ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี และผู้บัญชาการทหารยูเครนออกมาอ้างว่าสามารถยิงเครื่องบินขับไล่ Su-34 ของรัสเซียร่วงถึง 3 ลำ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 ธ.ค.) ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดครั้งหนึ่งของกองทัพยูเครนในสงครามกับรัสเซียที่ยืดเยื้อมานานถึง 22 เดือน
กองทัพรัสเซียไม่ได้ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มีบล็อกเกอร์ในแดนหมีขาวหลายคนที่ออกมายอมรับความสูญเสียครั้งนี้ เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ที่ระบุว่า "ระบบขีปนาวุธแพทริออต" ของสหรัฐฯ น่าจะถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการยิงสอย Su-34
“วันนี้เมื่อช่วงเที่ยงที่บริเวณแนวรบตอนใต้ เราทำลายเครื่องบินขับไล่ Su-34 ไปได้ถึง 3 ลำ” มีโคลา โอเลชชุก ผู้บัญชาการกองทัพอากาศยูเครน โพสต์ข้อความผ่านเทเลแกรม
ด้าน ยูริ อีห์นัต โฆษกองทัพอากาศยูเครน ก็แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า “นี่คือปฏิบัติการที่ถูกวางแผนมาอย่างยอดเยี่ยม”
“เราไม่ได้สร้างสถิติเชิงบวกเกี่ยวกับ Su-34 มาสักพักแล้ว” อีห์นัต ระบุ พร้อมชี้ว่า Su-34 คือหนึ่งในเครื่องบินขับไล่สำหรับปฏิบัติการโจมตีและทิ้งระเบิดที่ทันสมัยที่สุดของรัสเซีย
ด้านผู้นำยูเครนก็ได้เปิดแถลงข่าวในช่วงค่ำ โดยกล่าวชื่นชมหน่วยต่อต้านอากาศยานในโอเดสซา (Odesa) ที่ทำผลงานยิงสอยเครื่องบินรบรัสเซียร่วงในแคว้นเคียร์ซอน (Kherson)
แคว้นเคียร์ซอนเคยถูกทหารรัสเซียบุกยึดได้ในช่วงวันแรกๆ หลังเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อเดือน ก.พ. ปี 2022 ก่อนที่กองทัพยูเครนจะสามารถชิงดินแดนกลับคืนมาบางส่วน และเมื่อเดือน พ.ย. ก็ได้ตั้งฐานที่มั่นหลายจุดอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนีโปรในเคียร์ซอน
Eurasia Daily ซึ่งเป็นวารสารในรัสเซียออกมายอมรับว่าข้อมูลของยูเครน “ฟังขึ้น” และเชื่อว่าเคียฟอาจใช้ขีปนาวุธแพทริออตซึ่งมีพิสัยทำการสูงสุด 160 กิโลเมตรยิงโจมตีเป้าหมายในบรรยากาศชั้นสูงจากทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำดนีโปร
ด้าน วาเลรี โรมาเนนโก ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินชาวยูเครน ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ NV Radio เช่นกันว่า ตนเชื่อว่าระบบขีปนาวุธแพทริออตน่าจะถูกใช้ยิงสอยเครื่องบินรบรัสเซีย
“ฝูงเครื่องบินรบรัสเซียกำลังทิ้งระเบิดสูงสุด 100 ลูกอยู่ทางตอนใต้ โดยบินเข้ามาพร้อมกันและถูกโจมตี พวกเขาคงไม่ทราบว่าระบบแพทริออตมีพิสัยทำการ 160 กิโลเมตรสำหรับเป้าหมายที่เคลื่อนที่ในอากาศ” โรมาเนนโก กล่าว
กองทัพยูเครนสามารถทวงคืนพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือและใต้กลับคืนจากรัสเซียได้แบบสายฟ้าแลบเมื่อช่วง 1 ปีที่แล้ว ทว่าระยะหลังๆ ปฏิบัติการทางทหารของเคียฟแทบไม่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะปฏิบัติการโจมตีตอบโต้รัสเซีย (counteroffensive) ทางภาคตะวันออกและใต้ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ที่มา : รอยเตอร์


