xs
xsm
sm
md
lg

เข้าทาง! รถถังไทยเมดอินไชน่า V-T4 โดนเขมรถล่มจนพังยับ ทำสื่อทหารออสซีล้อ “รถถัง Temu” ชัดๆ นักข่าวนิวสวีคอ้าง “กองทัพไทย” ต้องการให้พรมแดนเกิดปะทะรอบใหม่หวังช่วยพรรคทหาร-พรรคโปรสถาบัน” ในศึกเลือกตั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ –ไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดียเมื่อภาพรถถังกองทัพไทยที่ซื้อมาจากจีนรุ่น V-T4 มีสภาพไม่ต่างจากเศษหลักพังยับหลังโดนยิงในการสู้รบกับทหารกัมพูชาเมื่อไม่นานมานี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยในช่วงเวลาที่ฝ่ายไทยยึดขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถี GAM-102LR รุ่น 5 ของจีนจากเนิน 500 มาได้เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโดยเฉพาะภายในภูมิภาคอาเซียน ด้านสื่อการทหารออสเตรเลียชื่อดัง Global Defense Corps ได้ทีเรียกรถถังเสือกระดาษของไทยว่า “รถถัง Temu” ด้านนักข่าวอาวุโสชื่อดังของนิวสวีคโพสต์อ้างธิงแทงก์ Council on Forein Policy วิเคราะห์ดุมีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพและคนอื่นต้องการเริ่มความขัดแย้งครั้งใหม่เพื่อช่วยพรรคเอื้อทหารและโปรสถาบันในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

นักข่าวอาวุโสชื่อดังของนิวสวีค Matthew Tostevin โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ถึงสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชาและการประกาศเลือกตั้งหลังยุบสภาของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล อย่างมีนัยยะสำคัญโดยอ้างอิงไปถึงรายงานของสถาบันธิงแทงก์ชื่อดัง Council on Forein Policy โดย Tostevin กล่าวว่า “มันมีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพไทยและคนอื่นที่สูงกว่านั้นต้องการให้เกิดการสู้รบบริเวณพรมแดนรอบใหม่เพื่อเป็นอานิสงค์ช่วยพรรคสนับสนุนทหารและโปรสถาบัน”

กองทัพไทยเองตกเป็นหัวข้อข่าวและกลายเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดียเมื่อ Global Defense Corps หรือ GDC สื่อการทหารออสเตรเลียในวันจันทร์(15) ได้เผยแพร่ภาพรถถังเมดอินไชน่ารุ่น V-T4 ของกองทัพที่พังยับไม่ต่างจากเศษเหล็ก

GDC ชี้ว่า ภาพดังกล่าวถูกยืนยันจากกองทัพไทยว่า รถถังประจัญบานของตนเสียหายยับหลังโดนยิงอย่างหนักระหว่างการสู้รบในสมรภูมิกับกองกำลังกัมพูชา

ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกองทัพแสดงให้เห็นว่า ด้านบนของตัวรถถังที่เป็นปืนระเบิดหลังโดนยิงอย่างหนักในปฎิบัติการ

รถถัง V-T4 รุ่นดังกล่าวเป็นของบริษัทการทหารจีน NORINCO ซึ่งการจัดซื้อรถถังจีนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฎิรูปกองทัพให้ทันสมัย และอาจไม่ต่างจากฝ่ายกัมพูชาที่ในระหว่างการรบล่าสุดกองทัพไทยสามารถยึดขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถีจีน GAM-102LR เจน 5 ได้หลังเข้าตีฐานเนิน 500 แตกเมื่อไม่กี่วันมานี้ 

เดอะวีคของสหรัฐฯรายงานว่า กัมพูชาที่พึ่งพิงเทคโนโลยีทางการทหารจีนอย่างหนักคาดหวังจะพึ่งพิงกระสุนนำร่องที่มีความแม่นยำพิสัยไกลนี้ ในความหวังชิงความได้เปรียบเหนือทหารไทย

โดยขีปนาวุธ GAM-102LR เจน 5 เหล่านี้สามารถใช้งานได้ทั้งหน่วยทหารราบหรือติดตั้งบนยานพาหนะสำหรับยิงแล้วเคลื่อนที่ที่ดูไปแล้วไม่ต่างจากศึกสงครามกลางเมืองอาวุธจีนที่ได้เห็นทั้ง 2 ฝ่ายใช้อาวุธเมดอินไช่น่าโดยเดอะวีคเชื่อว่า ปักกิ่งน่าจะต้องการให้สนามรบไทย-กัมพูชาเป็นสนามทดสอบอาวุธของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามหลังภาพความเสียหายของรถถังจีน V-T4 ของฝ่ายไทยอยู่ในสภาพพังยับทำให้สื่อการทหารออสซี่จั่วหัวถามเชิงล้อว่า “นี่ใช่รถถัง Temu หรือปล่าว?”

