xs
xsm
sm
md
lg

ทั่วโลกจับจ้อง! "ปูติน" ให้สัมภาษณ์สดกับ “ทัคเกอร์ คาลสัน” ยัน "สหรัฐฯ" ต้องตกลงดีลยกดินแดนเคียฟแลกยุติสงคราม เลิกส่งอาวุธช่วย "เซเลนสกี" ความวิตกต่อทหารอเมริกันรบในยูเครน อ้างสามัญสำนึกไม่เคยคิดบุกนาโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - เป็นสีสันไปทั่วโลกเมื่อ "ทัคเกอร์ คาลสัน" อดีตนักจัดรายการฟ็อกซ์นิวส์ได้เผยแพร่การสัมภาษณ์สดประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ในวันพฤหัสบดี (8 ก.พ ) หลังบินออกจากกรุงมอสโกอย่างปลอดภัย ผู้นำรัสเซียให้สัมภาษณ์เปิดอกทุกด้านทั้งเบื้องหลังสงครามยูเครนเกี่ยวของกับอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน เงื่อนไขการยุติสงครามยูเครน ความน่าจะเป็นที่จะรุกรานดินแดนนาโตหลังทั่วยุโรปเริ่มเคลื่อนไหวรับมือเตรียมพร้อม และประเด็นความวิตกของประธานิบดีรัสเซียต่อทหารอเมริกันที่อาจสู้รบอยู่ในดินแดนยูเครน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯ รายงานวานนี้ (8 ก.พ.) ว่า สายตาทั่วโลกจับจ้องไปที่การสัมภาษณ์ระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน และอดีตนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์สุดอื้อฉาว ทัคเกอร์ คาลสัน (Tucker Carlson) ที่บุกเข้าถึงกรุงมอสโก รัสเซีย เพื่อสัมภาษณ์ปูตินแบบ 1 ต่อ 1 นาน 2 ชม. ก่อนที่จะเผยแพร่การให้สัมภาษณ์และผ่านทางแพลตฟอร์ม X ของตัวเองเมื่อเวลา 18.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ในฝั่งตะวันออกของวันพฤหัสบดี (8)

CNBC ของสหรัฐฯ รายงานว่า เครมลินยืนยันว่า คาลสันพบและสัมภาษณ์ผู้นำรัสเซียในวันอังคาร (6)

นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ตลอดช่วงเวลา 2 ชม. พบว่าปูตินดูเหมือนตอบคำถามที่ตรงไปตรงมากกว่าทุกครั้งเกี่ยวกับการรุกรานยูเครนของเขา การมองของเขาต่อการสิ้นสุดของสงครามยูเครนที่ไม่ได้มาจากอำนาจทางการทหารแต่เป็นข้อตกลงกับโลกตะวันตก

ปูตินกล่าวกับคาลสันอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาขอเรียกร้องไปยัง “สหรัฐฯ” ให้ยอมทำข้อตกลงเพื่อยินยอมยกดินแดนยูเครนให้รัสเซียเพื่อแลกเปลี่ยนกับการสิ้นสุดสงคราม

พร้อมกับกล่าวว่า เขาเชื่อว่านาโตสามารถยอมรับได้หากรัสเซียจะควบคุมบางส่วนดินแดนยูเครน

และปูตินยังใช้โอกาสนี้กดดันไปยังสมาชิกสภาคองเกรสสายพรรครีพับลิกันที่มีสถานีฟ็อกซ์นิวส์ที่ทำงานเก่าของคาลสันหนุนหลัง 

โดยในการให้สัมภาษณ์ปูตินออกมาชี้ทางสว่างแก่บรรดารีพับลิกันให้ไม่ผ่านงบแพกเกจส่งอาวุธช่วยยูเครน โดยผู้นำรัสเซียใช้วาทะของตัวเก็งผู้สมัครพรรครีพับลิกัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่า อเมริกามีภาระอื่นมากมายมากกว่าสงครามที่อยู่ห่างออกไกลออกไปร่วมหลายพันไมล์

"ผมจะบอกคุณให้ถึงสิ่งที่พวกเรากำลังพูดกันในเรื่องนี้และสิ่งที่พวกเราต้องการส่งต่อไปยังผู้นำสหรัฐฯ ว่า หากว่าคุณต้องการที่จะยุติการสู้รบอย่างแท้จริง คุณต้องหยุดการส่งอาวุธ"

และเมื่อคาลสันถามปูตินตรงไปตรงมาถึงความวิตกต่อความเป็นไปได้ที่อาจมี 'ทหารอเมริกัน' สู้รบในสงครามยูเครน

ผู้นำรัสเซียตอบกลับมาทันทีในลักษณะที่ถามกลับไปว่า "คุณไม่มีอะไรทำที่ดีกว่านี้หรือ?" และเสริมต่อว่า "พวกคุณมีปัญหาพรมแดน ปัญหาการลักลอบเข้าเมือง ประเด็นเกี่ยวกับหนี้สาธารณะ" โดยที่ไม่ยอมตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า เขารู้สึกวิตกหรือไม่หากว่ามีทหารอเมริกันกำลังสู้รบในยูเครน

