xs
xsm
sm
md
lg

นักสิทธิ-อียูเดือด! ‘ไต้หวัน’ กลับมา ‘ประหารชีวิต’ นักโทษอีกครั้งในรอบ 5 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไต้หวันเริ่มทำการประหารชีวิตนักโทษเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีเมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (16 ม.ค.) ในความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงวิจารณ์จากสหภาพยุโรป (อียู) และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องให้ไทเปคงนโยบายพักการลงโทษประหารต่อไป

ไต้หวันได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชาติที่มีความเป็นประชาธิปไตยและเสรีมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย แต่ผลสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนการคงโทษประหารชีวิตเอาไว้ แม้ในช่วงปีหลังๆ จะแทบไม่มีการประหารชีวิตเกิดขึ้น และอาชญากรรมร้ายแรงก็ต่ำมาก

เมื่อเดือน ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันได้พิพากษาว่าโทษประหารชีวิต “เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ” แต่มีไว้สำหรับผู้ที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่สุดและจะต้องพิจารณาไตร่ตรองข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ หลังได้รับคำร้องจากนักโทษ 37 คนซึ่งอยู่ระหว่างรอการประหาร

กระทรวงยุติธรรมไต้หวันแถลงว่า หวง หลินไค (Huang Lin-Kai) ได้ถูกประหารชีวิตแล้วที่เรือนจำไทเป หลังศาลได้พิพากษาลงโทษประหารเมื่อปี 2017 จากความผิดฐานฆาตกรรมอดีตแฟนและมารดาของเธอเมื่อปี 2013 โดย หวง ยังเคยข่มขืนอดีตแฟนของตนเองด้วย

ทางกระทรวงยืนยันว่า การประหารชีวิต หวง เป็นไปตามเจตนารมณ์ในคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือน ก.ย. และความผิดที่ชายคนนี้ก่อขึ้น “เห็นได้ชัดว่าไร้ซึ่งมนุษยธรรม และชั่วร้ายอย่างยิ่ง”

ก่อนหน้านั้น ไต้หวันได้ประหารชีวิตนักโทษรายล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2020 ซึ่งทำให้อียูออกมาแถลงตำหนิทันที ทั้งที่เพิ่งจะ “ขอบคุณ” ไทเปที่ส่งหน้ากากอนามัยไปช่วยต่อสู้โควิด-19 อยู่หยกๆ

สำนักงานการทูตของอียูได้แถลงวิจารณ์การประหารชีวิต หวง และ “เรียกร้องให้ไต้หวันยังคงนโยบายพักการประหารชีวิตโดยพฤตินัย (de facto moratorium) ต่อไป รวมถึงกำหนดนโยบายที่จะนำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตในไต้หวัน”

ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋งออกมาสนับสนุนการคงโทษประหารชีวิตเอาไว้ ทว่านักสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่ยืนกรานว่ารับไม่ได้

“การประหารชีวิตครั้งนี้น่าตกตะลึงและเป็นพัฒนาการที่ป่าเถื่อน” E-Ling Chu ผู้อำนวยการฝ่ายสิทธิมนุษยชนขององค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ประจำไต้หวัน ระบุ

ด้านกลุ่มพันธมิตรยกเลิกโทษประหารแห่งไต้หวัน (Taiwan Alliance to End the Death Penalty) ก็ได้ออกคำแถลงร่วมกับอีก 3 องค์กรสิทธิมนุษยชน ระบุว่าการประหารชีวิต “มีแต่จะทำให้ไต้หวันกลายเป็นสังคมหิวกระหายเลือดมากขึ้น”

หลังจากที่คำแถลงนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีชาวเน็ตไต้หวันจำนวนมากแห่เข้าไปคอมเมนต์ในเพจของทางกลุ่มว่าพวกเขา “สนับสนุน” ให้มีโทษประหาร

ที่มา : รอยเตอร์