Council on Forein Policy รายงานบทวิเคราะห์วานนี้(15)โดยชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล อาจจงใจประกาศจัดเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อเลี่ยงการโดนถอดถอนออกจากตำแหน่ง

เกิดขึ้นช่วงเวลาที่ประเทศยังคงติดพันการสู้รบชายแดนกับกัมพูชาเพื่อนบ้านส่งผลทำให้กระแสชาตินิยมพุ่งที่อาจจะช่วยพรรคภูมิใจของอนุทินที่โปรทหารมีแต้มที่เหนือกว่ามากกว่าที่เคยคาดไว้ในอดีต

ความขัดแย้งพรมแดนนี้ยังช่วยเพิ่มกระแสความนิยมให้กองทัพไทยมากขึ้น

และไม่เป็นที่กล่าวเกินจริงว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางพรมแดนนั้นมีส่วนเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมทางการเมืองไทย

ธิงแทงก์ชื่อดังอ้างโดยที่ไม่มีใบเสร็จยืนยันว่า มันมีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพไทยและคนอื่นที่สูงกว่านั้นต้องการให้เกิดการสู้รบบริเวณพรมแดนรอบใหม่เพื่อเป็นอานิสงค์ช่วยพรรคสนับสนุนทหารและโปรสถาบัน

พร้อมชี้ว่าเหมือนเช่นหนังสือพิมพ์ไทยภาคภาษาอังกฤษ บางกอกโพสต์ เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 30 ส.คว่า “การปะทะบริเวณพรมแดนกับกัมพูชาเมื่อไม่นานมานี้ได้เปลี่ยนการรับรู้ของสาธารณะ”

การส่งกำลังทหารออกไปที่แนวหน้าไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้ปกป้องโครงสร้างทางอำนาจที่ล้าสมัยอีกต่อไป แต่เป็นผู้ปกป้องแนวหน้าของอธิปไตยประเทศ

การเปลี่ยนแปลงเชิงขับเคลื่อนนี้ได้สร้างเหตุผลด้านการเลือกตั้งต่อกองทัพไทยให้ยังคงสู้รบต่อไปที่ทำให้ชี้ไปว่า ไม่ดูเหมือนว่าความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาจะยุติลงได้ก่อนวันเลือกตั้ง

บวกกับช่องทางการทูตทางประตูหลังระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุนเซน หรืออังเคิลฮุน จะปิดตายอย่างถาวร รวมไปถึงการที่ “จีน” ดูเหมือนเวลานี้จงใจปล่อยให้ “สหรัฐฯ” เล่นบทพระเอกเข้ามาแทรกแซงและล้มเหลวทำให้ทำให้สันติภาพพรมแดนนั้นเชื่อว่ายังคงห่างไกล

ในความขัดแย้งที่มีปัจจัยภายนอกเกี่ยวข้องจากประเทศมหาอำนาจ เช่น ความน่าฉงนของอาวุธทันสมัยจีนโผล่ชายแดนเป็นต้นว่า ขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถี GAM-102LR รุ่น 5 ของจีน และคำขู่การขึ้นภาษีใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงโทษต่อทั้งไทย-กัมพูชา อ้างอิงจากวอลสตรีทเจอร์นัลด์รายงานวันเสาร์(13)

“หากว่าคุณมีสงคราม ไม่เพียงแต่ที่ผมจะยกเลิกข้อตกลงการค้าที่พวกเรามี แต่ผมจะเพิ่มภาษีกับประเทศของคุณ” และในการกล่าวผู้นำสหรัฐฯได้เสริมต่อว่า

“ไม่มีใครสามารถทำแบบนี้ได้ยกเว้นผม”


กำลังโหลดความคิดเห็น