ปูตินกล่าวต่ออย่างมีชั้นเชิงว่า "มันจะไม่เป็นการดีกว่าหรือที่จะหันมาเจรจากับรัสเซีย"

เดอะการ์เดียนของอังกฤษชี้ว่า ในขณะที่ปูตินกล่าวพล่ามตลอดในการให้สัมภาษณ์ในเวลาเดียวกัน แต่กลับพบว่าดูเหมือนคาลสันอดีตนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์สายเหยี่ยวนั้นดูเหมือนที่จะมีเสียงโทนเสียงอ่อน เขาเรียกปูตินว่า “ท่านประธานาธิบดี” ตลอดระยะเวลาการให้สัมภาษณ์

หนังสือพิมพ์มอสโกไทม์สของรัสเซียรายงานว่า ประธานาธิบดีปูตินกล่าวต่อโลกตะวันตกว่า “รัสเซียไม่สามารถถูกทำให้แพ้ในยูเครน” ผู้นำรัสเซียได้กล่าวปกป้องตัวเองต่อการตัดสินใจบุกยูเครนที่เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 พร้อมกับชี้ว่า ตะวันตกในเวลานี้ดูเหมือนที่จะตระหนักแล้วว่า รัสเซียไม่สามารถพ่ายแพ้ได้ถึงแม้ว่าทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และสมาชิกนาโตจะช่วยยูเครนก็ตาม

เดลีเมลของอังกฤษรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์ เขายังอ้างว่า แท้จริงแล้วสงครามยูเครต้องสิ้นสุดลงเมื่อ 18 เดือนก่อนหน้าแต่กลับล้มเหลวเพราะ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน ที่มีรายงานวานนี้ (8) ว่ากำลังหาทางคัมแบ็กกลับเข้าสู่การเมืองอังกฤษตามหลังอดีตนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน นั้น ปูตินอ้างว่า จอห์นสันทำให้ข้อตกลงเป็นโมฆษะด้วยการบอกบรรดาผู้นำยูเครนว่า "มันเป็นการดีกว่าที่จะรบกับรัสเซีย"

ปูตินอ้างว่า เดวิด อราคาเมีย (Davyd Arakhamia) หัวหน้าพรรครัฐบาลยูเครน ได้ลงนามเบื้องต้นในข้อตกลงหลังการเจรจาโดยตรงกับฝ่ายรัฐสเซียในเมืองอิสตันบูล ตุรกี

เดลีเมลรายงานว่า เครมลินก่อนหน้าได้อ้างว่า การเดินทางของอดีตนายกฯ จอห์นสันเมื่อเมษายน ปี 2022 ไปยังยูเครนนั้นแท้จริงต้องการขัดขวางข้อตกลงสันติภาพที่จะเห็นรัสเซียถอนกำลังทหารของตัวเองออกไป

ข้อตกลงที่ว่านี้กำหนดให้ยูเครนต้องละทิ้งแผนการเข้าเป็นสมาชิกนาโต และยอมรับสถานะความเป็นกลาง พร้อมกันปูตินยังอ้างว่า วอชิงตันยุยงประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ให้ปฏิเสธที่จะเจรจาข้อตกลงใดๆ และกล่าวว่า เขาแท้จริงต้องการตกลงเพื่อการยุติความขัดแย้ง

"และมันน่าเศร้ามากสำหรับผมเพราะจากการที่คุณอราคาเมียได้ทำ พวกเราสามารถยุติความเป็นปรปักษ์เหล่านี้ในสงครามเมื่อ 1 ปีครึ่งก่อนได้แล้ว แต่ทว่าฝ่ายอังกฤษได้หว่านล้อมเราและพวกเราปฏอเสธ และในเวลานี้คุณจอห์นสัน (อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน) อยู่ที่ไหน? และสงครามยังคงดำเนินต่อไป"

สกายนิวส์ สื่ออังกษอีกแห่งรายงานว่า ในรายการสัมภาษณ์กับนักข่าวอเมริกันพบว่าผู้นำรัสเซียยังอ้างว่า เขาไม่มีความสนใจในการโจมตี "โปแลนด์" หรือ "ลัตเวีย" ซึ่งเป็นประเทศชาติสมาชิกนาโต โดยกล่าวยืนยันว่า เขาจะทำเช่นนั้นหากว่าประเทศใดประเทศหนึ่งทำการโจมตีรัสเซีย

"มันขัดแย้งกับสามัญสำนึกที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามระดับโลกเช่นนี้ และสงครามระดับโลกจะนำมนุษยชาติทั้งหมดมาสู่หายนะของการโดนทำลายล้าง มันชัดเจนมาก" ประธานาธิบดีปูติน กล่าว

สกายนิวส์ชี้ว่า แต่การรับรองของปูตินนั้นไม่สามารถเชื่อถือได้เพราะเมื่อมกราคมปี 2022 หรือ 1 เดือนก่อนเขาส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการในยูเครน ประธานาธิบดีรัสเซียได้ลั่นวาจาว่าเขาไม่มีแผนที่จะรุกรานยูเครน แต่ทว่ากลับส่งรถถังและกำลังข้ามพรมแดนหลังจากนั้น

