ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุวานนี้ (19 ก.พ.) ว่าตนได้แต่งตั้งมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ขึ้นมาคุมกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ซึ่งมีหน้าที่ตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของภาครัฐ ทว่าคำพูดนี้ดูจะสวนทางกับถ้อยแถลงของทำเนียบขาวที่ยืนยันว่า มัสก์ เป็นเพียง “ลูกจ้าง” ที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
ทำเนียบขาวระบุในเอกสารที่ยื่นต่อศาลเมื่อวันจันทร์ (17) ว่า บทบาทของ มัสก์ ในรัฐบาลชุดนี้มีลักษณะเหมือนกับ “ลูกจ้าง” ทำเนียบขาว หรือ “ที่ปรึกษาอาวุโส” ของประธานาธิบดี ทว่าเขาไม่ได้มีอำนาจสั่งการ DOGE และไม่ใช่ลูกจ้างในหน่วยงานดังกล่าวด้วย
คำชี้แจงของทำเนียบขาวมีขึ้น หลังจากที่คณะอัยการฝ่ายเดโมแครตได้ยื่นฟ้อง มัสก์ และ DOGE
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลของทำเนียบขาวอย่างน้อยๆ ก็บางส่วน
“ผมได้ลงนามคำสั่งบริหารตั้งกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลขึ้นมา และมอบหมายให้ชายที่ชื่อ อีลอน มัสก์ เป็นผู้กำกับดูแล” ทรัมป์ บอกกับบรรดานักลงทุนและผู้บริหารบริษัทที่ไมอามี
ทรัมป์ เคยพูดย้ำหลายครั้งว่า มัสก์ คือผู้นำในทางปฏิบัติของ DOGE ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่หน่วยงานระดับกระทรวง และยังอนุญาตให้มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลาและสเปซเอ็กซ์เข้าไปเปิดแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในเดือนนี้เพื่อตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ DOGE ด้วย
ในวันแรกที่สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งบริหารตั้งหน่วยงานตัดลดงบประมาณรายจ่ายซึ่งไม่ได้ระบุชัดเจนว่า “ผู้บริหาร” (administrator) คือใคร
สัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวก็ยังคงปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อซึ่งขอให้มีการระบุชื่อผู้บริหาร DOGE อย่างชัดเจน
DOGE ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบหน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งตั้งแต่ ทรัมป์ ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเทอมสองเมื่อวันที่ 20 ม.ค. โดย ทรัมป์ ได้มอบหมายให้ มัสก์ ขุดรากถอนโคนสิ่งที่ทำเนียบขาวเรียกว่าเป็น “ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง” จนกระทั่งนำไปสู่การสั่งปลดพนักงานรัฐหลายพันคน
มัสก์ เองก็กำลังถูกครหาอย่างมากว่า “มีผลประโยชน์ทับซ้อน” ระหว่างการทำหน้าที่ตัดลดรายจ่ายของรัฐบาลกับการรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง ซึ่งทำเนียบขาวยืนยันว่า มัสก์ พร้อมที่จะ “ถอนตัวเอง” ออกมาหากว่ามีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น
ที่มา : รอยเตอร์