xs
xsm
sm
md
lg

พักรบ? สีจิ้นผิงต้อนรับผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภาสหรัฐฯ ชี้สัมพันธ์จีน-อเมริกากำหนดโชคชะตามนุษยชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน (ที่2 จากขวาของแถวหันหน้าหากล้อง) พบหารือกับคณะวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ นำโดย ชัค ชูเมอร์ ส.ว.ของพรรคเดโมแครตที่เป็นผู้นำวุฒิสมาชิกฝ่ายเสียงข้างมากคนปัจจุบัน (ที่4 จากซ้ายของแถวหันหลังให้กล้อง)
สี จิ้นผิง ย้ำสัมพันธ์จีน-อเมริกาจะส่งผลต่อ “โชคชะตาของมนุษยชาติ” ด้านชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนล่าสุดของอเมริกาที่เยือนแดนมังกร ขานรับว่าสองประเทศจะกำหนดทิศทางของศตวรรษปัจจุบัน ดังนั้น จีนและอเมริกาต้องจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างมีความรับผิดชอบและเคารพกันและกัน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวเมื่อวันจันทร์ (9 ต.ค.) ระหว่างพบกับชูเมอร์ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่งว่า การที่จีนและอเมริกาเข้ากันได้ดีแค่ไหนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและสถานการณ์วุ่นวายจะเป็นตัวกำหนดอนาคตและโชคชะตาของมนุษยชาติ

ประมุขแดนมังกรเสริมว่า เคยพูดมาหลายครั้งและกับประธานาธิบดีอเมริกันหลายคนว่า จีนมีเหตุผล 1,000 ข้อที่สนับสนุนการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตัน แต่ไม่มีแม้แต่ข้อเดียวสำหรับการทำลายความสัมพันธ์นี้ และย้ำว่า สัมพันธภาพจีน-อเมริกาคือความสัมพันธ์ทวิภาคีซึ่งมีความสำคัญที่สุดในโลก

ด้านชูเมอร์ขานรับว่า สองประเทศจะกำหนดทิศทางของศตวรรษปัจจุบัน ดังนั้น จีนและอเมริกาต้องจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างมีความรับผิดชอบและเคารพกันและกัน เขาเปิดเผยภายหลังการหารือด้วยว่า คณะของเขาซึ่งประกอบด้วย ส.ว.พรรคเดโมแครต 3 คน (รวมตัวเขาด้วย) และ ส.ว.พรรครีพับลิกันอีก 3 คน พบปะหารือกับ สี นาน 80 นาที เกินเวลาที่กำหนดกันไว้ราว 20 นาที

ก่อนหน้านี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ซึ่งประชุมหารือกับชูเมอร์ที่เรือนรับรองเตียวอี่ว์ไถ ในกรุงปักกิ่ง แสดงความหวังว่า การเยือนของชูเมอร์จะช่วยให้สองประเทศจัดการความคิดเห็นที่ต่างกันอย่างเหมาะสมมากขึ้น รวมทั้งช่วยให้อเมริกาเข้าใจจีนอย่างถ่องแท้มากขึ้น ขณะที่โลกกำลังเผชิญช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงที่สับสนวุ่นวาย ทั้งจากวิกฤตยูเครนที่ยังไม่คลี่คลายและสงครามที่อุบัติขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง

หวัง เสริมว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต้องแก้ไขโดยนานาชาติ และจีนกับอเมริกาควรรับผิดชอบบทบาทของตนเอง

ทางฝ่ายชูเมอร์ขอบคุณสำหรับการต้อนรับ พร้อมระบุว่า มีข้อกังวลสำคัญหลายอย่างที่ต้องการหารือ โดยเป้าหมายอันดับแรกคือ การที่ธุรกิจและพนักงานของอเมริกาควรได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมจากจีน

เขาสำทับว่า บริษัทในจีนซึ่งเป็นผู้จัดหาสารเคมีอันตรายที่นำไปสู่วิกฤตสารเสพติดเฟนทานิลในอเมริกา ควรต้องรับผิดชอบการกระทำดังกล่าว และเขายังต้องการการรับประกันว่า จีนจะไม่สนับสนุนสงครามที่ผิดศีลธรรมของรัสเซียในยูเครน รวมทั้งต้องการให้ปักกิ่งส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

