โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) กำลังถูกพินิจพิเคราะห์อย่างเข้มข้น หลังจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอภิมหาโครงการนี้ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างสูง 30 ชั้นหลังหนึ่งในเมืองหลวงของไทย ที่พังถล่มลงมาท่ามกลางแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
วอชิงตันไทม์สรายงานว่า เศษซากของตึกสูงที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ เผยให้เห็นถึงบางอย่างที่พวกนักวิเคราะห์บอกว่าเป็นหลักฐานของการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน และล่าสุดความกังวลเกี่ยวกับมาตรการการก่อสร้างได้ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบริษัทผู้ดำเนินการเป็นส่วนหนึ่งของอภิมหาโครงสร้างระดับโลก ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในยุทธศาสตร์ทางการทูตแบบนุ่มนวลของปักกิ่ง
เหล็กเส้นจีนที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารที่พังถล่ม ดูเหมือนจะหักภายใต้แรงตึงเครียดจากแผ่นดินไหว ทำให้ตึกดังกล่าว ที่มีบริษัทจีนแห่งหนึ่งและบริษัทก่อสร้างของไทยแห่งหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ให้กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของไทย พังถล่มลงมาเหลือแต่เศษซากปูนขนาดใหญ่ ตามรางานของวอชิงตันไทม์ส
จนถึงตอนที่วอชิงตันไทม์สเผยแพร่รายงานชิ้นนี้ในวันพุธ(2เม.ย.) ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิต 14 รายและแรงงาน 72 คนยังคงสูญหาย พร้อมระบุว่าการสืบสวนเริ่มต้นด้วยภาพที่แปลกๆและน่าวิตกกังวล
สื่อมวลชนสหรัฐฯแห่งนี้รายงานว่า 2 วันหลังเกิดแผ่นดินไหว ชายชาวจีน 4 คน ถูกบันทึกภาพวิดีโอเอาไว้ได้ ขณะกำลังพยายามขนเอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างนี้ หลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุ
ตำรวจควบคุมตัวพวกเขาเอาไว้ได้ ทำการสอบปากคำแล้วปล่อยตัวไป ขณะที่ทางวอชิงตันไทม์สอ้างว่าสถานทูตจีนในกรุงเทพฯและกระทรวงมหาดไทยของไทย ซึ่งกำกับดูแลตำรวจ พบปะพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุอาคารถล่ม แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆต่อสาธารณะ
วอชิงตันไทม์ส ระบุว่าภาพลักษณ์ของจีนในไทย มีความสำคัญยิ่งสำหรับปักกิ่ง ประเทศที่แข่งขันอย่างไม่เป็นทางการกับสหรัฐฯมานานหลายทศวรรษ ในการมีอิทธิพลทั้งทางการทูต การเมือง เศรษฐกิจและการทหารกับไทย
ปักกิ่ง หล่อหลอมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับกรุงเทพฯ ผ่านการศึกษา การท่องเที่ยว ความช่วยเหลือทางการเงินและการลงทุน
อย่างไรก็ตามหลังเกิดแผ่นดินไหว มีรายงานว่าสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ตรวจพบองค์ประกอบทางเคมี มวลและความแค้นของเหล็กเสริม ดูเหมือนไม่ผ่านการทดสอบ ตามรายงานของวอชิงตันไทม์ส
ภาพถ่ายที่แสดงโดยกระทรวงอุตสาหกรรมของไทยและสื่อมวลชนท้องถิ่น เผยให้เห็นว่าตรายี่ห้อสินค้าที่ประทับอยู่บนเหล็กเสริมที่ขุดออกมาจากซากหักพังนั้น เชื่อมโยงกับผู้ผลิตเหล็กรายหนึ่งของจีน และคนไทยบางส่วนเริ่มกังวลเกี่ยกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของปักกิ่ง เหนือโครงการพัฒนาต่างๆของประเทศ ตามรายงานของวอชิงตันไทม์ส
นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ไทย เสี่ยงสูญเสียมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์(3.4 แสนล้านบาท) ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมือง บอกในวันพุธ(2เม.ย.) ว่ามีอาคารสูงอย่างน้อย 30 แห่งในกรุงเทพฯที่ได้รับความเสียหาย และดูเหมือนจะพักอาศัยไม่ได้แล้ว
รายงานของวอชิงตันไทม์สระบุว่าสัญญาก่อสร้างนี้เป็นโครงการร่วมระหว่างบริษัท China Railway No. 10 Engineering Group ของรัฐบาลจีนและอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัทก่อสร้างใหญ่ที่สุดของไทย และเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
China Railway No. 10 Engineering Group เป็นส่วนหนึ่งของ China Railway Engineering Corp หรือ CREC หนึ่งในบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่ทาง CREC และ Railway No. 10 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) ยุทธศาสตร์การพัฒนาทั่วโลกที่รัฐบาลจีนริเริ่ม เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศและองค์การระหว่างประเทศเกือบ 70 แห่ง และเป็นถือเป็นศูนย์กลางของนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
ด้วยเหตุนี้การพังถล่มลงมาของอาคารสูงในกรุงเทพฯที่สร้างโดยจีน จะก่อความกังวลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติด้านการก่อสร้างในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ตามรายงานของวอชิงตันไทม์ส
CREC คือกิจการที่มีรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนเป็นเจ้าของ และยังดำเนินโครงการอื่นๆในไทย ในนั้นรวมถึงเส้นทางเดินรถไฟสายหนึ่ง ที่ท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมปักกิ่งกับสิงคโปร์ผ่านไทย นอกจากนี้แล้วพวกเขายังช่วยก่อสร้างหนึ่งในเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินของกรุงเทพฯและยื่นประมูลสำหรับอื่นๆด้วย
ท่ามกลางความกังวลในวงกว้าง วอชิงตันไทม์สรายงานว่ากระทรวงพาณิชย์ของไทยและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้ลงมือสืบสวนและตรวจสอบโครงการอื่นๆอีกนับสิบโครงการในไทย ในความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวข้องกับ CREC และ China Railway No. 10
ก่อนหน้าแผ่นดินไหว CREC ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่าสัญญาก่อสร้างอาคารสูงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในกรุงเทพฯ เป็น "อาคารสูงแห่งแรกในต่างแดนของบริษัท" อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของ CREC ลบภาพ คำพูดและเพจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินออกทั้งหมด ในนันรวมถึงคำประกาศก่อนหน้านี้ของ CREC หลังเกิดแผ่นดินไหว ตามรายงานของวอชิงตันไทม์ส
(ที่มา:วอชิงตันไทม์ส)