xs
xsm
sm
md
lg

เต็งหนึ่ง ปธน.ไต้หวัน ‘ไล่ ชิงเต๋อ’ ยันมุ่งรักษา 'status quo' พร้อมเปิดทางพูดคุย ‘จีน’ แต่ไม่หยุดเสริมเขี้ยวเล็บ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิลเลียม ไล่ ชิงเต๋อ ผู้สมัครประธานาธิบดีเต็งหนึ่งจากพรรครัฐบาลไต้หวัน ประกาศวันนี้ (9 ม.ค.) ว่าจะคงสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (status quo) และแสวงหาสันติภาพด้วยการเสริมความเข้มแข็งให้ชาติบ้านเมือง ขณะเดียวกันก็พร้อมเปิดทางสานสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ภายใต้บริบทของความเท่าเทียมและการมีศักดิ์ศรี

ปักกิ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนในอธิปไตยของตน และมองว่าศึกเลือกตั้งผู้นำและสมาชิกรัฐสภาไต้หวันที่จะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ (13) เป็นเสมือนการเลือกระหว่าง “สันติภาพ” กับ “สงคราม”

รัฐบาลจีนมองว่า ไล่ ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดีจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party - DPP) มีแนวคิดแบ่งแบกดินแดน พร้อมเตือนว่าความพยายามแยกไต้หวันเป็นเอกราชจากจีนไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามจะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร ขณะที่รัฐบาลไทเปเองไม่ยอมรับการอ้างอธิปไตยของจีน

ไล่ ยืนยันว่าตัวเขาเองพร้อมจะทำงานร่วมกับปักกิ่ง และเชื่อว่าการเจรจาพูดคุยจะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดข้ามช่องแคบลงได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงประชาคมโลกด้วย

“สันติภาพคือสิ่งที่ประเมินค่ามิได้ และการทำสงครามย่อมไม่มีผู้ชนะ” ไล่ ระบุในงานแถลงข่าวร่วมกับ เซียว บีคิม (Hsaio Bi-khim) ซึ่งเป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีของเขา

กระนั้นก็ตาม เขาย้ำว่า “การยอมรับในหลักการเดียวที่จีนเสนอจะไม่นำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง” พร้อมชี้ว่า “การมีสันติภาพ แต่ปราศจากอธิปไตย ก็จะเป็นเหมือนฮ่องกง ซึ่งเป็นสันติภาพที่จอมปลอม”


ทั้ง DPP และพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านใหญ่สุดของไต้หวัน ต่างก็ชูนโยบายเสริมความมั่นคงของชาติ และย้ำว่าอนาคตของเกาะแห่งนี้มีเพียงชาวไต้หวัน 23 ล้านคนเท่านั้นที่มีสิทธิตัดสินใจ ทว่าพรรคก๊กมินตั๋งนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่า “ไม่เห็นด้วย” กับการประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากจีนอย่างสมบูรณ์

พรรค DPP เน้นย้ำระหว่างการหาเสียงว่า พวกเขาจำเป็นต้องชนะการเลือกตั้งและครองเสียงข้างมากในสภาด้วย และหากทำไม่สำเร็จ รองประธานาธิบดี ไล่ ก็เตือนว่าจะเป็นการ “ยากลำบากมาก” สำหรับไต้หวันที่จะตอบสนองภัยคุกคามจากจีน รวมถึงแก้ไขปัญหาภายในอื่นๆ

ไล่ ประกาศจะสานต่อนโยบายของประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ซึ่งที่ผ่านมาก็ยื่นข้อเสนอพูดคุยกับจีนหลายครั้ง แต่ถูกปฏิเสธตลอด เพราะจีนมองว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน

ไล่ ระบุด้วยว่า หากตนได้เป็นผู้นำไต้หวันจะก็เดินหน้าเสริมความเข้มแข็งทั้งในด้านเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศ ท่ามกลางบริบทด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดจากการที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ยกระดับกิจกรรมทางทหารรอบเกาะไต้หวันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“การสร้างสันติภาพขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง ไม่ใช่การคาดหวังเจตนาที่ดีจากฝ่ายศัตรู” ไล่ กล่าว

ที่มา : รอยเตอร์