(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)
Riyadh talks agree on Black Sea fighting lull, not full ceasefire
by Stephen Bryen
26/03/2025 และอัปเดตในวันที่ 26/03/2025
รายงานจากทำเนียบขาวระบุว่า การเจรจาที่ซาอุดีอาระเบียระหว่างคณะผู้แทนของสหรัฐฯกับรัสเซีย และของสหรัฐฯกับยูเครนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถทำความตกลงกันได้ในเรื่องการรับประกันให้เดินเรือพาณิชย์ได้อย่างปลอดภัยในทะเลดำ และห้ามนำเอาเรือพาณิชย์ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร
เมื่อวันอังคาร (25 มี.ค.) ทำเนียบขาวเผยแพร่คำแถลงออกมา 2 ฉบับแยกจากกัน เกี่ยวกับผลของการเจรจาหารือในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย (นั่นคือ ฉบับหนึ่งพูดถึงผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย และอีกฉบับหนึ่งพูดถึงผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับยูเครน -ผู้แปล) คำแถลงของทำเนียบขาวทั้ง 2 ฉบับต่างไฮไลต์เรื่องทะเลดำเป็นหัวข้อสำคัญที่สุด
มีข้อน่าสังเกตว่า คณะผู้แทน (ของ 3 ชาติ) ที่มาพบปะกัน (แบบแยกจากกัน นั่นคือเป็นการพบกันระหว่างฝ่ายสหรัฐฯกับฝ่ายรัสเซีย และฝ่ายสหรัฐฯกับฝ่ายยูเครน -ผู้แปล) ในกรุงริยาดเพื่อเจรจาหารือ “ในระดับเทคนิค” คราวนี้ มีความแตกต่างกันอย่างสำคัญทีเดียว
คณะผู้แทนของสหรัฐฯนั้นนำโดย แอนดรูว์ พีค (Andrew Peek) ผู้อำนวยการอาวุโสคนหนึ่งของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) ซึ่งมีที่ทำงานอยู่ในทำเนียบขาว และ ไมเคิล แอนตัน (Michael Anton) เจ้าหน้าที่อาวุโสคนหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับคณะผู้แทนฝ่ายรัสเซีย นำโดย เซียร์เก เบเซดา (Sergey Beseda) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาคนหนึ่งของ อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ (Alexander Bortnikov) ผู้อำนวยการหน่วยความมั่นคงกลาง (FSB ที่ถือเป็นองค์การซึ่งสืบทอดต่อมาจาก คณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ หรือ KGB ในยุคสหภาพโซเวียต -ผู้แปล) โดยที่มี กริกอรี คาราซิน (Grigory Karasin) นักการทูตอาชีพ และอดีตรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ เข้าร่วมทำงานกับเบเซดา
แต่คณะผู้แทนของยูเครนนั้นแตกต่างออกไปมาก เพราะนำโดย รัสเตม อูเมรอฟ (Rustem Umerov) รัฐมนตรีกลาโหมของยูเครน แล้วยังมี ปาฟโล ปาลิซา (Pavlo Palisa) ที่ปรึกษาทางทหารระดับสูงคนหนึ่งของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี อยู่ในคณะด้วย นอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยนายทหารอีกหลายคน
ฝ่ายยูเครนได้พบปะกับฝ่ายสหรัฐฯเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม จากนั้นยังได้เจอกันเป็นครั้งที่ 2 ภายหลังการหารือระหว่างฝ่ายสหรัฐฯกับฝ่ายรัสเซียในวันจันทร์ (24 มี.ค.) เสร็จสิ้นลง
สิ่งที่พวกเราได้ทราบกัน ก็คือ การพบปะหารือระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซียในวันจันทร์ (24 มี.ค.) ใช้เวลายืดเยื้อออกไปยาวนานเกิน 12 ชั่วโมง ขณะที่การพบปะครั้งที่ 2 ระหว่างฝ่ายยูเครนกับฝ่ายสหรัฐฯได้รับการบรรยายว่า ใช้เวลาสั้นจู๋
มีรายงานข่าวที่มิได้รับการยืนยันบางชิ้นระบุว่า คณะผู้แทนยูเครนวาดหวังที่จะขายไอเดียให้สหรัฐฯยอมรับเรื่องการกำหนดให้มีกองทหารนาโต้ หรือไม่ก็กองทหารของยุโรป เข้าไปตั้งประจำอยู่ในภาคตะวันตกของยูเครน โดยที่จะมีการกำหนดพื้นที่เขตห้ามบินอีกด้วย อย่างไรก็ตาม วาระของการพูดจากันคราวนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ในการระหว่างการหารือของสหรัฐฯกับรัสเซียนั้น จุดโฟกัสคือเรื่องการหยุดยิงห้ามโจมตีสิ่งปลูกสร้างทางด้านพลังงานของกันและกันเป็นเวลา 30 วัน และเรื่องสถานะของทะเลดำ (โดยที่มีการเจรจาเกี่ยวกับการรื้อฟื้นข้อตกลงส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ Grain Deal ปี 2022 ซึ่งตุรกีทำหน้าที่เป็นคนกลาง ทั้งนี้ข้อตกลงฉบับดังกล่าวนี้ได้ถูกยกเลิกไปในปี 2023 [1])
