รัฐบาลเกาหลีใต้สั่งยกระดับมาตรการอารักขาบุคคลสำคัญ รวมถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ซึ่งมีแผนจะไปร่วมขบวนพาเหรดไพรด์ LGBTQ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังได้รับบทเรียนจากเหตุลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน
สุดสัปดาห์ที่แล้ว มีชาวเกาหลีใต้กลุ่มเล็กๆ ไปรวมตัวประท้วงที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโซล หลังจาก ฟิลิป โกลด์เบิร์ก (Philip Goldberg) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้คนใหม่เดินทางมาเข้ารับตำแหน่ง โดยผู้ประท้วงกลุ่มนี้กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าเป็น “นักล่าอาณานิคมทางวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการรักร่วมเพศ” (homosexual cultural imperialism)
หน่วยอารักขาความปลอดภัยประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศยกระดับการอารักขาประธานาธิบดี ยุน ซุกยอล ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งให้ตำรวจประจำภูมิภาคต่างๆ เพิ่มมาตรการคุ้มกันบุคคลสำคัญ
“เรากำลังทบทวนระบบรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดี หลังจากที่เกิดเหตุลอบยิงคุณอาเบะ และจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อยกระดับการคุ้มกันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น” เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์
อาเบะ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น ถูกชายวัย 41 ปีใช้ปืนที่ประดิษฐ์เองจ่อยิงเข้าที่ลำคอและหน้าอกซ้ายจนเสียชีวิต ระหว่างกำลังยืนปราศรัยช่วยผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาในจังหวัดนาระ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นับเป็นเหตุการณ์อุกอาจที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เนื่องจากญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีสถิติอาชญากรรมจากอาวุธปืนต่ำมาก
ตำรวจเกาหลีใต้ยังเพิ่มมาตรการคุมเข้มก่อนถึงเทศกาล Seoul Queer Culture Festival ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์นี้ (16) โดยคาดว่าทูต โกลด์เบิร์ก และผู้แทนต่างประเทศคนอื่นๆ อาจจะไปร่วมงานด้วย
ทางตำรวจยอมรับว่า มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่คาดว่าจะจัดกิจกรรมชุมนุมในช่วงเวลาเดียวกัน
การรักร่วมเพศไม่ได้ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ และสังคมที่นั่นก็เข้าอกเข้าใจและเปิดรับกลุ่มคน LGBTQ มากขึ้นเรื่อยๆ แต่นักสิทธิมนุษยชนก็ยังเตือนว่า มีกลุ่มคน LGBTQ อีกไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อความเกลียดชังและถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในแง่ของ hate speech และโอกาสในการได้งานทำ
ความปลอดภัยของนักการทูตสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตำรวจกังวล เช่นเดียวกัน โดยย้อนไปเมื่อปี 2015 เคยมีชายถือมีดปอกผลไม้เดินเข้าไปกรีดหน้า มาร์ค ลิปเพิร์ต (Mark Lippert) ทูตสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้ในขณะนั้นมาแล้ว จนทำให้ใบหน้าของเขาเป็นแผลลึกต้องเย็บถึง 80 เข็ม
ต่อมาในปี 2019 ก็มีกลุ่มผู้ประท้วงราว 20 คนปีนกำแพงสถานทูตเข้าไปที่บริเวณบ้านพักของทูตสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการบุกรุกครั้งที่ 2 ในช่วงเวลาเพียงปีเศษ และทำให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ถึงกับออกมาวิจารณ์มาตรการคุ้มกันทูตของเกาหลีใต้ว่าหละหลวมเกินไป
ที่มา : รอยเตอร์


