ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนกำหนดเส้นตายที่จะบังคับให้ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ ออกไปอีก 75 วันเมื่อวานนี้ (4 เม.ย.) จากเดิมที่กฎหมายแบน TikTok จะต้องมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
"ข้อตกลงนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ เพื่อให้การอนุมัติทุกขั้นตอนได้รับการลงนาม" ทรัมป์ แถลงผ่านโซเชียลมีเดีย โดยอธิบายถึงสาเหตุที่ตนตัดสินใจชะลอการแบน TikTok อีกเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่กำหนดเส้นตายจะมาถึงในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย.
"เราหวังว่าจะยังสามารถทำงานร่วมกับจีน ซึ่งผมเข้าใจว่าพวกเขาคงไม่พอใจนักที่ถูกเรารีดภาษีตอบโต้"
ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้จีน 34% ในวันพุธ (2) ซึ่งเมื่อรวมกับของเดิมที่มีอยู่ทำให้เวลานี้สินค้าจากจีนถูกสหรัฐฯ รีดภาษีในอัตราสูงถึง 54% และกระตุ้นให้ปักกิ่งต้องออกมาตรการตอบโต้ด้วยการสั่งรีดภาษีสินค้าอเมริกัน 34% ในวันศุกร์ (4)
ทรัมป์ เคยแบะท่าเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าพร้อมจะลดภาษีให้กับจีน ขอเพียงปักกิ่งยอมมอบไฟเขียวเปิดทางให้ไบต์แดนซ์ขายกิจการแอปฯ แชร์วิดีโอสั้นที่มีผู้ใช้งานประมาณ 170 ล้านคนในสหรัฐฯ
ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปรยด้วยว่า รัฐบาลของเขาได้พูดคุยกับกลุ่มธุรกิจ 4 รายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อ TikTok แต่ยังไม่ขอเผยว่ามีบริษัทใดบ้าง
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ดีลขายกิจการ TikTok ยังไม่บรรลุผลก็คือการอนุมัติจากรัฐบาลจีน ซึ่งที่ผ่านมาจีนยังไม่เคยประกาศเจตนารมณ์ว่าจะอนุญาตให้ไบต์แดนซ์ขาย TikTok ในสหรัฐฯ หรือไม่ และเมื่อฟังจากคำพูดของ ทรัมป์ ก็พอจะตีความได้ว่าปักกิ่งน่าจะยังคงคัดค้านเรื่องนี้
"เราหวังที่จะทำงานร่วมกับ TikTok และจีนเพื่อปิดดีลนี้"ทรัมป์ โพสต์ข้อความในวันศุกร์ (4) พร้อมเสริมว่า"เราไม่ได้อยากเห็น TikTok จอดำ"
ไบต์แดนซ์แถลงในวันนี้ (5) ว่ายังคงมีข้อขัดแย้งบางประเด็นที่ยังเจรจากันไม่ลงตัว
“เรายังอยู่ระหว่างเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ทว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลง และทั้ง 2 ฝ่ายยังคงมีมุมมองแตกต่างกันในเรื่องสำคัญๆ” ไบต์แดนซ์ แถลงผ่านบัญชี WeChat
“ตามกฎหมายของจีน ข้อตกลงใดๆ ก็ตามจำเป็นจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาทบทวนที่เกี่ยวข้อง”
ด้านสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อกรณี TikTok ว่า “จีนได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่อง TikTok ไปแล้วในหลายวาระโอกาส เราเคารพและปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัท และขอคัดค้านการกระทำใดก็ตามที่จะละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจแบบอิงตลาด”
สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายบังคับ TikTok ขายกิจการในปีที่แล้ว ด้วยเสียงสนับสนุนล้นหลามจากสมาชิกสภาทั้ง 2 พรรคซึ่งอ้างถึงความเสี่ยงที่จีนอาจจะใช้ TikTok เป็นช่องทางสอดแนมและเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกัน
ร่างกฎหมายนี้ถูกลงนามบังคับใช้โดยอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต
สมาชิกสภาคองเกรสบางคนเตือนว่า ทรัมป์ จำเป็นจะต้องบังคับใช้กฎหมายซึ่งกำหนดให้ TikTok ต้องหยุดปฏิบัติการในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. หากยังไม่มีการขายกิจการให้แก่ผู้ซื้อที่ไม่ใช่จีน ทว่า ทรัมป์ ซึ่งสาบานตนเป็นประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 20 ม.ค. กลับเลือกที่จะต่อเวลาให้ TikTok
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้แจ้งไปยัง Apple และ Google ว่าจะยังไม่บังคับใช้กฎหมายแบน TikTok ซึ่งทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถเปิดการดาวน์โหลด TikTok สำหรับผู้ใช้รายใหม่ๆ ได้ โดยคำสั่งล่าสุดของ ทรัมป์ นั้นได้เลื่อนกำหนดเส้นตายไปจนถึงช่วงกลางเดือน มิ.ย.
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 2 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า วงเจรจาของนักลงทุนซึ่งจัดโดยทำเนียบขาวได้พูดถึงแผนการให้หุ้นส่วนที่ไม่ใช่จีนรายใหญ่ที่สุดในไบต์แดนซ์เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น และเข้าควบคุมปฏิบัติการของ TikTok ในสหรัฐฯ ขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทจีนจะลงลงเหลือไม่ถึง 20%
ที่มา : รอยเตอร์