xs
xsm
sm
md
lg

โลกอาลัย! ‘มิคาอิล กอร์บาชอฟ’ ผู้นำสหภาพโซเวียตคนสุดท้าย ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 91 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มิคาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) ผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียตซึ่งปิดฉาก “สงครามเย็น” ลงโดยปราศจากการสูญเสียเลือดเนื้อ ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อวันอังคาร (30 ส.ค.) ในวัย 91 ปี

กอร์บาชอฟ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 8 และคนสุดท้ายของโซเวียต ได้ทำสนธิสัญญาลดอาวุธกับสหรัฐฯ และจับมือเป็นหุ้นส่วนกับมหาอำนาจตะวันตกเพื่อสลาย “ม่านเหล็ก” ที่แบ่งแยกยุโรปมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วยให้เยอรมนีตะวันตกและตะวันออกกลับมารวมกันเป็นประเทศเดียว

อย่างไรก็ดี การปฏิรูปภายในประเทศในยุคของ กอร์บาชอฟ ก็มีส่วนทำให้สหภาพโซเวียตอ่อนแอลงจนถึงขั้น “ล่มสลาย” ในที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เรียกว่าเป็น “หายนะทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุด” ของโลกในศตวรรษที่ 20

โรงพยาบาลเซ็นทรัลคลินิก (Central Clinical Hospital) ในกรุงมอสโกระบุในถ้อยแถลงว่า “มิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อคืนนี้ หลังมีอาการป่วยหนักและเรื้อรังมานาน”

ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ระบุว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้แสดงความ “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อการจากไปของอดีตผู้นำคนสำคัญ และ “เตรียมจะส่งเทเลแกรมไปแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและเพื่อนฝูงของท่านในวันพรุ่งนี้”

สื่อรัสเซียเคยรายงานคำพูดของ ปูติน เมื่อปี 2018 ว่า เขาอยากจะนำสหภาพโซเวียต “กลับมารวมเป็นหนึ่ง” อีกครั้งหากสามารถทำได้

ผู้นำรัฐบาลทั่วโลกต่างส่งสาส์นไว้อาลัยต่อการจากไปของ กอร์บาชอฟ โดย อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า กอร์บาชอฟ ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 1990 "เป็นผู้เบิกทางให้ยุโรปก้าวสู่ยุคแห่งเสรี”  ขณะที่นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ ชี้ว่า “ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของ กอร์บาชอฟ ที่จะทำให้สหภาพโซเวียตกลายเป็นสังคมเปิด ยังคงแบบเป็นอย่างให้แก่พวกเราทุกคน”

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้กล่าวคำอาลัยต่อการจากไปของอดีตผู้นำโซเวียตรายนี้ โดยระบุว่า ตนเชื่อว่า “กลาสนอสต์ (glasnost) และเปเรสตรอยกา (perestroika) ซึ่งหมายถึง “ความเปิดกว้าง” และ “การปรับโครงสร้าง” ไม่ใช่แค่เพียงสโลแกน หากแต่เป็นหนทางที่ทำให้ชาวสหภาพโซเวียตก้าวเดินไปข้างหน้า หลังจากที่ถูกโดดเดี่ยวและกีดกันมานานหลายปี”

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวชื่นชม กอร์บาชอฟ ว่าเป็น “ผู้นำที่หาได้ยาก” ซึ่งมีส่วนทำให้โลกนี้ปลอดภัยขึ้น

“สิ่งเหล่านี้คือการกระทำของผู้นำที่หาได้ยาก ผู้ที่มีจินตนาการมองเห็นว่าอนาคตที่แตกต่างนั้นเป็นไปได้ และมีความกล้าหาญพอที่จะเอาอาชีพการงานทั้งหมดเข้าแลกเพื่อให้ได้มันมา”

“และผลที่ได้รับก็คือ โลกที่ปลอดภัยกว่าเดิม และเสรีภาพที่กว้างไกลยิ่งขึ้นสำหรับประชากรหลายล้านคน”

หลังจากความตึงเครียดและการเผชิญหน้าหลายสิบปีในยุคสงครามเย็น กอร์บาชอฟ ได้นำสหภาพโซเวียตเข้าใกล้ตะวันตกมากที่สุดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

“เขาได้มอบเสรีภาพให้แก่ประชากรหลายร้อยล้านคนทั้งในรัสเซียและดินแดนโดยรอบ รวมถึงครึ่งหนึ่งของยุโรป” กรีกอรี ยาฟลินสกี อดีตผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย ให้ความเห็น “มีผู้นำเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่มีอิทธิพลตัดสินความเป็นไปในยุคสมัยเช่นเขา”

กระนั้นก็ตาม มรดกที่ กอร์บาชอฟ ทิ้งไว้ให้แก่รัสเซียกลับพังทลายลงในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขา โดยเฉพาะหลังจากที่ ปูติน ส่งกองทัพรุกรานยูเครนในปีนี้ ซึ่งทำให้รัสเซียถูกชาติตะวันตกรุมคว่ำบาตรอย่างหนัก ขณะที่นักการเมืองทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มกลับมาพูดถึง “สงครามเย็น” ครั้งใหม่

“การจากไปของ กอร์บาชอฟ ในช่วงเวลานี้นับว่ามีนัยสำคัญ เพราะผลงานและเสรีภาพที่เขาทุ่มเททำมาทั้งชีวิตได้ถูกทำลายลงแล้วอย่างสิ้นเชิงโดย ปูติน” อันเดร โคเลสนิคอฟ นักวิจัยอาวุโสจากมูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ (Carnegie Endowment for International Peace) ระบุ

สำนักข่าวทาสส์รายงานว่า ร่างของอดีตผู้นำคนสุดท้ายของโซเวียตจะถูกนำไปประกอบพิธีฝังที่สุสานโนโวเดวิชี (Novodevichy Cemetery) เคียงข้างกับนาง “ไรซา” ภรรยาผู้ล่วงลับไปก่อนเมื่อปี 1999

ที่มา : รอยเตอร์












กำลังโหลดความคิดเห็น