จีนและรัสเซีย "คือเพื่อนกันตลอดไป ไม่มีวันเป็นศัตรู" จากความเห็นต่อสาธารณะของ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนในวันอังคาร(1เม.ย.) ขณะเดินทางเยือนมอสโก ซึ่งระหว่างนั้นเขายังได้แสดงความยินดีกับสัญญาณความเป็นสัมพันธ์อันปกติระหว่างวอชิงตันกับมอสโก และปฏิเสธทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หวังดึง รัสเซีย เป็นพวก เพื่อจัดการกับจีน
"หลัการเพื่อนกันตลอดกาล ไม่มีวันเป็นศัตรู ทำหน้าที่ในฐานะพื้นฐานทางกฎหมายที่เข้มแข็ง สำหรับการสานต่อความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้น" หวัง บอกกับสำนักข่าวอาร์ไอเอ สื่อมวลชนรัสเซีย
หวัง อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงมอสโกเป็นเวลา 3 วัน เพื่อพูดคุยความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ โปรแกรมเยือนที่ถูกบดบังจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อรับประกันการหยุดยิงในยูเครน และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่มีต่อผู้นำรัสเซียและยูเครน
รัสเซียและจีน เคยประกาศความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ "แบบไร้ขีดจำกัด" ไม่กี่วันก่อนหน้าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ส่งทหารหลายหมื่นนายบุกเข้าไปยังยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน พบปะกับ ปูติน มากกว่า 40 ครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และนับตั้งแต่ทั้ง 2 ผู้นำได้ลงนามกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในประเด็นต่างๆ อย่างเช่นไต้หวัน ยูเครน และการมีศัตรูร่วมกันคือสหรัฐฯ
วังเครมลินระบุในวันจันทร์(31มี.ค.) ว่า ปูติน จะให้การต้อนรับ หวัง ซึ่งมีกำหนดพบปะพูดคุยกับ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเช่นกัน
หวังบอกว่าด้วยสถานการณ์โลกในปัจจุบัน บรรดามหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลกจำเป็นต้องทำตัวเป็นปัจจัยรักษาเสถียรภาพ ดังนั้นปักกิ่งจึงมีกำลังใจดีขึ้นมาก ที่ได้เห็นรัสเซียและสหรัฐฯ เคลื่อนไหวปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ในวันจันทร์(31มี.ค.) วังเครมลิน เปิดเผยว่ารัสเซียและสหรัฐฯ กำลังทำงานในแนวคิดต่างๆเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของทางออกอย่างสันติในความขัดแย้งยูเครน และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งนี้นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม ทรัมป์ เบี่ยงเบนสหรัฐฯ ให้มีท่าทีประนีประนอมกับรัสเซียมากกว่าเดิม
"นี่เป็นเรื่องดีสำหรับเสถียรภาพแห่งสมดุลอำนาจระหว่างบรรดาชาติมหาอำนาจและเป็นแรงบันดาลใจในแง่บวก ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่น่าผิดหวัง" หวัง อี้ ให้สัมภาษณ์กับอาร์ไอเอ
นอกจากนี้แล้ว หวัง อี้ ยังปฏิเสธสมมุติฐานที่ว่า ทรัมป์ กำลังพยายามสนับสนุสรัสเซีย เพื่อให้วางตัวอยู่ฝ่ายตรงข้ามจีน โดยประณามความคิดนี้ว่าเป็น "อาการกำเริบของโรคอยากเผชิญหน้าที่ล้าสมัยและเป็นความคิดแบบปิดกั้น"
หวัง ระบุว่าการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงยูเครนเมื่อเร็วๆนี้ ได้ก่อผลลัพธ์บางอย่างและควรเดินหน้าต่อไป แม้ยังมีมุมมองที่แตกต่างและสถานการณ์ที่ยากลำบากในสมรภูมิรบ "นี่คือก้าวย่างสู่สันติภาพ แม้ไม่ใช่ก้าวย่างครั้งใหญ่ แต่เป็นก้าวย่างที่สร้างสรรค์ และควรค่าต่อการเดินหน้าต่อไป" เขากล่าว "ด้วยสันติภาพ จะไม่มีความเจ็บปวดอีกแล้ว คุณจำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น"
เขาบอกว่าข้อตกลงสันติภาพต้องมีข้อผูกมัดและเป็นที่ยอมรับสำหรับทุกฝ่าย และเน้นย้ำว่าปักกิ่งพร้อมมีบทบาทในการคลี่คลายความขัดแย้งในยูเครน
(ที่มา:รอยเตอร์)