รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ยื่นประท้วงกรณีจีนออกคำสั่งฝ่ายเดียวห้ามไม่ให้มีการทำประมงในเขตน่านน้ำพิพาททะเลจีนใต้เป็นเวลา 4 เดือน
กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ (DFA) แถลงวานนี้ (27 พ.ค.) ว่า คำสั่งห้ามทำประมงในช่วงฤดูร้อนที่จีนบังคับใช้เป็นประจำทุกปีนั้นได้ก่อความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ พร้อมเรียกร้องให้ปักกิ่ง “หยุดและงดเว้น” จาก “การกระทำที่ผิดกฎหมาย” ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและสิทธิตามอธิปไตยของฟิลิปปินส์
จีนมีการบังคับใช้คำสั่งห้ามทำประมงในน่านน้ำทะเลจีนใต้ทุกปี ซึ่งทางการฟิลิปปินส์ได้คัดค้านเรื่อยมา โดยในปีนี้คาดว่าคำสั่งแบนจะมีผลบังคับไปจนถึงช่วงเดือน ก.ย.
กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ได้ยื่นหนังสือประท้วงไปยังจีนแล้ว โดยระบุว่าคำสั่งของจีนนั้นกินพื้นที่ครอบคลุมเข้ามาถึงน่านน้ำของฟิลิปปินส์ด้วย
“ฟิลิปปินส์ขอย้ำว่า การบังคับใช้คำสั่งห้ามทำประมงฝ่ายเดียวนั้นก่อให้เกิดความตึงเครียดขึ้นในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตกและทะเลจีนใต้” ทางกระทรวงระบุ
ด้านสถานทูตจีนประจำกรุงมะนิลายังไม่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้
สัปดาห์ที่แล้ว กิลเบอร์โต ทีโอโดโร รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ ชี้ว่าการที่จีนเขียนกฎเกณฑ์ขึ้นมาเองว่าหน่วยยามฝั่งจีนจะสามารถปฏิบัติการอย่างไรได้บ้างในทะเลจีนใต้นั้นถือเป็นพฤติกรรม “ยั่วยุ”
จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำเกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือที่มีมูลค่าสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายประเทศในภูมิภาคที่อ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกับจีนอยู่ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน
เมื่อปี 2016 ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮกได้มีคำพิพากษาว่าจีนไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายใดๆ ที่จะอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ทว่าปักกิ่งไม่ยอมรับคำตัดสินนี้
ที่มา : รอยเตอร์


