รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - ความหวังเริ่มเลือนรางออกไปในวันพุธ (21 ธ.ค.) ในการตามหาผู้รอดชีวิตจากเรือหลวงสุโขทัยล่มเมื่อคืนวันอาทิตย์ (18 ธ.ค) นอกชายฝั่งอ.บางสะพาน จ.ประจวบครีรีขันธ์ พบศพผู้เสียชีวิต 6 ราย และสามารถช่วยเหลือให้รอดชีวิตมาได้ 1 ราย จากกลุ่มทหารเรือทั้งหมดที่ยังคงสูญหาย
รอยเตอร์รายงานวันนี้ (21 ธ.ค.) ว่า เรือหลวงคอร์เวตต์สุโขทัย (HTMS Sukhothai) ที่เจอคลื่นสูง 4 เมตร พร้อมกับลมพัดแรงจัดระหว่างเจอกับพายุในคืนวันอาทิตย์ (18) มีลูกเรือทั้งหมด 105 นายขณะเกิดเหตุ
ซึ่งลูกเรือจำนวนมากจากทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือได้ในทันทีหลังเรือเกิดอับปางและจมลง แต่ยังมีทหารอีกหลายนายที่ต้องกระโดดลงทะเลทั้งๆ ที่ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพและสูญหายกลางทะเลที่มืดมิด ซึ่งสื่อภายในประเทศต่างรายงานว่า เสื้อชูชีพมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกเรือ
การค้นหายังคงดำเนินต่อท่ามกลางความหวังที่เลือนรางในวันพุธ (21) รอยเตอร์ชี้ว่ากองทัพเรือและกองทัพอากาศส่งเครื่องบิน 5 ลำ เฮลิคอปเตอร์อีก 6 ลำ พร้อมกับเรือรบไม่ต่ำกว่า 4 ลำติดตามค้นหาลูกเรือสุโขทัยที่สูญหาย
โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์พีบีเอสของไทยว่า “พวกเราคาดหวังว่าจะสามารถค้นหา (ผู้สูญหาย) ได้เพิ่มขึ้น..พวกเราไม่สามารถกล่าวได้ว่าคนเหล่านี้จะยังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่” พร้อมกับเสริมว่า สภาวะทางอากาศและทัศนวิสัยการมองเห็นดีขึ้นกว่าเดิม
รอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้สูญหายล่าสุดมีราว 23 คน โดยคนสุดท้ายที่ค้นพบห่างจากเวลาเกิดเหตุไปราว 41 ชั่วโมง
ในการแถลงยังเปิดเผยต่อว่า จุดที่เรือหลวงสุโขทัยล่มห่างจากชายฝั่งราว 20 ไมล์ทะเลและในวันพุธ (21) เจ้าหน้าที่ได้ขยายพื้นที่การค้นหาออกไปครอบคลุม 40 ตารางกิโลเมตร
ขณะที่กองทัพเรือแถลงผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ความพยายามค้นหาจะให้ความสนใจไปยังจุดที่มีการค้นพบลูกเรือคนอื่นๆ ก่อนหน้า
ด้านกัปตันเรือหลวงสุโขทัยเปิดใจว่า เขาอยู่ในทะเลเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะสามารถขึ้นบนแพยางก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบในวันจันทร์ (19)
ขณะที่มี 1 ในลูกเรือหลวงสุโขทัยต้องเกาะทุ่นลอยน้ำนานร่วม 10 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบตัวในสภาพที่ยังคงรู้สึกตัว
ครอบครัวทหารเรือเฝ้าติดตามข่าวการค้นหาที่ศูนย์กู้ภัยบนฝั่งแต่มีบางส่วนได้ร่ำไห้ออกมาเมื่อทีมกู้ภัยบินนำร่างลูกเรือที่เสียชีวิตกลับมาทางอากาศ
หนึ่งในญาติของผู้เสียชีวิต นวรัตน์ โพธ์บัติ (Nawarat Phobat) กล่าวเปิดใจว่า “ดิฉันต้องการให้พวกเขา (กองทัพเรือ) ดูแลทหารทั้งหมดให้เหมือนคนในครอบครัวตัวเอง ดิฉันไม่ต้องการเห็นการสูญเสียในเหตุการณ์เช่นนี้อีกครั้ง”
นอกเหนือจากนี้ มาลินี พุธพงศ์ (Malinee Pudphong) ป้าของหลานชายซึ่งเป็นลูกเรือที่เสียชีวิตแสดงความเห็นว่า เพิ่งคุยโทรศัพท์กับหลานก่อนเรือเกิดอับปาง และต้องตกใจมากเมื่อรู้ว่าหลานไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ “นี่เป็นร่างของคนอายุ 21 ปี” และเสริมต่อว่า “เขาไม่แข็งแกร่งเพียงพอ”
กองทัพเรือจะสอบสวนสาเหตุการอับปางและรายงานที่มีการเผยแพร่ออกไปว่าเสื้อชูชีพบนเรือรบมีจำนวนไม่เพียงพอ
รอยเตอร์กล่าวว่า นอกจากประเด็นเรื่องการค้นหาทหารเรือที่สูญหาย ได้มีความวิตกว่าเรือหลวงสุโขทัยที่เกิดล่มอาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลน้ำมันจากเรือลงสู่อ่าวไทยและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
อ้างอิงจากโฆษกกองทัพเรือพบว่า ได้มีการจับตาอย่างใกล้ชิดต่อพื้นที่เกิดเหตุ แต่ทว่ามาจนถึงเวลานี้ยังไม่มีการพบคราบน้ำมันออกมา


