xs
xsm
sm
md
lg

ความหวังพบผู้รอดชีวิตแผ่นดินไหวพม่าริบหรี่ลง ยอดตายพุ่งเป็นกว่า2700 ชาวบ้านขาดทั้งอาหาร-ที่พัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พระภิกษุสามเณร และชาวบ้านช่วยกันรื้อถอนกองซากปรักหักพังของวัดที่ได้รับความเสียหายหนักแห่งหนึ่งในเมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันอังคาร (1 เม.ย.) 4 วันหลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ระดับ 7.7 แมกนิจูดถล่มพื้นที่ตอนกลางของพม่า
เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยหญิงวัย 63 ปีจากใต้ซากอาคารในกรุงเนปิดอว์เมื่อวันอังคาร (1 เม.ย.) กระนั้น ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตเพิ่มจากเหตุแผ่นดินไหวที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็นกว่า 2,700 คน รวมถึงเด็กอนุบาล 50 คนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองมัณฑะเลย์นั้น ริบหรี่ลงเรื่อยๆ ขณะกลุ่มบรรเทาทุกข์ซึ่งเข้าถึงพื้นที่ที่ประสบภัยรุนแรงที่สุดระบุว่า ต้องการเต็นท์ อาหาร และน้ำสะอาด เป็นการด่วน

แผนกดับเพลิงในเนปิดอว์ เมืองหลวงของพม่า เผยว่า สามารถช่วยหญิงวัย 63 ปีคนหนึ่งออกจากกองปรักหักพังได้เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร หรือ 91 ชั่วโมงหลังจากถูกฝังเมื่ออาคารแห่งนั้นพังถล่มจากแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.)

ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่มีการอัปเดตล่าสุดพุ่งไปอยู่ที่ 2,719 คน อีกทั้งคาดหมายว่าจะสูงขึ้นอีกจนทะลุหลัก 3,000 คน พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่ากล่าวระหว่างแถลงทางทีวีเมื่อวันอังคาร(1) เขาบอกด้วยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4,521 คน และยังคงสูญหาย 441 คน ทั้งนี้ ธรณีพิโรธคราวนี้มีจุดศูนย์กลางเหนือแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ๆ มัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศนี้

เวลานี้หลายพื้นที่ยังไม่มีกระแสไฟฟ้า โทรศัพท์ หรืออินเทอร์เน็ตใช้ ถนนหนทางและสะพานจำนวนมากได้รับความเสียหาย รวมทั้งยังมีการควบคุมการสื่อสารของรัฐบาลทหารพม่า เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยรายงานสถานการณ์ส่วนใหญ่มาจากเขตมัณฑะเลย์และเนปิดอว์เป็นสำคัญ

รัฐบาลทหารพม่าอ้างว่า พยายามรับมือกับภัยพิบัติอย่างดีที่สุด ทว่า รายงานจากหลายแหล่งระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากองทัพพม่ายังคงระดมโจมตีกลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาล แม้หลังจากเกิดแผ่นดินไหวแล้วก็ตาม

จูลี บิชอป ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ เรียกร้องเมื่อวันจันทร์ให้ทุกฝ่ายหยุดยิง และหันมาปกป้องพลเรือนและจัดส่งสิ่งบรรเทาทุกข์ให้ผู้ประสบภัย

องค์การอนามัยโลก แถลงว่า มีอาคารบ้านเรือนกว่า 10,000 หลังในตอนกลางและตะวันตกเฉียงเหนือของพม่า พังถล่มหรือเสียหายหนัก

สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ เผยว่า นักเรียนอนุบาล 50 คน และครู 2 คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์โรงเรียนถล่มในมัณฑะเลย์ และเสริมว่า ชุมชนในพื้นที่ประสบภัยรุนแรงที่สุดขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น การเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขาภิบาล ขณะที่ทีมฉุกเฉินทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและแจกจ่ายสิ่งบรรเทาทุกข์เพื่อรักษาชีวิต

ด้านคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (ไออาร์ซี) ระบุว่า ประชาชนในเมืองมัณฑะเลย์ต้องการที่พักพิง เต็นท์ อาหาร น้ำ และความช่วยเหลือทางการแพทย์เป็นการด่วน

เจ้าหน้าที่ไออาร์ซีคนหนึ่งเผยว่า ชาวบ้านยังหวาดกลัวแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อก จึงพากันพักอาศัยหลับนอนริมถนนหรือในทุ่งโล่ง

สื่อของทางการพม่ารายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างชาติกว่า 1,000 คนร่วมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในพม่า และถึงขณะนี้สามารถช่วยผู้รอดชีวิตจากใต้ซากปรักหักพังได้เกือบ 650 คน

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่อินเดียคนหนึ่งเผยว่า ที่ชานเมืองมัณฑะเลย์ กลิ่นซากศพเริ่มคละคลุ้งมากขึ้น โดยสถานที่เผาศพไม่เพียงพอรองรับผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายและมีมาเพิ่มไม่ขาดสาย

ขณะเดียวกัน แทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ได้จัดส่งทีมบรรเทาภัยพิบัติไปช่วยพม่าแล้ว และยืนยันว่า ความล่าช้านี้ไม่ได้เป็นผลจากมาตรการลดขนาดและหั่นงบประมาณขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (ยูเอสเอด) พร้อมบอกว่า อเมริกาส่งเงินช่วยเหลือ 2 ล้านดอลลาร์ไปยังองค์กรบรรเทาทุกข์ที่ปฏิบัติภารกิจในพม่าขณะนี้แล้ว

(ที่มา: รอยเตอร์/เอพี/เอเอฟพี)
กำลังโหลดความคิดเห็น