มีการคาดการณ์ไปทั่วยุโรปจากทั้งเยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ และอังกฤษ รวมยุโรปตะวันตกว่า รัสเซียอาจจะกำลังคิดการใหญ่โจมตีนาโตในไม่กี่ปีข้างหน้าและอาจบานปลายกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3

เดอะการ์เดียนเคยรายงานวันที่ 26 ม.ค.นี้ว่า สหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะส่งอาวุธนิวเคลียร์เข้าไปประจำการที่ฐานทัพอากาศอังกฤษ RAF Lakenheath ในซัฟฟอล์ก (Suffolk) ภายใต้ข้อตกลง เดอะการ์เดียนรายงานว่า พล.อ.เซอร์แพทริค แซนเดอร์ส (Gen Sir Patrick Sander) ผู้บัญชาการกองทัพอังกฤษ ออกมาเสนอแนะว่า ให้อังกฤษเตรียมความพร้อมทหารกองหนุนและพลเรือนไม่ต่ำกว่า 45,000 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสู้รบรัสเซียที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ทว่าในเวลาต่อมาหลังข้อเสนอเผยแพร่ออกไปทั้งกระทรวงกลาโหมอังกฤษ MoD และถนนดาวนิงต่างออกมาปฏิเสธทันที

ความวิตกถึงความน่าจะเป็นที่อังกฤษและนาโตจะโดนรัสเซียส่งทหารเข้าโจมตียังออกมาจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ริชี ซูแน็ก ในรายงานของเดลีเทเลกราฟเมื่อวันจันทร์ (5) ที่ผ่านมาว่า โดยผู้นำอังกฤษยืนยันที่จะใช้สิทธิปกป้องตัวเองหากโดนรัสเซียรุกราน โดยเขาได้อ้างอิงไปถึงสถานการณ์ความขัดแย้งตึงเครียดในโลกที่กำลังเกิดขึ้นเวลานี้ที่โลกมีความปลอดภัยน้อยลง

เขากล่าวว่าอังกฤษมีการเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามและมีการเพิ่มงบประมาณในการป้องกันประเทศ "ผมที่ว่ามันช่างน่าบังเอิญอย่างเหลือเชื่ออยู่ในยูเครนในช่วงเวลาที่พวกเรากำลังร่วมกับสหรัฐฯ ในการป้องกันตัวเองจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี และสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงโลกที่พวกเรากำลังอาศัยอยู่"

การเตรียมความพร้อมของนาโตสำหรับการรุกรานจากรัสเซียยังถูกเปิดเผยว่าการบรรลุข้อตกลง "military Schengen" เพื่ออนุญาตให้กองกำลังและอาวุธสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วที่้เป็นการลงนามโดยโปแลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ เป็น 3 ประเทศที่ตั้งอยู่ในยุโรปตะวันออก ยุโรปกลาง และยุโรปเหนือ สื่อโปแลนด์ NFP รายงานวันที่ 31 ม.ค. ในเรื่องนี้โดยอ้างการโพสต์ของคณะผู้แทนเยอรมนีประจำนาโตที่ทวีตบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 31 ม.ค. มีภาพการจับมือและการลงนามข้อตกลงอย่างชัดเจน

สื่อโปแลนด์กล่าวว่า ทั้ง 3 ประเทศลงนามในแผนการสร้างเส้นทางการลำเลียงทางการทหารภายในนาโตและจะเป็นก้าวต่อไปสำหรับการสร้างโซน “military Schengen” สำหรับการเคลื่อนที่กองกำลังอย่างอิสระภายในเขตเชงเกน

การเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามจากรัสเซียยังเกิดขึ้นในการแถลงของกองบัญชาการกำลังอากาศชาติพันธมิตรนาโต (Allied Air Command) ที่มีฐานตั้งอยู่ในฐานทัพรัมสไตน์ (Ramstein) ของเยอรมนีประกาศในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาถึงข่าวการส่งฝูงเครื่องบินรบ F-35 ขึ้นบินลาดตระเวนเหนือท้องฟ้ากลุ่มประเทศเบเนลักซ์ (BENELUX) ได้แก่ เบลเยียม เนเธอน์แลนด์ และลักเซมเบิร์กเป็นครั้งแรก

ตามการแถลงเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มต้นส่งฝูงเครื่องบินรบ F-35 ภายใต้นโยบายทางอากาศนาโตเหนือกลุ่มเบเนลักซ์ในวันที่ 25 ม.ค.

และเครื่องบินรบ F-35 จำนวน 2 ลำพร้อมกับเครื่องบินรบ F-16 อีก 2 ลำอยู่ในความพร้อมที่จะปกป้องน่านฟ้าเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์กตลอดเวลา 24 ชม.สำหรับการสกัดภัยทางอากาศได้อย่างรวดเร็ว

แถลงการณ์กล่าวว่า ฝูงบินรบจะมีความพร้อมขึ้นบินได้ภายในแค่ไม่กี่นาที