ศาลรัฐธรรมนูญของไทยในวันศุกร์(29ส.ค.) จะตัดสินชะตากรรมของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในคดีหนึ่งที่อาจเห็นเธอถูกปลดจากตำแหน่งทั้งที่อยู่ในอำนาจได้เพียง 1 ปี ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ พร้อมอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ระบุ คำพิพากษามีแนวโน้มจะนำมาซึ่งความปั่นป่วนทางการเมือง ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่านางสาวแพทองธาร ลูกสาวของมหาเศรษฐีทักษิณ ชิวัตร ถูกกล่าวหาละเมิดจริยธรรมร้ายแรง ในคดีคลิปเสียงหลุดการพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเมื่อเดือนมิถุนายน ครั้งที่ทั้ง 2 ประเทศเฉียดใกล้ความขัดแย้งติดอาวุธตามแนวชายแดน
รายงานของรอยเตอร์ ระบุว่าท่าทีของนายกรัฐมนตรีไทยวัย 39 ปี ที่ดูเหมือนยอมกัมหัวสยบแก่ฮุนเซน ได้โหมกระพือเสียงเดือดดาลและการประท้วง ที่นำมาซึ่งรัฐบาลผสมของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้าย ต่อมาเธอออกมาขอโทษและอ้างว่าที่ทำเช่นนั้นเพียงเพราะต้องการลดความตึเครียดและปกป้องชีวิต
สุดท้ายแล้วการสู้รบตามแนวชายแดนปะทะขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ตามหลังการพูดคุยทางโทรศัพท์ดังกล่าว แต่เวลานี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้หยุดการสู้รบ ผลจากการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง
รายงานของรอยเตอร์ระบุว่านางสาวแพทองธาร เสี่ยงกลายเป็นนายกรัฐมนตรีรายที่ 5 ในกรอบ 17 ปีหลังสุด ที่ถูกปลดโดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตอกย้ำถึงบทบาทกลางของศาลแห่งนี้ ในศึกแย่งชิงอำนาจที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ที่พบเห็นผู้นำจากตระกูลชินวัตรถูกรัฐประหารไป 2 รอบและการพังครืนของรัฐบาล 3 รัฐบาล
รอยเตอร์รายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดตัดสินคดีตอนเวลา 15.00น. และถ้านางสาวแพทองธารถูกปลด คาดหมายว่าจะมีการต่อรองกันอย่างวุ่นวายก่อนที่รัฐสภาจะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งอาจมาจากพรรคเพื่อไทยของเธอ หรือพรรคร่วม หรือแม้กระทั่งจากพรรคฝ่ายค้าน
"การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะเป็นเรื่องยากและบางทีอาจใช้เวลาพักใหญ่" รอยเตอร์รายงานอ้างความเห็นของ สติธร ธนานิธิโชติ นักรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "มันไม่ใช่งานง่าย สำหรับจะทำให้มันเป็นประโยชน์กับทุกพรรค" เขากล่าว "พรรคเพื่อไทยจะเสียเปรียบ อำนาจต่อรองจะเป็นของทุกพรรคยกเว้นพรรคเพื่อไทย"
มีบุคคลเพียง 5 รายที่มีสิทธิ์ก้าวมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากแคนดิเดทของพรรคการเมืองทั้งหลาย ที่ยื่นก่อนศึกเลือกตั้งปี 2023 อย่างไรก็ตามในนั้นมีแคนดิเดทจากพรรคเพื่อไทยเพียง 1 ราย ได้แก่นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุดที่มีประสบการณ์ในคณะรัฐมนตรีอย่างจำกัด ตามรายงานของรอยเตอร์
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ถ้านางสาวแพทองธารรอดพ้นจากการถูกลงโทษ แต่บางทีเธออาจถูกรอดไม่นานนัก เนื่องจากรัฐบาลผสมของเธอครองเสียงข้างมากแบบฉิวเฉียดและเผชิญการประท้วงจากพวกชาตินิยม ขณะที่ปัญหาต่างๆในรัฐสภาอาจเป็นตัวกัดเซาะความพยายามในการดำเนินการตามวาระต่างๆของรัฐบาลและกอบกู้เศรษฐกิจที่เปราะบาง
"รัฐบาลจะไร้เสถียรภาพ" สติธรกล่าว พร้อมระบุว่า "นางสาวแพทองธารสูญเสียความน่าเชื่อถือไปตั้งแต่วันแรกที่คลิปเสียงโทรศัพท์หลุดออกมาแล้ว" สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน
(ที่มา:รอยเตอร์)