ด้านนิโคลัส เบิร์นส์ เอกอัครราชทูตอเมริกันประจำปักกิ่ง กล่าวว่า การหารือกับฝ่ายจีนคราวนี้มีความคืบหน้า โดยเขารู้สึกว่า ผู้นำจีนเตรียมพร้อมอย่างระมัดระวังสำหรับการหารือโดยละเอียด ทั้งสองฝ่ายยังมีความกระตือรือร้นซึ่งบ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในการสานต่อการหารือ

ชูเมอร์ยังแสดงความขอบคุณฝ่ายจีนในวันจันทร์ (9) จากการที่ปักกิ่งออกคำแถลงที่มีเนื้อหาแข็งขันยิ่งขึ้นในการประณามเรื่องที่กลุ่มฮามาสสังหารและลักพาพลเรือนทั้งที่เป็นชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ

ก่อนหน้านี้ ชูเมอร์แสดงความผิดหวังที่กระทรวงการต่างประเทศจีนออกคำแถลงเมื่อวันอาทิตย์ (8) เกี่ยวกับความรุนแรงในตะวันออกกลางโดยเรียกร้องให้สองฝ่ายหยุดยิงทันที แต่ไม่ประณามการโจมตีของปาเลสไตน์ที่ทำให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิตหลายร้อยคน

ชูเมอร์บอกว่า ระหว่างพบหารือกับสี เขาย้ำข้อเรียกร้องให้ปักกิ่งประกาศสนับสนุนอิสราเอล รวมทั้งขอให้จีนใช้อิทธิพลที่มีต่ออิหร่านเพื่อป้องกันไม่ให้เตหะรานทำให้สถานการณ์บานปลาย

ปรากฏว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เหมา หนิง กล่าวในการแถลงข่าวตามปกติในเวลาต่อมาเมื่อวันจันทร์ (9) โดยพูดเพิ่มเติมจากคำแถลงในวันอาทิตย์ (8) ว่า จีนเศร้าเสียใจอย่างยิ่งสำหรับการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนซึ่งมีสาเหตุจากการสู้รบขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอล และจีนคัดค้านและประณามพฤติการณ์ที่ทำร้ายพลเรือน ตลอดจนพฤติกรรมอื่นๆ ที่เป็นการขยายการสู้รบขัดแย้งและบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค

นอกจากนั้นเมื่อวันจันทร์ ชูเมอร์ยังเข้าพบ เจ้า เล่อจี ประธานสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติของจีน และกล่าวว่า ในฐานะสองชาติมหาอำนาจ เป็นเรื่องปกติที่อเมริกาและจีนจะแข่งขันกันในด้านต่างๆ เช่น การค้า เทคโนโลยี การทูต ฯลฯ ซึ่งอเมริกายอมรับการแข่งขันนี้ และไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง

ชูเมอร์ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนล่าสุดของอเมริกาที่เดินทางเยือนจีน รวมทั้งคณะของเขายังเป็นคณะสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯชุดแรกที่มาเยือนจีนนับจากปี 2019 ขณะที่วอชิงตันพยายามผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดกับปักกิ่งที่สะสมตลอดหลายปีที่ผ่านมาและครอบคลุมทุกสิ่งตั้งแต่การค้าจนถึงสิทธิมนุษยชน

ก่อนหน้านี้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ, เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลัง และจีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีพาณิชย์ ตลอดจนถึงจอห์น เคร์รี ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหรัฐฯ ต่างเดินทางเยือนจีนในปีนี้

วันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ต.ค.) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังกล่าวว่า อาจได้พบ สี ระหว่างที่ผู้นำทั้งสองเข้าร่วมการประชุมซัมมิตกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่นครซานฟรานซิสโกเดือนหน้า แต่สำทับว่า ยังไม่มีกำหนดการใดๆ

(ที่มา: เอเอฟพี, เอพี)
กำลังโหลดความคิดเห็น