xs
xsm
sm
md
lg

ใครจะไปเชื่อ!! เสือเฒ่าแห่งวอชิงตัน “เฮนรี คิสซิงเจอร์” อายุครบ 100 ปีแล้ว ทั่วโลกสรรเสริญยกย่อง แต่ถูกเปิดแผลเป็นคนอยู่เบื้องหลังสั่งบอมบ์กัมพูชายุคสงครามเวียดนาม ทำคนตายสูงกว่าที่เคยเปิดเผย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตนักการทูตชื่อกระฉ่อนชื่อดังสหรัฐฯ มีอายุครบรอบ 100 ปี วันเสาร์ (27 พ.ค.) ถือเป็นบุคคลที่มีสีสันและยังคงทรงอิทธิพลในเวทีการเมืองโลก ทั่วโลกสรรเสริญชื่นชมในความสามารถรวม รัสเซีย แต่ทว่าโดนเปิดแผลสมัยสงครามเวียดนามจากเอกสารลับกองทัพสหรัฐฯ พบยอดชาวกัมพูชาเสียชีวิตมากกว่าที่เคยเชื่อไว้ในอดีต

CBS สื่อสหรัฐฯ รายงานวานนี้ (27 พ.ค.) ว่า ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) ถือเป็นนักการเมืองสหรัฐฯ ที่มีชีวิตโลดโผนและยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาฉลองอายุครบรอบ 100 ปี ไปเมื่อวันเสาร์ (27) เกิดที่เยอรมนี เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ปี 1923 เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ยุคปี 60-70 และแม้กระทั่งพยายามที่จะถอนสหรัฐฯ ออกมาจากเวียดนาม แต่ทว่าเกิดขึ้นหลังจากมือคิสซิงเจอร์เปื้อนเลือดทำให้เกิดการเสียชีวิตเป็นจำนวนมากทั้งในกัมพูชา และลาวแล้ว

ถึงแม้คิสซิงเจอร์จะมีอายุมาก แต่เขายังคงเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลในวอชิงตันและในระดับนานาชาติ กลายเป็นโบรกเกอร์ทางอำนาจของวอชิงตันในฐานะรัฐบุรุษ และได้ให้คำปรึกษาแก่ทั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากทั้ง 2 ค่ายเดโมแครต และรีพับลิกันที่อาจจะไม่น่าเชื่อ เพราะพบว่า คิสซิงเจอร์ เคยให้คำที่ปรึกษาแก่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และอ้างอิงจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ แต่ทว่าเขายังไม่เคยได้รับเชิญมายังทำเนียบขาวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน โจ ไบเดน

รัสเซียให้การยกย่องคิสซิงเจอร์ที่เริ่มต้นทำหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในสมัยอดีตประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน จากพรรครีพับลิกันที่อื้อฉาวในคดีดักฟังวอเตอร์เกตส์

สปุตนิกนิวส์รายงานว่า คิสซิงเจอร์เติบโตมาจากการเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เป็นวายร้ายจอมวางแผนของวอชิงตัน แต่ในอายุครบ 100 ปีเขากลับโดดเด่นในฐานะนักสัจนิยมทางการเมือง Political Realist ที่ยิ่งใหญ่จากหลักการ “สัจนิยม” (Realism)

สื่อรัสเซียคิดว่า ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเป็นเช่นใด แต่ทว่าคิสซิงเจอร์ยังคงเรียกร้องยืนกรานว่า “รัสเซีย” สมควรถูกมองว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของสมการโลก และเรียกร้องว่าให้มีทางออกร่วมทางสันติภาพกับจีน

NBC News รายงานว่าถึงแม้ว่าอย่างไรก็ตามคิสซิงเจอร์ซึ่งเป็นที่รักในหมู่ชาวอเมริกันที่เคยได้รับรางวัลจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่ายเดโมแครต บารัค โอบามา แต่ทว่าคิสซิงเจอร์ ยังคงมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ทั้งตัวเขา และสหรัฐฯ ยังคงต้องรับผิดชอบในสมัยยุคสงครามเวียดนามที่เป็นสิ่งที่น่าขบขันที่เขาได้รับรางวัลโนเบิล สาขาสันติภาพ ในฐานะผู้สามารถทำให้สงครามเวียดนามสิ้นสุด

แต่ทว่าแท้จริงแล้ว คิสซิงเจอร์นั้นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทำให้ความขัดแย้งนั้นยังคงทอดยาวออกไปก่อนที่จะพยายามทำให้สหรัฐฯ ต้องถอนตัวออกมาจากเวียดนามเพราะโดนกดดันอย่างหนักจากการประท้วงทั้งในสหรัฐฯ และในต่างประเทศ

NBC News รายงานว่า คิสซิงเจอร์เป็นคนอยู่เบื้องหลังลับๆ ทำให้สงครามเลือดขยายจากเวียดนามไปกัมพูชา และลาว อ้างอิงจากรายงานที่เปิดเผยโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อปี 1973

