xs
xsm
sm
md
lg

ฮือฮา! วอชิงตันเพิ่มกฎเหล็กสั่งห้าม "เจ้าหน้าที่อเมริกัน” ใน “ปักกิ่ง” มีความสัมพันธ์ทางเพศกับ “สาวจีน” ระหว่างประจำตำแหน่ง กลัวโดนล้วงความลับสุดยอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอพี/เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – รัฐบาลสหรัฐฯล่าสุดออกนโยบายกฎเข้มสั่งห้ามเจ้าหน้าที่อเมริกันภายใน "จีน" รวมสมาชิกครอบครัวและเจ้าหน้าที่รัฐตามสัญญาจ้างห้ามมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพลเมืองจีนและถึงขั้นห้ามมีความสัมพันธ์ทางเพศ หวั่นกลัวล้วงความลับสุดยอด ฮือฮานโยบายใหม่สุดเข้มประกาศใช้เฉพาะกับสถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลสหรัฐฯเฉพาะในจีนเท่านั้น

เอพีรายงานวันพฤหัสบดี(3 เม.ย)ว่า แหล่งข่าวใกล้ชิด 4 คนที่รู้เรื่องนี้โดยตรงเปิดเผยกับเอพีว่า กฎเหล็กนี้เป็นไอเดียจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำจีนที่กำลังจะหมดสมัย นิโคลัส เบิร์นส์ (Nicholas Burns) ถูกบังคับใช้เมื่อมกราคมต้นปีนี้ ก่อนที่เขาจะเดินทางออกมาจากกรุงปักกิ่งกลับสหรัฐฯ

ทั้งนี้มาตรการใหม่ถูกทำให้เป็นกฎหมายเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วประกาศห้ามเจ้าหน้าที่อเมริกันมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและห้ามมีเพศสัมพันธุ์เด็ดขาดกับพลเมืองจีนที่ทำงานภายในสถานทูตสหรัฐฯประจำจีน และสถานกงสุลต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจีนเหล่านี่่้อยู่ในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือตำแหน่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนอื่นๆภายในสถานทูต

แต่ทว่าเอกอัครราชทูตเบิร์นสล่าสุดเมื่อมกราคมสั่งปรับมาตรการให้มีความแข็งกร้าวมากขึ้น สั่งห้ามเจ้าหน้าที่อเมริกันมีความสัมพันธ์กับพลเมืองจีนในประเทศจีนเปลี่ยนแปลงจากแต่เดิมที่จำกัดเฉพาะแค่กับเพื่อนร่วมงานชาวจีนทำในสถานทูตเท่านั้น เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะรับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค ต้นปี

แหล่งข่าว 2 คนที่รู้ได้เปิดเผยกับเอพีว่า นโยบายแบนความสัมพันธ์นี้ถูกหารือครั้งแรกเมื่อหน้าร้อนที่แล้วหลังมีสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯหลายคนติดต่อเบิร์นส์เพื่อแสดงความวิตกว่า คำสั่งห้ามความสัมพันธ์เดิมที่เจาะจงเฉพาะกับพลเมืองจีนที่ทำงานในสถานทูตยังไม่ครอบคลุมมากพอ

เอพีรายงานว่า มาตรการใหม่ถูกใช้ในมกราคมระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯประกาศห้ามตั้งแต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯประจำในจีน รวมไปถึงครอบครัวของคนเหล่านั้น และเจ้าหน้าที่ตามสัญญาที่สามารถเข้าถึงชั้นความลับ ไม่ให้มีความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกหรือทางเพศกับพลเมืองจีนโดยสิ้นเชิง ด้วยความวิตกว่าความลับสุดยอดสหรัฐฯอาจโดนสายลับจีนล้วงไปได้สำเร็จ

นอกเหนือจากสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงปักกิ่ง มาตรการแบนยังถูกบังคับใช้กับสถานกงสุลสหรัฐฯทั้ง 5 แห่งในจีน ได้แก่ที่ กว่างโจว เซียงไฮ้ เสิ่นหยาง และอู่ฮั่น รวมไปถึง สถานกงสุลสหรัฐฯที่ฮ่องกง

เป็นที่น่าสังเกตว่า มาตรการแบนไม่รวมไปถึงเจ้าหน้าที่อเมริกันประจำในชาติอื่นๆ ที่อาจแสดงให้เห็นถึงความตรึงเครียดทางความสัมพันธ์ระดับประเทศระหว่างสหรัฐฯและจีนที่กำลังทำสงครามทางการค้าและข้อพิพาทในน่านน้ำทะเลจีนใต้ที่ฝ่ายอเมริกาถือสิทธิการเดินเรือเสรีขณะที่ฝ่ายปักกิ่งประกาศอ้างสิทธิครอบครองน่านน้ำทะเลจีนใต้ทั้งหมด และเมื่อวันจันทร์(31 มี.ค)ปักกิ่งค้นพบน้ำมันใต้พื่้นทะเลจีนใต้ครั้งใหญ่ร่วม 100 ล้านตัน กลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ไป อ้างอิงการรายงานจากสำนักข่าวซินหัวของจีน

แหล่งน้ำมันใต้ทะเลในระดับความลึก 100 เมตรตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่วเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง ออกไปราว 170 ก.ม

เอพีรายงานว่า นโยบายถูกสื่อสารออกไปทางวาจาและทางอิเล็กทรอนิกต่อเจ้าหน้าที่อเมริกันประจำจีนเมื่อมกราคม แต่ทว่าไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะได้รู้


กำลังโหลดความคิดเห็น