ประธานาธิบดีนิ โคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา กำลังหมดทางเลือกที่จะลาออก และเดินทางออกนอกประเทศภายใต้เงื่อนไขการันตีความปลอดภัยที่สหรัฐฯ รับรอง หลังการโทรศัพท์หารือสั้นๆ กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งปรากฏว่า ทรัมป์ "ปฏิเสธ" คำขอหลายข้อจากผู้นำเวเนซุเอลา ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว 4 คน
การโทรศัพท์หารือดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ย. หลังสหรัฐฯ กดดันเวเนซุเอลาอย่างหนักหน่วงมาหลายเดือน ซึ่งรวมถึงการโจมตีเรือขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียน การข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าของ ทรัมป์ ว่าจะขยายปฏิบัติการทางทหารไปยังดินแดนต่างๆ และการประกาศขึ้นบัญชีดำกลุ่ม คาร์เทล เด ลอส โซเลส (Cartel de los Soles) ซึ่งรัฐบาล ทรัมป์ ระบุว่ารวมถึงตัว มาดูโร เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ
มาดูโร และรัฐบาลของเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทางอาญาทั้งหมดมาโดยตลอด และชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเพื่อควบคุมทรัพยากรธรรมชาติอันมหาศาลของเวเนซุเอลา รวมถึงน้ำมัน
แหล่งข่าว 3 รายให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า มาดูโร บอกกับ ทรัมป์ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ว่า เขายินดีที่จะเดินทางออกจากเวเนซุเอลา หากตนและครอบครัวได้รับการนิรโทษกรรมทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการยกเลิกคำสั่งคว่ำบาตรทั้งหมดของสหรัฐฯ และการยุติคดีสำคัญที่เขากำลังเผชิญอยู่ในศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ICC)
เขายังขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลากว่า 100 คน ซึ่งหลายคนถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ค้ายาเสพติด หรือทุจริตคอรัปชัน
แหล่งข่าว 2 คนเผยด้วยว่า มาดูโร ขอให้รองประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ บริหารรัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้งใหม่
ทรัมป์ ได้ปฏิเสธคำขอส่วนใหญ่ของ มาดูโร ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที แต่บอกกับ มาดูโร ว่าเขามีเวลา 1 สัปดาห์ในการออกจากเวเนซุเอลาไปยังจุดหมายปลายทางที่เขาเลือก พร้อมกับสมาชิกในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาของการรับประกันความปลอดภัยนั้นได้สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อวันศุกร์ (28 พ.ย.) ทำให้ ทรัมป์ ประกาศปิดน่านฟ้าของเวเนซุเอลาในวันเสาร์ (29)
หนังสือพิมพ์ไมอามีเฮรัลด์รายงานรายละเอียดหลายอย่างเกี่ยวกับการโทรศัพท์ครั้งนี้ และก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีการเปิดเผยเรื่องกำหนดเส้นตายในวันศุกร์
เมื่อวันอาทิตย์ (30) ทรัมป์ยืนยันว่า เขาได้พูดคุยกับ มาดูโร แล้ว โดยไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ ขณะที่ทำเนียบขาวก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนกระทรวงสารสนเทศของเวเนซุเอลาก็ยังไม่ได้ตอบกลับคำถามของสื่อมวลชน
รัฐบาล ทรัมป์ ประกาศไม่ยอมรับ มาดูโร ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2013 ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเวเนซุเอลา โดย มาดูโร อ้างว่าตนชนะเลือกตั้งอีกสมัยเมื่อปีที่แล้วในการลงคะแนนเสียงระดับชาติ ขณะที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกอื่นๆ มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่โปร่งใส ส่วนผู้สังเกตการณ์อิสระก็ชี้ว่า ฝ่ายค้านต่างหากที่ได้ชนะอย่างท่วมท้น
มาดูโร กล่าวกับผู้ชุมนุมเมื่อวันจันทร์ (1) ว่าตนจะ "จงรักภักดีอย่างที่สุด" ต่อประชาชนชาวเวเนซุเอลา
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า มาดูโร จะยังสามารถยื่นข้อเสนอใหม่ที่เกี่ยวกับการขอเปิดเส้นทางหนีออกนอกประเทศอย่างปลอดภัยได้หรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ คนหนึ่งกล่าวว่า ทรัมป์ ได้หารือกับที่ปรึกษาระดับสูงในวันจันทร์ (1) เพื่อหารือเกี่ยวกับการรณรงค์กดดันเวเนซุเอลา รวมถึงหัวข้ออื่นๆ
แหล่งข่าวจากวอชิงตันที่ได้รับฟังการหารือภายในของรัฐบาล ทรัมป์ ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ มาดูโร จะถอนตัวออกจากเวเนซุเอลาผ่านการเจรจา แต่ย้ำว่ายังคงมีความขัดแย้งเกิดขึ้น และรายละเอียดสำคัญๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไข
สหรัฐฯ ได้เพิ่มรางวัลนำจับสำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมมาดูโรเป็น 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งรางวัลนำจับ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลคนอื่นๆ รวมถึง ดิออสดาโด กาเบลโล รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเวเนฯ ซึ่งถูกสหรัฐฯ ตั้งข้อหาค้ายาเสพติด รวมถึงคดีอาญาอื่นๆ ซึ่งคนเหล่านี้ทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา
แหล่งข่าวทั้ง 3 คนระบุว่า รัฐบาล มาดูโร ได้ร้องขอโทรศัพท์พูดคุยกับ ทรัมป์ อีกครั้ง
ที่มา: รอยเตอร์


