xs
xsm
sm
md
lg

เลขาธิการยูเอ็นหวั่นสงครามขยายวง โอกาสสันติภาพริบหรี่-ขัดแย้งลุกลาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์ – เลขาธิการยูเอ็นหวั่นแนวโน้มความขัดแย้งที่ลุกลามในยูเครนอาจนำไปสู่ “สงครามที่ขยายวงกว้างขึ้น” ชี้โลกเริ่มต้นศักราชใหม่พร้อมความท้าทายหลายอย่างแบบไม่เคยเป็นมาก่อน โดยนอกจากสงครามในยูเครนแล้ว เป้าหมายสำคัญอันดับแรกของเลขาธิการยูเอ็นคือ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และความยากจน

แอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยลำดับความสำคัญสำหรับปีนี้ระหว่างการปราศรัยต่อสมัชชาใหญ่ยูเอ็นเมื่อวันจันทร์ (6 ก.พ.) ซึ่งมีจุดมุ่งเน้นที่การรุกรานยูเครนของรัสเซีย วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และความยากจนแสนสาหัส โดยระบุว่า โลกเริ่มต้นปี 2023 ด้วยความท้าทายหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันแบบที่ไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต

กูเตอร์เรสตั้งข้อสังเกตว่า เดือนที่แล้วนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชั้นนำได้เลื่อน “นาฬิกาวันสิ้นโลก” เหลือเพียง 90 วินาทีก่อนเที่ยงคืนซึ่งหมายถึงวันสิ้นโลก และถือเป็นช่วงเวลาสั้นที่สุดในการส่งสัญญาณการทำลายล้างมนุษยชาติ

เลขาธิการยูเอ็นมองการปรับเวลาดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนให้เร่งรีบแก้ปัญหา โดยประเด็นเร่งด่วนที่สุดมีอาทิ สงครามในยูเครนที่ใกล้ครบรอบ 1 ปีปลายเดือนนี้ และกูเตอร์เรสระบุว่า แนวโน้มการสร้างสันติภาพลดลง แต่โอกาสที่ความขัดแย้งและการนองเลือดจะลุกลามมีมากขึ้น

“ผมกลัวว่า โลกอาจไม่ได้เดินละเมอเข้าสู่สงครามที่ขยายวงกว้างขึ้น แต่สถานการณ์นั้นจะเกิดขึ้นขณะที่เราลืมตาอยู่”

กูเตอร์เรสกล่าวถึงภัยคุกคามอื่นๆ ต่อสันติภาพตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ไปจนถึงอัฟกานิสถาน พม่า ซาเฮล และเฮติ

“ถ้าทุกประเทศปฏิบัติหน้าที่ของตนภายใต้กฎบัตรยูเอ็น สิทธิในสันติภาพจะได้รับการรับประกัน”

เขายังบอกอีกว่า ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแนวทางด้านสันติภาพด้วยการยึดมั่นกับกฎบัตร ซึ่งให้ความสำคัญกับสิทธิที่เท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นอันดับแรก

นอกจากนี้กูเตอร์เรสยังประณามการขาดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และการเอนเอียงเห็นแต่ประโยชน์ระยะสั้นของผู้มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองและธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่แค่ไร้ความรับผิดชอบอย่างร้ายแรงเท่านั้น แต่ยังไร้ศีลธรรมด้วย

เลขาธิการยูเอ็นเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินการโดยนึกถึงคนรุ่นหลัง และย้ำข้อเรียกร้องในการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกแบบถอนรากถอนโคน

เขาแจงว่า ระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกปัจจุบันมีข้อผิดพลาดเชิงพื้นฐานบางอย่างที่ทำให้ปัญหาความยากจนและหิวโหยรุนแรงขึ้น ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกว้างขึ้น และประเทศกำลังพัฒนามีภาระหนี้สิน และย้ำว่า ถ้าไม่มีการปฏิรูปขั้นพื้นฐาน ประเทศและคนที่รวยที่สุดจะยิ่งรวยขึ้น ปล่อยให้ชุมชนและประเทศทางใต้ยากจนลง

โครงการพัฒนาแห่งยูเอ็นประเมินว่า โลกถอยหลังไป 5 ปีในแง่การพัฒนามนุษย์ ซึ่งรวมถึงมาตรฐานด้านสาธารณสุข การศึกษา และการครองชีพ

กูเตอร์เรสสำทับว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเอ็นถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ซึ่งหมายถึงเป้าหมาย 17 ข้อที่กำหนดขึ้นในปี 2015 เพื่อลดความยากจน สร้างความมั่นคงด้านอาหารให้แก่ประชากรโลกทั้งหมด นำเสนอการเข้าถึงพลังงานสะอาดในราคาที่จ่ายได้ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า โลกยังมีโอกาสชุบชีวิตเป้าหมายเหล่านี้

การต่อสู้ภาวะโลกร้อนและความทะเยอทะยานด้านสภาพภูมิอากาศจะเป็นหัวใจสำคัญในการประชุมสุดยอดเดือนกันยายนที่กูเตอร์เรสเชิญผู้นำทั่วโลก ยกเว้นผู้นำที่ไม่พร้อมนำเสนอการเร่งรัดดำเนินการในทศวรรษนี้และฟื้นความทะเยอทะยานต่อแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์
กำลังโหลดความคิดเห็น