินค้ามูลค่าประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งเป็นข้อมูลรายปีล่าสุดที่มีอยู่
ข้อมูลจากกรมศุลกากรชี้ให้เห็นว่า สินค้าเกือบครึ่งหนึ่งที่จีนซื้อจากเวเนซุเอลาคือน้ำมันดิบ ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัย American Enterprise Institute ซึ่งติดตามการลงทุนของบริษัทจีนในต่างประเทศ ระบุว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีนได้ลงทุนในเวเนซุเอลาประมาณ 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2018
ที่มา: รอยเตอร์