ฝ่ายรัสเซียบอกว่า ยูเครนคือผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงไม่โจมตีสิ่งปลูกสร้างด้านพลังงานของกันและกันเป็นระยะเวลา 30 วัน โดยที่ได้ถล่มใส่สิ่งปลูกสร้างด้านพลังงานหลายแห่ง [2] ในรัสเซีย
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวทาสส์ [3] ของทางการรัสเซียก็รายงานว่า รัสเซียกับสหรัฐฯเพิ่งทำความตกลงกันได้ในเรื่องว่าด้วยการเดินเรืออย่างปลอดภัยในทะเลดำ “รวมไปถึงการห้ามไม่ให้ใช้เรือพาณิชย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร” นอกจากนั้น สหรัฐฯยังให้คำมั่นกับรัสเซียว่า สหรัฐฯ “จะช่วยเหลือฟื้นฟูการเข้าถึงของรัสเซียสู่ตลาดโลกเพื่อการส่งออกสินค้าการเกษตรและปุ๋ย, ต้นทุนค่าประกันภัยทางทะเลที่ลดต่ำลง, และการเพิ่มพูนการเข้าถึงท่าเรือต่างๆ และระบบชำระเงินต่างๆ เพื่อการทำธุรกรรมดังกล่าวเหล่านี้”
หนึ่งในประเด็นปัญหาที่จะต้องปรากฏอยู่บนระเบียบวาระของฝ่ายรัสเซียอย่างแน่นอน ย่อมได้แก่เรื่องวิธีการสำหรับตรวจสอบยืนยันว่าได้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงกันจริงๆ และวิธีการที่จะ “ป้องกันการใช้เรือพาณิชย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารในทะเลดำ”
ไม่เป็นที่ทราบกันว่ามีการทำความตกลงใดๆ กันหรือไม่ ในเรื่องหัวข้อของการพิสูจน์ยืนหรือหรือการตรวจสอบสินค้าที่ขนส่งผ่านทะเลดำ ในปัจจุบันพวกสัมภาระทางทหารจากภายนอกกำลังถูกส่งเข้าสู่ยูเครนโดยทางบก (ผ่านโปแลนด์และโรมาเนีย) และโดยทางทะเล ด้วยการใช้ท่าเรือเมืองโอเดสซาเป็นท่าขนถ่ายสินค้าลงจากเรือ
สำหรับคำแถลงทั้ง 2 ฉบับจากทำเนียบขาว มีข้อความดังนี้:
ผลลัพธ์ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญรัสเซียว่าด้วยทะเลดำ
ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ระหว่างวันที่ 23 – 25 มีนาคม 2025
โดยยึดตามการเจรจาหารือระดับประธานาธิบดี ระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์ กับ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน สหรัฐฯได้อำนวยความสะดวกให้มีการพูดจาทวิภาคีระดับเทคนิคกับคณะผู้แทนรัสเซีย ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย สิ่งที่ติดตามมาภายหลังการเจรจาหารือเหล่านี้แล้ว ก็คือ
*สหรัฐฯกับรัสเซียตกลงเห็นพ้องกันที่จะรับประกันให้มีการเดินเรือได้อย่างปลอดภัย, ขจัดการใช้กำลัง, และป้องกันการใช้เรือพาณิชย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ในทะเลดำ
*สหรัฐฯจะช่วยเหลือฟื้นฟูการเข้าถึงของรัสเซียสู่ตลาดโลกเพื่อการส่งออกสินค้าการเกษตรและปุ๋ย, ต้นทุนค่าประกันภัยทางทะเลที่ลดต่ำลง, และการเพิ่มพูนการเข้าถึงท่าเรือต่างๆ และระบบชำระเงินต่างๆ เพื่อการทำธุรกรรมดังกล่าวเหล่านี้
*สหรัฐฯกับรัสเซียตกลงเห็นพ้องกันที่จะพัฒนามาตรการต่างๆ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามการตกลงกันของประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีปูติน ที่ให้ห้ามการโจมตีเล่นงานสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานของรัสเซียและของยูเครน
*สหรัฐฯกับรัสเซียยินดีต้อนรับการช่วยเป็นสื่อกลางของประเทศที่สาม ด้วยทัศนะที่มุ่งสนับสนุนให้เกิดการปฏิบัติตามข้อตกลงพลังงานและข้อตกลงทางทะเลที่กล่าวไว้ข้างต้น
*สหรัฐฯกับรัสเซียจะทำงานกันต่อไปเพื่อให้บรรลุถึงสันติภาพที่คงทนและยืนยาว
สหรัฐฯเน้นย้ำการเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ที่ว่า การเข่นฆ่ากันในทั้งสองฝ่ายของการสู้รบขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน จะต้องยุติลง โดยถือเป็นก้าวเดินอันจำเป็นในการมุ่งไปสู่การบรรลุถึงการตกลงกันสร้างสันติภาพที่มีความยั่งยืน เพื่อให้ไปถึงจุดมุ่งหมายดังกล่าวนี้ สหรัฐฯจะอำนวยความสะดวกต่อไปให้แก่การเจรจาระหว่างสองฝ่ายเพื่อบรรลุถึงหนทางแก้ไขอย่างสันติ โดยยึดตามการตกลงต่างๆ ที่ได้กระทำในกรุงริยาดนี้
สหรัฐฯขอแสดงความขอบคุณเจ้าชายมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน สำหรับความเป็นผู้นำและความมีมิตรไมตรีของพระองค์ในการอำนวยความสะดวกอีกครั้งหนึ่งให้แก่การเจรจาอันสำคัญเหล่านี้ในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
————————————
ผลลัพธ์ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญยูเครนว่าด้วยทะเลดำ
ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ระหว่างวันที่ 23 – 25 มีนาคม 2025
โดยยึดตามการเจรจาหารือระดับประธานาธิบดี ระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์ กับ ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี สหรัฐฯได้อำนวยความสะดวกให้มีการพูดจาทวิภาคีระดับเทคนิคกับคณะผู้แทนยูเครน ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย สิ่งที่ติดตามมาภายหลังการเจรจาหารือเหล่านี้แล้ว ก็คือ
*สหรัฐฯกับยูเครนตกลงเห็นพ้องกันที่จะรับประกันให้มีการเดินเรือได้อย่างปลอดภัย, ขจัดการใช้กำลัง, และป้องกันการใช้เรือพาณิชย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ในทะเลดำ
*สหรัฐฯและยูเครนตกลงเห็นพ้องกันว่า สหรัฐฯยังคงมุ่งมั่นผูกพันที่จะช่วยเหลือเพื่อให้บรรลุถึงการแลกเปลี่ยนเชลยศึก, การปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังที่เป็นพลเรือน, และการกลับคืนมาของเด็กๆ ชาวยูเครนที่ถูกส่งตัวไปด้วยกำลังบังคับ
*สหรัฐฯกับยูเครนตกลงเห็นพ้องกันที่จะพัฒนามาตรการต่างๆ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามการตกลงกันของประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีเซเลนสกี ที่ให้ห้ามการโจมตีเล่นงานสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานของรัสเซียและของยูเครน
*สหรัฐฯกับยูเครนยินดีต้อนรับการช่วยเป็นสื่อกลางของประเทศที่สาม ด้วยทัศนะที่มุ่งสนับสนุนให้เกิดการปฏิบัติตามข้อตกลงพลังงานและข้อตกลงทางทะเลที่กล่าวไว้ข้างต้น
*สหรัฐฯกับยูเครนจะทำงานกันต่อไปเพื่อให้บรรลุถึงสันติภาพที่คงทนและยืนยาว
สหรัฐฯเน้นย้ำแก่ทั้งสองฝ่ายถึงการเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ที่ว่า การเข่นฆ่ากันในทั้งสองฝ่ายของการสู้รบขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน จะต้องยุติลง โดยถือเป็นก้าวเดินอันจำเป็นในการมุ่งไปสู่การบรรลุถึงการตกลงกันสร้างสันติภาพที่มีความยั่งยืน เพื่อให้ไปถึงจุดมุ่งหมายดังกล่าวนี้ สหรัฐฯจะอำนวยความสะดวกต่อไปให้แก่การเจรจาระหว่างสองฝ่ายเพื่อบรรลุถึงหนทางแก้ไขอย่างสันติ โดยยึดตามการตกลงต่างๆ ที่ได้กระทำในกรุงริยาดนี้
สหรัฐฯขอแสดงความขอบคุณเจ้าชายมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน สำหรับความเป็นผู้นำและความมีมิตรไมตรีของพระองค์ในการอำนวยความสะดวกอีกครั้งหนึ่งให้แก่การเจรจาอันสำคัญเหล่านี้ในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
สตีเฟน ไบรเอน เป็นผู้สื่อข่าวพิเศษของเอเชียไทมส์ และเป็นอดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายนโยบายของสหรัฐฯ ข้อเขียนชิ้นนี้ทีแรกสุดปรากฏอยู่บนจดหมายข่าว Weapons and Strategy ในแพลตฟอร์ม Substack ของเขา
เชิงอรรถ
[1] https://novayagazeta.eu/articles/2025/03/25/lavrov-says-russia-ready-to-resume-black-sea-grain-deal-if-us-orders-zelensky-to-comply-en-news
[2] https://tass.com/politics/1933701
[3] https://tass.com/politics/1933919