เอเจนซีส์ - ตำรวจลับสหรัฐฯ ยิงชายลึกลับถือปืนใกล้ทำเนียบขาวคืนวันเสาร์ (8 มี.ค.) หลังได้ข่าวกรองลับเครียดฆ่าตัวตายเดินทางมาจากรัฐอินเดียนา เกิดเหตุระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้อยู่ภายในทำเนียบขาวแต่เดินทางกลับไปที่คฤหาสน์ Mar-a-Lago รัฐฟลอริดา คฤหาสน์สุดหรูภายใต้การอารักขาด้วยภาษีอเมริกันชนไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ พบใช้บริษัทอารักขาชื่อดังเดียวกันกับคู่แข่ง โจ ไบเดน
เดลีเมลของอังกฤษรายงานวันนี้ (9 มี.ค.) ว่า เมื่อเอเยนต์ตำรวจลับสหรัฐฯ ค้นพบชายต้องสงสัยดังกล่าว ปรากฏว่าคนร้ายไม่ทราบชื่อโชว์ปืนหราให้ดู ส่งผลทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ห่างออกไปไม่กี่ฟุตจากทำเนียบขาว
เอเยนต์ตำรวจลับสหรัฐฯ ตัดสินใจยิงผู้ต้องสงสัยก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลพร้อมบาดแผล แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไร้ร่องรอยการบาดเจ็บจากการต่อสู้ สื่ออังกฤษรายงาน
มือปืนคนดังกล่าวถูกยิงที่ด้านนอกรั้วทำเนียบขาวในเวลาราวเที่ยงคืนวันเสาร์ (8)
ตำรวจลับสหรัฐฯ ได้รับข่าวกรองลับว่า ผู้ต้องสงสัยมีปัญหาเครียดฆ่าตัวตายเดินทางมาพร้อมอาวุธจากรัฐอินเดียนามาที่เมืองหลวงในวันเสาร์ (8)
พบว่าเขาจอดรถของเขาบริเวณถนนหมายเลข 17 และถนน G ห่างออกไปแค่ระยะก้อนหินขว้างถึงจากทำเนียบขาวที่ทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เดลีเมลรายงานว่า ชายคนดังกล่าวเดินไปตามถนนสายต่างๆ พร้อมอาวุธปืน
แต่โชคดีที่ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยเกือบถูกลอบสังหารระหว่างการหาเสียงปีที่แล้วไม่ได้อยู่ภายในทำเนียบขาวในขณะเกิดเหตุ ทรัมป์เดินทางกลับไปที่คฤหาสน์ Mar-a-Lago รัฐฟลอริดา
แอนโทนี กูเกลียมี (Anthony Guglielmi) หัวหน้าประชาสัมพันธ์สำนักงานตำรวจลับสหรัฐฯ แถลงเช้าวันอาทิตย์ (9) ยืนยัน เหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจลับสหรัฐฯ ลั่นกระสุนใส่ใกล้ทำเนียบขาวจริง
โดยในตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า “ขณะที่เอเยนต์ที่มีมากกว่า 1 นายเดินเข้าไปหา ชายลึกลับได้แสดงอาวุธปืนให้ดูก่อนเกิดการประจันหน้าที่ซึ่งมีการยิงออกมาหลายนัดจากเจ้าหน้าที่ของพวกเรา”
และแถลงต่อว่า “ผู้ต้องสงสัยถูกเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ และอาการของเขาไม่เป็นที่ปรากฏ อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ตำรวจลับสหรัฐฯ”
และแถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์นี้กำลังอยู่การสอบสวนโดยแผนกกิจการภายในของตำรวจนครบาลสหรัฐฯ ของดี.ซี.
เดลีเมลรายงานว่า ตำรวจสหรัฐฯ ยิงคนร้ายมีปืนใกล้ทำเนียบขาวเกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญกับการข่มขู่คุกคามเอาชีวิตมากมายระหว่างการหาเสียงและถึงขั้นเกือบโดนลอบสังหารไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง
นิวสวีกรายงานวันพุธ (5) ว่า สำนักงานตำรวจลับสหรัฐฯ ทุ่มเงินกว่า 1.4 ล้านตลอดระยะเวลา 6 เดือนระหว่างสิงหาคมปี 2024-กุมภาพันธ์ปี 2025 สำหรับการอารักขาความปลอดภัยให้ทรัมป์ที่คฤหาสน์ Mar-a-Lago ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา
เป็นงบประมาณที่มาจากสำนักงานตำรวจลับสหรัฐฯ และพบว่าหนึ่งในสัญญาเพื่อการอารักขาสูงลิ่วถึง 478,000 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โฆษกสำนักงานตำรวจลับสหรัฐฯ เปิดเผยแก่นิวสวีกว่า ทุกการใช้จ่ายทั้งหมดเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้
ทั้งนี้ สัญญาความปลอดภัยของคฤหาสน์ทรัมป์นี้ ตัวคฤหาสน์ถูกระบุภายใต้ชื่อรหัส Mar a Lago perimeter assets และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 23 เม.ย.ที่จะถึง
นิวสวีดรายงานว่า บริษัทอารักขา ARCUS Group ฐานอยู่ในรัฐอิลลินอยส์เป็นผู้คว้าสัญญานี้มาได้ ซึ่งอ้างอิงจากเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าให้ความดูแลจัดการปกป้องที่พักของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน รวมไปถึงการประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันและอีเวนต์การแสดงดนตรีใหญ่ต่างๆ มากมาย
ทั้งนี้ พบว่าเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ปีที่ผ่านมา หรือ 3 วันก่อนวันเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจลับสหรัฐฯใช้งบถึง 1.7 ล้านดอลลาร์ตามข้อตกลงกับ ARCUS Group ในการอารักขาความปลอดภัยในที่ตั้งไม่เปิดเผยในเมืองเวสต์ปาล์มบีช (West Palm Beach) รัฐฟลอริดา และเป็นที่ทราบกันดีว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีสนามกอล์ฟที่อยู่ที่นี่
และเป็นที่ฮือฮาก่อนหน้าเมื่อบีบีซีของอังกฤษ เคยรายงานในวันที่ 17 พ.ย ปีที่แล้วว่า สำนักงานตำรวจลับสหรัฐฯ ส่งหุ่นยนต์สุนัขอารักขามาที่คฤหาสน์ Mar-a-Lago เพื่อใช้เดินลาดตระเวนไปตามพื้นที่กว้างขวาง โดยมีป้ายเตือนติดไว้ที่ตัวหุ่นยนต์ว่า "ห้ามลูบหัว" เด็ดขาด
พบว่าหุ่นยนต์สุนัขตัวนี้ไม่ได้ติดตั้งอาวุธในการลาดตระเวนทภายในคฤหาสน์ทรัมป์และเป็นการควบคุมจากระยะไกลเป็นผลงานของบริษัท Boston Dynamics