เรือบรรทุกธัญพืชออกเดินทางจากท่าเรือเมืองโอเดสซา ของยูเครนแล้วเมื่อเช้าวันจันทร์ (1 ส.ค.) ตามข้อตกลงระหว่างเคียฟกับมอสโก ซึ่งมีตุรกีและสหประชาชาติเป็นคนกลาง ถือเป็นการขนส่งธัญพืชยูเครนเที่ยวแรกตั้งแต่ที่รัสเซียรุกรานและมีการปิดกั้นการเดินเรือผ่านทะเลดำเมื่อ 5 เดือนก่อน ขณะที่ก่อนหน้านั้นในวันอาทิตย์ (31 ก.ค.) เมืองมีโคลาอีฟ ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของยูเครนเช่นกัน ถูกถล่มโจมตีอย่างหนัก คร่าชีวิตนักธุรกิจชื่อดังภาคการเกษตรเสียชีวิตพร้อมภรรยา
การปิดกั้นการขนส่งอันเป็นผลจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน สองประเทศผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่สุดของโลก ทำให้ราคาอาหารโลกพุ่งทะยานและส่งผลกระทบอย่างหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเทศที่ยากจนที่สุด
อย่างไรก็ดี ในเดือนที่ผ่านมา ยูเครนกับรัสเซียมีการเจรจากัน และลงนามข้อตกลงส่งออกธัญพืชและปุ๋ยโดยมีตุรกีและยูเอ็น เป็นตัวกลางเพื่อผ่อนคลายวิกฤตอาหารโลก ภายใต้เป้าหมายในการช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดส่งธัญพืชอย่างปลอดภัยทั้งเข้าและออกจากเมืองโอเดสซา เมืองคอร์โนมอร์สก์ และท่าเรือพิฟเดนยีของยูเครน
กระทรวงกลาโหมตุรกีแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า เรือราโซนีที่บรรทุกข้าวโพดกว่า 26,000 เมตริกตัน ออกจากท่าเรือเมืองโอเดสซาของยูเครนแล้ว โดยคาดว่าจะถึงอิสตันบุลของตุรกีในวันอังคาร (2) และหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบโดยตัวแทนของรัสเซีย ยูเครน ยูเอ็น และตุรกี จะมุ่งหน้าสู่เมืองตริโปลีในเลบานอน ถือเป็นการส่งออกผ่านทะเลดำครั้งแรกในรอบ 5 เดือนนับจากที่รัสเซียบุกยูเครน
กระทรวงกลาโหมตุรกีสำทับว่า การจัดส่งนี้จะดำเนินต่อไปตราบที่ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะที่การส่งออกธัญพืชที่เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่สงครามยูเครนยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในภาคตะวันออกของยูเครน รัสเซียถล่มโจมตีเมืองบัคห์มุต เมืองสำคัญในแคว้นโดเนตสก์อย่างหนัก หลังจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เรียกร้องให้พลเรือนอพยพออกจากแนวรบในแคว้นนี้
บัคห์มุตที่เป็นฮับอุตสาหกรรมและการขนส่งสำคัญของยูเครนถูกโจมตีอย่างรุนแรงตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ขณะที่กองกำลังรัสเซียพยายามเข้ายึดแคว้นโดเนตสก์อย่างเบ็ดเสร็จ โดยที่เมืองนี้ยังเชื่อมต่อกับเมืองลีซีแชนสก์และซีวีโรโดเนตสก์ในแคว้นลูฮันสก์ที่รัสเซียครอบครองได้แล้วเกือบทั้งหมด
ขณะเดียวกัน โอเลคซานดร์ เซนคีวิช นายกเทศมนตรีเมืองมิโคลาอีฟแถลงเมื่อวันอาทิตย์ (31 ก.ค.) ว่า รัสเซียโจมตีด้วยขีปนาวุธกว่า 12 ลูก ซึ่งอาจเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5 เดือน ทำให้บ้านเรือนและโรงเรียนหลายแห่งเสียหาย อีกทั้งยังมีพลเรือนที่ได้รับการยืนยันว่า เสียชีวิต 2 คนคือ มหาเศรษฐีนักธุรกิจภาคเกษตรกรรม โอเลคซี วาดาตูร์สกี วัย 74 ปี และไรซา ภรรยา หลังจากถูกขีปนาวุธยิงใส่บ้านพัก
วาดาตูร์สกีเป็นเจ้าของนิบูลอน ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกธัญพืชรายใหญ่ และเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้รับรางวัล “วีรบุรุษแห่งยูเครน”
เซเลนสกียกย่องว่า วาดาตูร์สกี 1 ในมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของยูเครน ได้สร้างตลาดธัญพืชทันสมัย
ทั้งนี้ เมืองมิโคลาอีฟที่ถูกโจมตีบ่อยครั้ง เป็นเมืองที่อยู่ใกล้แนวรบทางภาคใต้ที่เคียฟกำลังใช้เปิดการโจมตีโต้กลับเพื่อชิงเมืองต่างๆ คืนจากรัสเซียมากที่สุด
นอกจากนั้น รัสเซียยังโจมตีเมืองคาร์คีฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนและอยู่ติดกับพรมแดนรัสเซีย โดยโอเลห์ ซีเนกูบอฟ ผู้ว่าการแคว้นนี้เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีพลเรือนบาดเจ็บ 2 คน
(ที่มา : รอยเตอร์, เอเอฟพี, เอพี)