The Intercept สื่อรายงานเชิงสอบสวนชื่อดังของสหรัฐฯ กล่าวว่า คิสซิงเจอร์เป็นผู้คุมนโยบายการต่างประเทศสหรัฐฯ ระหว่างยุค 60 ถึงยุค 70 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ปูพรมโจมตีทิ้งระเบิดกัมพูชาอย่างหนักระหว่างปี 1969-1973 คิสซิงเจอร์ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าสภาความมั่นคงสหรัฐฯ ในเวลานั้นเป็นผู้ที่ลงนามอนุมัติการโจมตีทิ้งระเบิดแต่ละครั้งในกัมพูชาระหว่างช่วงปีเหล่านั้นเป็นจำนวนทั้งหมด 3,875 ครั้ง และรวมไปถึงกระบวนการที่จะทำไม่ให้ข่าวเหล่านี้สามารถเล็ดลอดถูกรายงานในหน้าหนังสือพิมพ์ได้

NBC News รายงานว่า มีการบันทึกคำพูดของคิสซิงเจอร์ระหว่างสั่งการในการโจมตีทางอากาศเหนือกัมพูชาว่า “Any thing that flies on anything that moves” หรือ “ให้อะไรก็ได้ที่บินได้ไปหยุดอะไรก็ได้ที่กำลังเคลื่อนไหว”

The Intercept รายงานว่า การเปิดเผยใหม่ที่ทาง The Intercept ซึ่งรายงาน 4 วันก่อนครบรอบวันเกิด 100 ปีของเขา ระบุว่า ข้อมูลใหม่ที่ได้มาจากไฟล์เก่าของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ได้บันทึกไว้รวมไปถึงคำให้การจากพยาน และผู้รอดชีวิตชาวกัมพูชาไม่ต่ำกว่า 75 คน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนใกล้ชิดคิสซิงเจอร์ และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ทำให้เชื่อว่า ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ นั้นต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในกัมพูชาที่พบว่ามีการเสียชีวิตมากกว่าที่เคยมีการประมาณไว้ในอดีต

แต่อย่างไรก็ตาม ในรายงานของสื่อเชิงสอบสวนสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ตัวเลขรวมเสียชีวิตที่แน่นอนออกมาอย่างเปิดเผย แต่ทาง
สื่อได้อ้างคำพูดของ เบน เคียร์แนน (Ben Kiernan) อดีตผู้เชี่ยวชาญโครงการศึกษาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ประจำมหาวิทยาลัยเยลของสหรัฐฯ และอดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ด้านการโจมตีทางอากาศในกัมพูชาชี้ว่า คิสเซิงเจอร์มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเมืองในกัมพูชาสูงถึง 150,000 คน มากกว่าที่สหรัฐฯ เคยทำสมัยช่วง 20 ปีทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายหลังเหตุการณ์ 9/11 ในการโจมตีทางอากาศที่อิรัก อัฟกานิสถาน เยเมน ปากีสถาน และอื่นๆ

NBC News รายงานว่า ทั้งนี้ ฮิวแมนไรท์วอชของสหรัฐฯ เคยรายงานในปี 2001 ว่า สหรัฐฯ และเวียดนามใต้โจมตีทางอากาศภายใต้การควบคุมของคิสซิงเจอร์ ส่งผลทำให้พลเมืองลาวเสียชีวิตไปประมาณ 350,000 คน และชาวกัมพูชาเสียชีวิตอีก 600,000 คนด้วยกัน

ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะเป็นตัวการใหญ่ต่อการสูญเสียชีวิตมหาศาลและไม่เคยถูกขึ้นศาลไต่สวน คิสซิงเจอร์ไม่เคยแม้กระทั่งเอ่ยปากขออภัย The Intercept ชี้ว่า เป็นการกระทำการโจมตีกองกำลังเวียดนามเหนืออย่างชอบธรรมและตัวเองล้มเหลวในการมองเห็นถึงประเด็นทางศีลธรรมเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้

เขาโดนนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวออสเตรเลีย ปีเตอร์ ทัตเชลล์ (Peter Tatchell) ยื่นฟ้องเอาผิดคิสซิงเจอร์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่ทว่าคำขอหมายจับโดนปฏิเสธ โดยในการให้สัมภาษณ์ทางอีเมลแก่ The Intercept เขากล่าวว่า

“ผมรู้สึกประหลาดใจมากที่ไม่มีใครพยายามดำเนินคดีคิสซิงเจอร์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น ผมจึงลงมือเดินหน้าเอง” และเสริมต่อว่า เขาเชื่อมั่นว่าอายุไม่สมควรเป็นอุปสรรคต่อความยุติธรรม ซึ่งหลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการขอดำเนินคดีเอาผิดต่อคิสซิงเจอร์ ที่ทัตเชลล์ เมื่อครั้งเป็นวัยรุ่นได้รับผลกระทบอย่างมากต่อสงครามที่สหรัฐฯ ทำในภูมิภาคอินโดจีน เขาได้เดินหน้าต่อเพื่อติดต่อกับองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศสำหรับประเด็นนี้ แต่องค์กรเหล่านี้กล่าวต่อเขาว่า ยังไม่มีประเด็นสำคัญเร่งด่วน และทัตเชลล์ ไม่ประสบความสำเร็จในการติดต่อกับองค์กรฮิวแมนไรท์วอชของสหรัฐฯ อีกด้วย








กำลังโหลดความคิดเห็น