xs
xsm
sm
md
lg

ยิวถล่มกาซาสังหารลูกชาย3 หลานอีก4 ของผู้นำฮามาส ขณะรัสเซียแนะพลเมืองเลี่ยงไปตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ที่โดฮา, ประเทศกาซา เมื่อวันพฤหัสบดี (11 เม.ย.) อิสมาอิล ฮานิเยห์ หัวหน้าสูงสุดของกลุ่มฮามาส (ซ้าย) พบปะกับผู้คนซึ่งมาร่วมแสดงความไว้อาลัยลูกชายของเขา 3 คน ที่ถูกอิสราเอลถล่มโจมตีเสียชีวิตไปในกาซา
รัสเซียในวันพฤหัสบดี (11 เม.ย.) แนะนำพลเมืองงดเดินทางไปตะวันออกกลาง ขณะที่สายการบินลุฟต์ฮันซาต่อเวลาการระงับเที่ยวบินไปเตหะราน หลังอิหร่านขู่แก้แค้นอิสราเอลที่โจมตีสถานกงสุลในเมืองหลวงซีเรีย ด้านไบเดนยันพร้อมปกป้องรัฐยิวจากคำขู่ดังกล่าว เวลาเดียวกัน ผู้นำฮามาสยันไม่เปลี่ยนจุดยืนในการเจรจาหยุดยิงในกาซา แม้ลูกชาย 3 คน และหลานอีก 4 คนของเขาเสียชีวิตจากการถล่มของกองทัพยิวเมื่อวันพุธ (10) ก็ตาม

อิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำกลุ่มฮามาส ให้สัมภาษณ์เครือข่ายอัล จาซีรา สื่อของกาตาร์ว่า การโจมตีทางอากาศที่ทำให้ลูกชาย 3 คนและหลานอีก 4 คนของตนเสียชีวิต เป็นความพยายามของอิสราเอลในการกดดันให้ฮามาสเปลี่ยนจุดยืนในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ที่ไคโร และย้ำว่า อิสราเอลจะไม่มีวันสมหวัง

ทั้งนี้ ฮานิเยห์ ซึ่งตั้งฐานอยู่ในกาตาร์ บอกกับอัล จาซีรา ว่า ลูกชาย 3 คน และหลานของตนบางคนถูกสังหารตอนที่รถยนต์ซึ่งพวกเขานั่งมาถูกโจมตี

“วันนี้ลูกชาย 3 คนของผม คือ ฮาเซม, อามีร์, และโมฮัมเหม็ด และหลานชายของผมบางคนกลายเป็นผู้พลีชีพ” จากการที่รถยนต์ของพวกเขาถูกโจมตี ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสกล่าว

ทางกลุ่มฮามาสได้ออกคำแถลงในเวลาต่อมาระบุว่า หลานชายของฮานิเยห์ 4 คนอยู่ในกลุ่มผู้ถูกสังหารจากการโจมตี “แบบทรยศหักหลังและขี้ขลาดตาขาว” และระบุชื่อพวกเขา 4 คนว่า โมนา, อามัล, คอเลด, และราซาน

ด้านกองทัพอิสราเอลออกคำแถลงบอกว่า กองกำลังของตนได้สังหาร “มือปฏิบัติการฮามาส 3 คน” ซึ่งกำลัง “อยู่ในเส้นทางของพวกเขาที่จะดำเนินกิจกรรมแบบผู้ก่อการร้าย”ในบริเวณตอนกลางของกาซา พร้อมกับระบุชื่อซึ่งตรงกับชื่อลูกชายทั้ง 3 ของฮานิเยห์

คำแถลงกล่าวด้วยว่า กองทัพอิสราเอลยืนยันว่ามือปฏิบัติการเหล่านี้เป็นลูก 3 คนของอิสมาอิล ฮานิเยห์ พร้อมกับบอกว่าคนเหล่านี้เป็นสมาชิกของฝ่ายทหารของฮามาส

ตามรายงานของ อัล จาซีรา รถยนต์ของครอบครัวนี้ถูกโจมตีจากโดรนลำหนึ่ง ที่ค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี บริเวณตอนเหนือของฉนวนกาซา

อัล จาซีรา บอกว่า ฮานิเยห์กำลังไปเยี่ยมชาวปาเลสไตน์ผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งถูกอพยพออกจากกาซา และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในโดฮา ตอนที่เขาได้รับทราบข่าวรถยนต์ของลูกหลานของเขาถูกโจมตี

ผู้นำฮามาสผู้นี้แสดงปฏิกิริยาต่อข่าวนี้ด้วยอาการท้าทาย โดยกล่าวว่า พวกอิสราเอลผู้ยึดครองเชื่อว่า ... มันจะทำลายความมุ่งมั่นตั้งใจของประชาชนของเราได้” ด้วยการเล็งเป้าหมายใส่เหล่าผู้นำของขบวนการ (ฮามาส) และญาติๆ ของพวกเขา

ฮานิเยห์บอกว่า การโจมตีเช่นนี้จะประสบความล้มเหลวในการบังคับให้ฮามาสต้องยินยอมตามข้อเรียกร้องของฝ่ายอิสราเอลในการเจรจาเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน

“ถ้าพวกเขาคิดว่าการพุ่งเป้าหมายโจมตีลูกหลานของผม ... ในช่วงถึงจุดสูงสุดของการเจรจาเหล่านี้ และก่อนที่ขบวนการ (ฮามาส) จะให้คำตอบ (ต่อข้อเรียกร้องของฝ่ายอิสราเอล) ถ้าพวกเขาคิดว่านี่จะบังคับให้ฮามาสต้องเปลี่ยนแปลงจุดยืนของตนแล้ว พวกเขาก็กำลังหลงผิด” เขากล่าวต่อ

