xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ จำกัดวีซ่าจนท.ฮ่องกง ตอบโต้กม.ความมั่นคง 'มาตรา 23' ด้านโฆษกจีนตอกกลับ 'เอาเวลาไปย้อนดูตัวเอง'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สหรัฐฯ ประกาศจำกัดการออกวีซ่าให้แก่เจ้าหน้าที่ฮ่องกงหลายรายในวานนี้ (29 มี.ค.) โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ที่ฝ่ายบริหารฮ่องกงใช้มาตรการต่างๆ อันเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้กระทำการต่างๆ อันเป็นการบั่นทอนอำนาจปกครองตนเองขั้นสูง สถาบันประชาธิปไตย ตลอดจนสิทธิและเสรีภาพของชาวฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ หรือที่เรียกกันว่ามาตรา 23 (Article 23) มาบังคับใช้

“เพื่อเป็นการตอบโต้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ขอประกาศว่าเราจะใช้มาตรการจำกัดวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่ฮ่องกงหลายคน ซึ่งมีส่วนร่วมในการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของชาวฮ่องกง” บลิงเคน ระบุในถ้อยแถลง

อย่างไรก็ดี ประกาศของสหรัฐฯ ไม่ได้มีการระบุรายชื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งจะถูกจำกัดวีซ่าในคราวนี้

เดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ทางการฮ่องกงได้ออกมาประณามกฎหมาย Hong Kong Sanction Act ของสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ ผู้พิพากษา และอัยการฮ่องกงรวม 49 คนที่มีส่วนในการใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติปราบปรามนักเคลื่อนไหว

เจ้าหน้าที่ฮ่องกงที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีคว่ำบาตรตอนนั้นยังรวมถึง พอล แลม (Paul Lam) รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมฮ่องกง , ผู้บัญชาการตำรวจ เรย์มอนด์ ซิว (Raymond Siu) และผู้พิพากษาอีกหลายคน เช่น แอนดรูว์ เฉิง (Andrew Cheung), แอนดรูว์ ชาน (Andrew Chan), จอห์นนี ชาน (Johnny Chan), อเล็กซ์ ลี (Alex Lee), เอสเธอร์ โต๊ะห์ (Esther Toh) และ อแมนดา วูดค็อก (Amanda Woodcock)

สหรัฐฯ เคยใช้วิธีจำกัดวีซ่าและการคว่ำบาตรรูปแบบอื่นๆ กับเจ้าหน้าที่ฮ่องกงที่พัวพันการละเมิดเสรีภาพพลเมืองมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งยังเพิกถอนสิทธิพิเศษทางการค้าที่เคยให้กับเกาะศูนย์กลางการเงินแห่งนี้ด้วย

วอชิงตันยังเตือนสถาบันการเงินต่างชาติที่ทำธุรกรรมกับบุคคลเหล่านี้ว่าอาจจะพลอยโดนหางเลขคว่ำบาตรไปด้วย

สำนักงานผู้แทนแห่งกระทรวงการต่างประเทศจีนประจำฮ่องกง (The Commissioner’s Office of China’s Ministry of Foreign Affairs in Hong Kong) ออกมาตอบโต้รายงานและถ้อยแถลงของ บลิงเคน ว่า “เสนอข้อมูลสับสนระหว่างความถูกและความผิด” และยังพยายาม “สร้างตราบาป” ให้กับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และระบบการเลือกตั้งของฮ่องกง

โฆษกของทางสำนักงานฯ ระบุว่า การที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการแซงก์ชั่นข่มขู่เจ้าหน้าที่ฮ่องกงถือเป็นการ “แทรกแซงอย่างร้ายแรง” ต่อกิจการภายในของฮ่องกงและจีน

“แทนที่จะทำตัวเป็นตำรวจโลก และออกรายงานว่าด้วย Hong Kong Policy Act อยู่เป็นประจำทุกปี สหรัฐฯ ควรจะหาเวลาทบทวนปัญหาของตัวเองบ้าง” โฆษกจีนกล่าว

ที่มา: รอยเตอร์