เอพี – ทรัมป์โพสต์เตือนสายการบิน นักบิน ผู้ค้ายาเสพติด และพวกลักลอบค้ามนุษย์ ให้ถือว่า น่านฟ้าเหนือเวเนซุเอลาและบริเวณโดยรอบเป็นน่านฟ้าปิด ด้านการากัสกล่าวหาผู้นำสหรัฐฯ คุกคามแบบนักล่าอาณานิคมและพยายามบ่อนทำลายอธิปไตยของเวเนซุเอลา
ทำเนียบขาวไม่ได้ออกมาตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลเมื่อวันเสาร์ (29 พ.ย.) รวมทั้งไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการประกาศนโยบายใหม่หรือแค่ย้ำข้อความเดิมในปฏิบัติการกดดันประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ซึ่งรวมถึงการโจมตีเรือเล็กหลายลำที่ถูกกล่าวหาว่า ลักลอบขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียนและด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 80 คนนับตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. และการประจำการกองกำลังทางนาวีในน่านน้ำดังกล่าว ทั้งนี้ โพสต์ปิดล้อมทางอากาศของทรัมป์ส่งถึง “สายการบิน นักบิน ผู้ค้ายาเสพติด และพวกลักลอบค้ามนุษย์”
ทางด้านรัฐบาลเวเนซุเอลาแถลงตอบโต้โพสต์ดังกล่าวของทรัมป์ว่า เป็นการข่มขู่ของนักล่าอาณานิคมที่ต้องการบ่อนทำลายบูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงด้านอากาศยานและการบิน และอธิปไตยของเวเนซุเอลา
กระทรวงต่างประเทศเวเนซุเอลาสำทับว่า การประกาศของทรัมป์เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ตามอำเภอใจ และยังระบุว่า หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของอเมริการะงับเที่ยวบินเนรเทศผู้อพยพเวเนซุเอลาฝ่ายเดียว
จากข้อมูลการติดตามการบินพบว่า หลังจากการเจรจาของรัฐบาลสองฝ่าย มีการเนรเทศชาวเวเนซุเอลากลับประเทศกว่า 13,000 คนในปีนี้โดยใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำหลายสิบเที่ยว เที่ยวล่าสุดเดินทางถึงกรุงการากัสเมื่อคืนวันศุกร์ (28 พ.ย.)
สัปดาห์ที่ผ่านมา สายการบินระหว่างประเทศเริ่มยกเลิกเที่ยวบินไปยังเวเนซุเอลา หลังจากสำนักงานบริหารการบินของสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) เตือนนักบินให้ใช้ความระมัดระวังขณะบินผ่านเวเนซุเอลาเนื่องจากมีความเคลื่อนไหวทางการทหารผิดปกติ
ปกติแล้วเขตอำนาจของเอฟเอเอจำกัดอยู่ภายในอเมริกาและดินแดนของสหรัฐฯ และหน่วยงานนี้ไม่ได้ออกประกาศเตือนนักบินเกี่ยวกับอันตรายในการบินเหนือพื้นที่ที่มีความขัดแย้งหรือมีกิจกรรมทางทหารทั่วโลกเหมือนที่ออกคำเตือนเกี่ยวกับเวเนซุเอลาเมื่อต้นเดือนพ.ย. แต่จะประสานงานกับประเทศต่างๆ และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศ (ไอเคโอ)
คณะบริหารของทรัมป์พยายามกดดันมาดูโร ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ถือว่า เป็นผู้นำที่ชอบธรรมของเวเนซุเอลา รวมทั้งกล่าวหาว่า ก่อการร้ายด้วยยาเสพติด
กองทัพอเมริกาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดขึ้นบินใกล้เวเนซุเอลา และส่งยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ล้ำสมัยที่สุดของอเมริกาไปยังบริเวณดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ที่สุดของอเมริกาในภูมิภาคนี้ในรอบหลายชั่วอายุคน อีกทั้งทำให้ภารกิจ “โอเปอเรชัน เซาเทิร์น สเปียร์” ครอบคลุมเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ เกือบ 12 ลำ และทหารเรือและนาวิกโยธินราว 12,000 นาย
อย่างไรก็ดี เมื่อวันศุกร์ โรเจอร์ วิกเกอร์ วุฒิสมาชิกรีพับลิกันที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภา และแจ็ค รีด วุฒิสมาชิกเดโมแครต ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า คณะกรรมาธิการฯ จะเพิ่มการตรวจสอบการโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ ต่อเรือในน่านน้ำใกล้เวเนซุเอลา หลังจากวอชิงตัน โพสต์รายงานว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ออกคำสั่งทางวาจาให้สังหารลูกเรือทั้งหมดอันเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีเรือที่สงสัยลักลอบขนยาเสพติดเมื่อวันที่ 2 ก.ย.
ทีมงานของทรัมป์กำลังพิจารณาทั้งทางเลือกทางทหารและทางเลือกอื่นๆ ในการดำเนินการกับเวเนซุเอลา ซึ่งรวมถึงปฏิบัติการลับโดยสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ)
นอกจากนั้นทรัมป์ยังเสนอไอเดียในการเจรจากับมาดูโร โดยนิวยอร์ก ไทมส์รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ผู้นำทั้งสองประเทศได้พูดคุยกัน ทว่า ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว


