มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวหาบรรดารัฐบาลต่างชาติที่ไม่เอ่ยนาม ทำตัวเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามยุติความขัดแย้งในยูเครน พร้อมยกความดีความชอบแก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นแกนนำคนกลางการเจรจาสันติภาพระหว่างมอสโกกับเคียฟ
รูบิโอ อ้างว่าการริเริ่มทางการทูตของทรัมป์ ต้องเผชิญการต้านทานของรัฐบาลชาติอื่นๆ แต่เขาไม่ระบุชื่อประเทศเหล่านั้นอย่างเจาะจง "คุณต้องทำมันแม้มีอุปสรรคขัดขวางจากประเทศอื่นๆ และคนอื่นที่บางทีอาจมีมุมมองที่ต่างออกไป ว่าเรื่องนี้ควรไปในทิศทางไหน" รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯระบุ พร้อมกล่าวถึงทรัมป์โดยตรงว่า "ท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่าโอกาสเดียวที่เราจะมีสันติภาพ ก็คือผ่านความเป็นผู้นำของท่านประธานาธิบดี"
คณะผู้แทนของสหรัฐฯใช้เวลากว่า 3 วันในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เปิดโต๊ะเจรจาแยกกันกับคณะผู้แทนจากยูเครนและรัสเซีย ก่อนเคียฟและมอสโกเห็นพ้องในวันอังคาร(25มี.ค.) ระงับปฏิบัติการโจมตีทางทหารในทะเลดำและทางพลังงาน
แต่ก่อนหน้านั้น รูบิโอ กล่าวระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว ก่อนหน้าการเจรจาจะได้ข้อสรุป เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องนำพาความขัดแย้งไปจนจุดจบ ผ่านการเจรจา ไม่ใช่วิธีทางด้านการทหาร และยกย่อง ทรัมป์ ว่าเป็น "ผู้นำเพียงคนเดียวในโลก ที่มีความสามารถดึงทั้ง 2 ฝ่ายเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ตามหลังการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มอสโกและเคียฟเห็นพ้องในข้อตกลงหยุดยิงบางส่วน และรับปากจะระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานเป็นเวลา 30 วัน
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่นั้น กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่ายูเครนได้ทำการโจมตีเป็นชุดใส่ที่ตั้งทางพลังงานของรัสเซีย ในขณะที่ ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกวังเครมลิน เน้นย้ำว่าแม้เคียฟเป็นฝ่ายละเมิด แต่มอสโกจะยังคงยึดมั่นในข้อตกลงหยุดโจมตีทางพลังงาน
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์(23มี.ค.) เปสคอฟ ยังกล่าวรัฐสมาชิกอียู ว่าแทนที่จะเสาะหาสันติภาพและจัดการกับรากเหง้าของความขัดแย้ง เวลานี้กลับมาพูดคุยกันเกี่ยวกับการประชุมการกำลังพลนาโตในดินแดนรัสเซีย "นี่คือความคลั่งนโยบายลัทธิทหารของยุโรป ไม่มีคำจำกัดความอื่นอีกแล้ว มันยากที่จะเข้าใจ" เขากล่าว
ความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันกับสมาชิกยุโรปของนาโต ปรากฏขึ้นมา หลัง ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม รัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯผลักดันให้คลี่คลายความขัดแย้งในยูเครนอย่างรวดเร็วและวางแผนต่างๆเพื่อเบี่ยงความรับผิดชอบด้านความมั่นคงไปให้ยุโรป ครั้งที่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้แล้ว
ตามหลังการประชุมซัมมิตฉุกเฉินในลอนดอนเมื่อช่วงกลางเดือน สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสส่งสัญญาณว่าพวกเขาเปิดกว้างสำหรับส่งกองกำลังรักษาสันติภาพของตะวันตกเข้าไปยังยูเครน ครั้งที่บรรลุข้อตกลงหยุดยิง
มอสโก ปฏิเสธข้อเสนอนี้ เน้นย้ำว่ามันไม่ต่างจากข้ออ้างส่งทหารนาโตเข้าไปยังยูเครน ขณะที่ ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย เตือนว่ามันอาจนำไปสู่สงครามโดยตรงระหว่างพันธมิตรทหารนาโตกับมอสโก
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)