เอเจนซีส์ - สหรัฐฯยังคงโดนพายุฤดูหนาวเล่นงานสุดสัปดาห์นี้ มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศล่าสุดไม่ต่ำกว่า 83 คน พบเครื่องบินเล็กมี 7 คนอยู่ด้านในร่อนลงจอดฉุกเฉินกลางถนนไฮเวย์หิมะท่วมรัฐเวอร์จิเนียวันศุกร์(19 ม.ค) อากาศหนาวยังคร่าชีวิตหนุ่มวัย 25 ปีคาบ้านเคลื่อนที่ในรัฐเทนเนสซีหลังฮีทเตอร์หยุดทำงาน
ดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานวันนี้(21 ม.ค)ว่า วิกฤตพายุฤดูหนาวในอเมริกาที่เห็นหิมะขาวโพลนไปทั่ว ถนนที่ถูกจับตัวไปด้วยน้ำแข็งยอดเสียชีวิตล่าสุดมีไม่ต่ำกว่า 83 คน อ้างอิงจาก CBS ของสหรัฐฯ
การเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศเกิดขึ้นมากที่สุดในรัฐเทนเนสซี หลังรถบรรทุกสูญเสียการควบคุมกลางถนนที่เต็มไปด้วยหิมะก่อนพุ่งชนรถบรรทุกเทรลเลอร์
ผู้ว่าการรัฐโอเรกอนประกาศภาวะฉุกเฉินระหว่างที่รัฐกำลังประสบปัญหาทางสภาพอากาศที่มีฝนตกหนาวจัดลงมาพร้อมพายุฤดูหนาวส่งผลทำให้ต้นไม้ล้มและกระแสไฟฟ้าตัดเป็นวงกว้างและมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 16 คน
นิวยอร์กเดลีของสหรัฐฯรายงานเพิ่มเติมว่า แผนกสาธารณสุขรัฐเทนเนสซีมีผู้เสียชีวิต 19 คนรวมเคสน่าสลดใจชายหนุ่มวัย 25 ปีที่เสียชีวิตที่บริเวณพื้นบ้านเคลื่อนที่ของตัวเองหลังเครื่องฮีทเตอร์หยุดทำงาน
อินดิเพนเดนท์รายงานว่า วิกฤตอากาศอาร์กติกถล่มสหรัฐฯทำให้เครื่องบินเล็กส่วนตัวลำหนึ่งต้องลงขอแลนดิงฉุกเฉินกลางถนนไฮเวย์รัฐเวอร์จิเนียวันศุกร์(19)
โดยในรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 12.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันศุกร์(19) ตำรวจทางหลวงรัฐเวอร์จิเนียได้รับแจ้งมีเครื่องบินส่วนตัวร่อนลงจอดบนถนน Loudoun County Parkway ใกล้สนามนานาชาติบินดัลเลส( Dulles International Airport)
Wtopnews สื่อท้องถิ่นรัฐเวอร์จิเนียรายงานว่า ปรากฏว่าเครื่องบินชนเหล็กกั้นบนถนนแต่นักบินสามารถเลี่ยงไม่ให้เครื่องไปชนรถคันอื่นได้
เครื่องบิน Cessna 208 Caravan ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดี่ยวของบริษัทสายการบิน Southern Airways Express เดินทางออกจากสนามบินดัลเลส พร้อมกับคนทั้งหมด 7 คนบนเครื่องในเวลา 12.15 น. ก่อนประสบเหตุ
นักบินเป็นชาวฟลอริดาวัย 27 ปีควบคุมเครื่องพร้อมนักบินผู้ช่วย และมีผู้โดยสารในวัยผู้ใหญ่จำนวน 4 คนบนเครื่องและมีเด็กวัยรุ่นอายุ 15 อีก 1 คน อ้างอิงจากตำรวจทางหลวงรัฐเวอร์จิเนีย
Wtopnews รายงานว่า หนึ่งในพยานที่เห็นเหตุการณ์คือ เจสส์ ลาเบลล์ (Jesse Labell) กำลังขับอยู่บนถนน Loudoun County Parkway และได้ยินเสียงดังมาก ก่อนมองแหงนหน้าขึ้นและตกตะลึงแทบไม่เชื่อสายตา “มีเครื่องบินอยู่สูงจากผมไปแค่ 20 ฟุต(6 เมตร)และมันได้ร่อนลงจอด(บนถนน)ห่างออกไปราว 30 ฟุต(9 เมตร)เท่านั้น” ก่อนที่เครื่องจะไถลไปชนกับราวเหล็กกั้น
พยานกล่าวต่อว่า เขาได้ช่วยผู้โดยสารออกไปจากเครื่องบิน เขาเล่าว่าทุกคนดูเหมือนจะปลอดภัยแต่ช็อกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิด
ดิอินดีเพนเดนท์รายงานว่า ในรัฐฟลอริดา นักอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยว่า อุณหภูมิที่ลดต่ำนี้สามารถส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่า นำไปสู่การเสียชีวิตของอิกัวนาได้
สภาพอากาศเลวร้ายยังทำให้การเดินทางทั่วสหรัฐฯเกิดความโกลาหลนมาสู่การที่ยวบินหลายพันเที่ยวทั้งโดนสั่งยกเลิกและเลื่อนไฟลท์กระทบทั่วประเทศ
แต่ทว่ายังคงมีข่าวดีบ้างเพราะ นิวยอร์กเดลีรายงานว่า สถานีบริการอากาศสหรัฐฯแถลงว่า คาดว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯในไม่ช้าจะสูงเหนืออุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงเวลานี้ของทุกปี โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นอีกครั้งหลังสุดสัปดาห์
ในเมืองนิวยอร์ก ซิตี ทั้งวันอาทิตย์(21)และวันจันทร์(22) คาดว่าอากาศจะแจ่มใส มีแสงแดดมาก และคาดว่าอุณหภูมิจะสูงราว 31 องศาฟาเรนไฮ (-0.55 องศาเซลเซียส) และ 36 องศาฟาเรนไฮ(2.22 องศาเซลเซียส)ตามลำดับ ก่อนที่ภายในสัปดาห์อุณหภุมิจะไต่ขึ้นอย่างรวดเร็วไปราว 40 องศาฟาเรนไฮ (4.44 องศาเซลเซียส) และอาจขึ้นไปสูงถึง 50 องศาฟาเรนไฮ (10 องศาเซลเซียส)