“เลือดของลูกๆ หลานๆ ของผมไม่ได้มีค่ามากไปกว่าเลือดของประชาชนชาวปาเลสไตน์เลย” เขาบอก และย้ำว่า “เราจะไม่ยอมล่าถอยถอนข้อเรียกร้องของเรา”

ฮานิเยห์ บอกกับอัล จาซีรา ด้วยว่า นับรวมแล้ว “สมาชิกของครอบครัวผมเกือบๆ 60 คนได้พลีชีพไปแล้ว ในจำนวนนี้มีทั้งหลานๆ ของผม, พวกลูกชายของพี่ชายน้องชายของผม, พวกลูกชายของพี่สาวน้องสาวของผม, และพวกลูกพี่ลูกน้องของผม”

ไบเดนเรียกร้องฮามาสต้องยอมรับข้อเสนอหยุดยิง

ทางด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ฮามาสจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอหยุดยิงใหม่ที่นักรบปาเลสไตน์กลุ่มนี้ระบุว่ากำลังพิจารณาอยู่

ทั้งนี้อเมริกา ซึ่งเป็นพันมิตรหลักของอิสราเอล ยังเพิ่มความกดดันต่อนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงเช่นเดียวกัน รวมทั้งอนุญาตให้เพิ่มการจัดส่งความช่วยเหลือเข้าสู่ฉนวนกาซา และยกเลิกแผนการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินบุกเข้าเมืองราฟาห์ ทางใต้สุดของกาซา ซึ่งมีชาวปาเลสไตน์เรือนล้านไปหลบภัยพักพิงกันอยู่ ทำให้นานาชาติวิตกกันว่า หากรัฐยิวเดินหน้าเรื่องนี้ จะเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมระดับหายนะยิ่งกว่าที่ผ่านๆ มา

นอกจากนั้น ระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ที่ออกอากาศเมื่อวันอังคาร (9) ไบเดนยังวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการทำสงครามในกาซาของเนทันยาฮูเป็นความผิดพลาด และในวันต่อมา เขากล่าวย้ำว่า อิสราเอลยังคงไม่ยอมให้มีการจัดส่งความช่วยเหลือเข้าสู่กาซาในปริมาณที่เพียงพอ

กระนั้น ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากทั่วโลกให้หยุดยิง อิสราเอลยังคงโจมตีกาซาต่อเนื่องเมื่อเช้าวันพฤหัสฯ (11) โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ของกาซา

ในอีกด้านหนึ่ง สงครามในกาซา ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้ากันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน โดยเฉพาะเมื่อต้นเดือนนี้ ที่อาคารสถานกงสุลซึ่งอยู่ภายในอาณาเขตสถานเอกอัครราชทูตของอิหร่านประจำกรุงดามัสกัส ได้ถูกถล่มโจมตีทางอากาศจนเสียหายย่อยยับ โดยที่เตหะรานกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของรัฐยิวที่ได้รับไฟเขียวและความร่วมมือจากสหรัฐฯ ยังกำลังกลายเพิ่มความกังวลว่าอาจจะเกิดการสู้รบขัดแย้งลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง

ในวันพุธ อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ย้ำว่า อิสราเอลจะต้องถูกลงโทษจากการโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในดามัสกัสคราวนี้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนอิหร่าน

คืนวันพุธ สำนักข่าวของอิหร่านเผยแพร่รายงานภาษาอาหรับบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ระบุว่า อิหร่านปิดน่านฟ้าทั่วประเทศเพื่อซ้อมรบ ก่อนที่จะลบโพสต์ดังกล่าวในเวลาต่อมาพร้อมปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ข่าวนั้น

ด้าน อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล โพสต์เป็นภาษาเปอร์เซียว่า ถ้าอิหร่านโจมตีจากดินแดนของตัวเอง อิสราเอลจะตอบโต้และโจมตีอิหร่านเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ไบเดนซึ่งเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์เนทันยาฮูอยู่หยกๆ ได้ออกมาแถลงให้สัญญายืนหยัดปกป้องความมั่นคงของอิสราเอลจากการคุกคามของอิหร่านและตัวแทนของเตหะรานอย่างเข้มแข็ง

รัสเซียเตือนพลเมืองอย่าไปตะวันออกกลาง

ในวันพฤหัสฯ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกคำแถลงเตือนพลเมืองของตนงดเดินทางไปตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอล เลบานอน และดินแดนปาเลสไตน์ ยกเว้นแต่มีความจำเป็นอย่างที่สุดเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ รัสเซียเคยออกประกาศเตือนการเดินทางไปยังอิสราเอลและดินแดนปาเลสไตน์ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังจากนักรบฮามาสบุกข้ามแดนเข้าไปโจมตีอิสราเอลและเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกาซาในขณะนี้

ก่อนหน้านั้นในวันพุธ สายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนีประกาศระงับเที่ยวบินไปยังและออกจากเตหะราน และวันรุ่งขึ้นได้ประกาศขยายเวลาการงดให้บริการซึ่งเป็นไปได้ว่า อาจมีผลจนถึงวันที่ 13 เมษายน

อย่างไรก็ตาม สายการบินระหว่างประเทศแห่งอื่นๆ ที่บินไปยังอิหร่านยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ในเรื่องนี้

(ที่มา: เอเอฟพี, รอยเตอร์, เอพี)
กำลังโหลดความคิดเห็น