เจ้าหน้าที่ความมั่นคงฟิลิปปินส์ออกมาแถลงวันนี้ (3 เม.ย.) ว่า โครงการจัดซื้อฝูงบินขับไล่ F-16 จากสหรัฐฯ ไม่ได้มีเจตนาคุกคามผลประโยชน์ของชาติใดรวมถึง “จีน” ท่ามกลางความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ที่ร้อนระอุขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โจนาธาน มาลายา โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติฟิลิปปินส์ ออกมากล่าวรับรองต่อจีนว่า แผนการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-16 มูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์จากสหรัฐฯ ไม่ได้มีเจตนาก่อภัยคุกคามต่อประเทศอื่นใดในภูมิภาค และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนยกระดับกองทัพสู่ความทันสมัยเท่านั้น
“เราขอยืนยันต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า แผนการจัดซื้อเครื่องบิน F-16 เข้าประจำการในกองทัพฟิลิปปินส์ไม่ได้มุ่งทำลายผลประโยชน์ของประเทศที่สาม” มาลายา ระบุในงานแถลงข่าว
ก่อนหน้านี้ สำนักงานความร่วมมือด้านความมั่นคงกลาโหมในสังกัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ประกาศในวันอังคาร (1 เม.ย.) ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติโครงการจำหน่ายฝูงบิน F-16 จำนวน 20 ลำให้แก่ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 5,580 ล้านดอลลาร์
เพนตากอน ระบุว่า อากาศยานขับไล่รุ่นนี้จะเพิ่มศักยภาพในการลาดตระเวนให้กับกองทัพฟิลิปปินส์ และยังมีส่วนสนับสนุนปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ชาติด้วย
มาลายา ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้แจ้งให้มะนิลาทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอนุมัติดังกล่าว
ประกาศของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ไปเยือนกรุงมะนิลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกล่าวยืนยันว่าอเมริกายังคงยึดมั่นในสนธิสัญญากลาโหมที่ทำร่วมกับฟิลิปปินส์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะส่งระบบอาวุธที่ก้าวหน้าเข้าประจำการในรัฐพันธมิตรแห่งนี้เพื่อเสริมการป้องกันภัยคุกคามต่างๆ รวมถึง “พฤติกรรมก้าวร้าว” ของจีน
จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้อย่างกว้างขวาง และไปทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจจำเพาะของหลายประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
เมื่อปี 2016 ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่กรุงเฮกได้มีคำตัดสินเข้าข้างฟิลิปปินส์ โดยยืนยันว่าจีนไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศที่จะอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำอย่างครอบคลุมเช่นนี้ ขณะที่ปักกิ่งไม่ยอมรับในคำพิพากษาดังกล่าว
ที่มา: รอยเตอร์