โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ทั่วโลก รวมไปถึงโครงการที่ช่วยชีวิตผู้คนหลายล้านในประเทศต่างๆ อย่างเช่น ซูดานและแอฟริกาใต้ ได้รับหนังสือแจ้งยุติสัญญาจากรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (27 ก.พ.) ซึ่งเป็นเสมือนคลื่นกระแทกที่ก่อแรงสั่นสะเทือนไปยังองค์กรความช่วยเหลือทั่วโลก
การยกเลิกสัญญาเหล่านี้มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใกล้จะเสร็จสิ้นกระบวนการทบทวนว่าความช่วยเหลือต่างๆ เหล่านี้สอดคล้องกับแนวนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) หรือไม่ หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งระงับเงินช่วยเหลือต่างชาติทั้งหมดเป็นเวลา 90 วันเมื่อเดือน ม.ค.
ก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธข้อกังวลเกี่ยวกับการตัดความช่วยเหลือของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าบริการสำคัญๆ ที่ช่วยชีวิตผู้คนได้รับการยกเว้นอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี ล่าสุดรัฐบาล ทรัมป์ กลับตัดสินใจยุติโครงการของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID) มากกว่า 90% ตามข้อมูลในเอกสารของศาลเมื่อวันที่ 25 ก.พ. รวมถึงโครงการที่แต่เดิมได้รับการยกเว้น เช่น โครงการเกี่ยวกับ HIV และความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขอื่นๆ ซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการเหล่านี้จะถูกรื้อฟื้นกลับมาอีกหรือไม่
โครงการสุขภาพขนาดใหญ่ของสหประชาชาติหลายโครงการก็อยู่ในกลุ่มที่ได้รับหนังสือแจ้งยุติสัญญาจากสหรัฐฯ ด้วย เข่น UNAIDS, Stop TB Partnership และ Scaling Up Nutrition ตลอดจนโครงการที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนที่ถูกบังคับพลัดถิ่นฐานนับล้านๆ คน
"เราถูกโจมตี แต่ก็จะเดินหน้าทำงานต่อไป" ลูซิกา ดีทิว ผู้อำนวยการบริหาร Stop TB ระบุ
ดีทิว เผยด้วยว่า แม้ทางองค์กรจะได้รับเงินทุนจากหลายแหล่งในการจัดซื้อชุดตรวจคัดกรองและยารักษาผู้ป่วยวัณโรค แต่ก็ยังจำเป็นจะต้องยุติสัญญากับหุ้นส่วน 140 รายทั่วโลกซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการช่วยเหลือผู้ป่วยวัณโรคให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างต่อเนื่อง
ชาร์ล็อตต์ สเลนเต เลขาธิการสภาผู้ลี้ภัยเดนมาร์ก (Danish Refugee Council) ยอมรับว่ารู้สึกตกตะลึง หลังได้รับหนังสือแจ้งยุติสัญญามากกว่า 20 ฉบับสำหรับโครงการในประเทศต่างๆ เช่น ซูดาน เยเมน และโคลอมเบีย
ด้านองค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลกแห่งหนึ่งที่ทำโครงการต่อต้านมาลาเรียและส่งเสริมสุขภาพเด็กเกิดใหม่ระบุว่าสัญญาส่วนใหญ่ถูกยกเลิก ขณะที่องค์กรขนาดเล็กๆ ก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า เช่น Khana Cambodia ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยวัณโรคและ HIV รวมไปถึงอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับ HIV และโรคเอดส์ในแอฟริกาใต้
เว็บไซต์ UNAIDS ระบุว่า การยุติสัญญากับ USAID ถือเป็น "ความเคลื่อนไหวที่ร้ายแรง" ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบริการช่วยชีวิตคน และขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้แจงข้อมูลมากกว่านี้
ทั้งนี้ รัฐบาล ทรัมป์ ยังได้ตัดเงินช่วยเหลือต่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯลงเกือบ 30% หรือคิดเป็นวงเงินราว 4,400 ล้านดอลลาร์
ที่มา : รอยเตอร์