ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาขู่วานนี้ (13 มี.ค.) ว่าจะเก็บภาษี 200% จากไวน์ บรั่นดี และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ที่นำเข้าจากยุโรป หลังสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศแผนตอบโต้มาตรการรีดภาษีของสหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสุราวิสกี้ และสินค้าอเมริกันอื่นๆ ภายในเดือนหน้า
กระแสข่าวนี้ยิ่งสร้างความตื่นตระหนกต่อนักลงทุนซึ่งเกรงว่า ทรัมป์ จะตั้งกำแพงภาษีหนักหน่วงยิ่งกว่าเก่าสำหรับสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคใหญ่ที่สุดในโลก
คำขู่ของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากสหภาพยุโรปออกมาแถลงแผนการรีดภาษีอเมริกันวิสกี้และสินค้าอื่นๆ ภายในเดือน เม.ย. ซึ่งก็เป็นการตอบโต้คำสั่งเก็บภาษี 25% จากเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าของ ทรัมป์ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (12)
แคนาดาซึ่งเป็นทั้งเพื่อนบ้านและพันธมิตรใกล้ชิดที่ส่งออกอะลูมิเนียมไปสหรัฐฯ มากที่สุดก็ประกาศมาตรการตอบโต้ภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมของ ทรัมป์ เช่นกัน และถึงขั้นยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังองค์การการค้าโลก (WTO) แล้ว ขณะที่การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแคนาดาเมื่อวานนี้ (13) ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้
ทรัมป์ นั้นขู่จะใช้บทลงโทษทางการค้ามากมายหลายอย่างตั้งแต่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ เทอมสองเมื่อเดือน ม.ค. ทว่ามาตรการส่วนใหญ่ก็ถูก “ชะลอ” ออกไป
ระหว่างหารือกับ มาร์ก รึตเตอ เลขาธิการนาโตที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ (13) ทรัมป์ ประกาศกร้าวว่าจะ “ไม่ถอย” จากการขึ้นภาษีตอบโต้ประเทศคู่ค้าทั้งหลายภายในวันที่ 2 เม.ย. อย่างแน่นอน
“เราถูกเอารัดเอาเปรียบมานานหลายปีแล้ว และเราจะไม่ทนถูกเอาเปรียบอีก” ทรัมป์ กล่าว
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะตกเป็นเป้าหมายของสงครามภาษี โดยห้างค้าปลีกหลายเจ้าในแคนาดาเริ่มถอดเบอร์เบินวิสกี้ของอเมริกาออกจากชั้นวาง ซึ่งก็เป็นผลมาจากความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงหลังจากที่ ทรัมป์ ขู่จะเอาแคนาดามาเป็นรัฐที่ 51
สำหรับมาตรการของ EU นั้นคาดว่าจะครอบคลุมสินค้าอเมริกันมูลค่า 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และแม้สินค้าบางรายการที่จะถูกขึ้นภาษีน่าจะเป็นแค่การตอบโต้เชิงสัญลักษณ์มากกว่า เช่น ไหมขัดฟันและเสื้อคลุมอาบน้ำ เป็นต้น ทว่าข้อเสนอรีดภาษี 50% จากวิสกี้เบอร์เบินนั้นคาดว่าจะส่งผลกระทบไม่น้อยต่ออุตสาหกรรมน้ำเมาของอเมริกา ซึ่งยอดการส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดที่แล้วยกเลิกกำแพงภาษีที่ ทรัมป์ ใช้ในช่วงปี 2017-2021
สหภาพยุโรปถือเป็นตลาดส่งออกสุรากลั่น 40% ของสหรัฐฯ ในปี 2023 ตามข้อมูลจากสภาสุรากลั่นแห่งสหรัฐอเมริกา (Distilled Spirits Council of the United States) และในทางกลับกันสหรัฐฯ เองก็เป็นตลาดส่งออกไวน์และสุรากลั่น 31% ของสหภาพยุโรปด้วย ตามข้อมูลของ Eurostat
ที่มา : รอยเตอร์