การซ้อมรบของจีนใกล้ๆไต้หวัน โหมกระพือความตึงเครียดในภูมิภาค "โดยไม่จำเป็น" จากถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี(1ม.ค.) พร้อมเรียกร้องปักกิ่งหยุดกดดันทางทหาร
"กิจกรรมทางทหารของจีนและวาทกรรมที่มีต่อไต้หวันและชาติอื่นๆในภูมิภาค เพิ่มความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น เราเรียกร้องปักกิ่งอดทนอดกลั้น หยุดกดดันทางทหารต่อไต้หวัน และหันมามีส่วนร่วมในการทูตอย่างมีจุดมุ่งหมายแทน" ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอเมริกากล่าว
ปักกิ่งยิงขีปนาวุธและประจำการเครื่องบินขับไล่หลายสิบลำ รวมถึงกองเรือกองทัพเรือและเรือยามชายฝั่งเมื่อวันจันทร์(29ธ.ค.) และวันอังคาร(30ธ.ค.) เพื่อปิดล้อมไต้หวัน โดยบอกว่าการซ้อมรบดังกล่าวเป็นการจำลองปิดกั้นท่าเรือหลักๆของไทเป อย่างไรก็ตามไทเปประณามการซ้อมรบดังกล่าวว่าเป็นการยั่วยุอย่างสูง
จีนกล่าวอ้างว่าไต้หวัน เกาะปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งของดินแดน และขู่ใช้กำลังรวมชาติ
"สหรัฐฯสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวัน และคัดค้านการเปลี่ยนแปลงใดๆต่อสถานภาพปัจจุบัน ในนั้นรวมถึงการใช้กำลังหรือการขู่เข็ญ" พิกอตต์ระบุ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันจันทร์(29ธ.ค.) บอกว่าไม่กังวลเกี่ยวกับการซ้อมรบกระสุนจริงของจีน ดูเหมือนเป็นการปัดตกความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะออกคำสั่งรุกราน
"ผมมีความสัมพันธ์ยอดเยี่ยมกับประธานาธิบดีสี และเขาไม่ได้บอกอะไรกับผมในเรื่องนี้ แน่นอนว่าผมเห็นมันแล้ว" ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการซ้อมรบ "ผมไม่เชื่อว่าเขาจะทำมัน" อ้างถึงความเป็นไปได้ของการรุกราน "พวกเขาซ้อมรบทางทะเลในพื้นที่นั้นมานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่ตอนนี้ผู้คนกลับมองมันต่างออกไป"
การสำแดงแสนยานุภาพทางทหารของปักกิ่ง มีขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์ อนุมัติแพ็คเกจอาวุธ 11,000 ล้านดอลลาร์แก่ไต้หวัน
สหรัฐฯมีพันธสัญญาในการรับประกันการป้องกันตนเองของไต้หวันมานานหลายทศวรรษ ขณะเดียวก็พูดอย่างคลุมเครือว่ากองทัพอเมริกาจะเข้าแทรกแซงหรือไม่ ในกรณีที่ไทเปถูกรุกราน
ความเคลื่อนไหวซ้อมรบหนล่าสุดของจีน ถือเป็นการซ้อมรบใหญ่ครั้งที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2022 ครั้งที่ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯ ณ ขณะนั้น ก่อความเดือดดาลแก่ปักกิ่ง ด้วยการเดินทางเยือนไต้หวัน
(ที่มา:เอเอฟพี)


