หน่วยบัญชาการทหารสหรัฐฯ ภาคกลาง (CENTCOM) แถลงเมื่อวันอังคาร (9 เม.ย.) ว่า สหรัฐฯ ได้นำปืนกล ปืนไรเฟิลลอบสังหาร เครื่องยิงจรวด และกระสุนอีกหลายแสนนัดที่ยึดได้จาก “อิหร่าน” ส่งไปให้ยูเครนใช้ทำสงครามต่อต้านรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เป็นที่ทราบกันดีว่า ยูเครนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาวุธและเครื่องกระสุนอย่างหนักในการทำสงครามต่อต้านรัสเซีย เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่สามารถส่งอาวุธในคลังแสงของตนเองให้ได้ จนกว่าสภาคองเกรสจะยอมอนุมัติแพกเกจช่วยเหลือรอบใหม่
CENTCOM ระบุว่า ยุทโธปกรณ์ที่จัดส่งไปคราวนี้ยังรวมถึง “อาวุธเบา” ซึ่งเพียงพอสำหรับทหารยูเครน 1 กองพัน หรือราว 4,000 นาย
“อาวุธเหล่านี้จะมีส่วนช่วยยูเครนในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัสเซีย” คำแถลงจาก CENTCOM ระบุ
อาวุธเหล่านี้ถูกทหารสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร “ยึดมาได้จากปฏิบัติการตรวจสกัดเรือไร้สัญชาติ 4 ลำ ระหว่างวันที่ 22 พ.ค. ปี 2021 จนถึง 15 ก.พ. ปี 2023” ทว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีสิทธิครอบครองอาวุธเหล่านี้ จนกระทั่งกระบวนการยึดทรัพย์สินทางแพ่ง (civil forfeiture process) โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แล้วเสร็จเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สหรัฐฯ ส่งอาวุธอิหร่านที่ยึดได้ไปให้ยูเครนใช้ทำสงคราม ก่อนหน้านี้อเมริกาก็เพิ่งจะส่งกระสุนกว่า 1 ล้านนัดไปให้กองทัพยูเครนเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ตามรายงานของCNN
ตลอดช่วง 1 ปีที่แล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถยึดปืนไรเฟิลโจมตีได้หลายพันกระบอก และกระสุนอีกกว่า 1 ล้านนัดจากเรือที่อิหร่านใช้จัดส่งอาวุธไปสนับสนุนพวก “กบฏฮูตี” ในเยเมน โดยปฏิบัติการตรวจยึดเหล่านี้มักกระทำร่วมกับทหารจากประเทศหุ้นส่วนในภูมิภาค และพุ่งเป้าไปที่เรือไร้สัญชาติขนาดเล็กที่ใช้เส้นทางสำหรับลักลอบส่งอาวุธไปให้พวกฮูตี
ที่มา : CNN