xs
xsm
sm
md
lg

ฮือฮา! ขั้วการเมืองสายกลางมาครง “ชนะ” กลุ่มปีกซ้ายเมลองชงแบบเฉียดฉิวไปไม่ถึง 1% ในการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสรอบแรกวันอาทิตย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอยเตอร์/เอเอฟพี/เอเจนซีส์ - กลุ่มอองซอมเบลอ (Ensemble) การเมืองสายกลางของประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุแอล มาครง ชนะการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด 25.75% หลังคู่แข่งกลุ่มการเมืองปีกซ้าย นูแปส (NUPES - New Ecologic and Social People’s Union) ของฌอง-ลุค เมลองชง ผงาดขึ้นมาได้ไป 25.66% ล่าสุด วันจันทร์ (13 มิ.ย.) มาครงและพันธมิตรเริ่มต้นหาเสียงในสัปดาห์สุดท้ายก่อนผู้มีสิทธิจะตัดสินใจอีกครั้งสำหรับการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสรอบ 2 ในวันอาทิตย์หน้า (19 มิ.ย)

รอยเตอร์รายงานวันนี้ (14 มิ.ย.) ว่า ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุแอล มาครง ในวันอังคาร (14) ออกมาเรียกร้องประชาชนฝรั่งเศสให้สนับสนุนพรรคของเขาเพื่อให้มีเสียงข้างมากครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสรอบ 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ (19)

“จะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการเพิ่มความไร้เสถียรภาพฝรั่งเศสเข้ากับความไร้เสถียรภาพระหว่างประเทศ” มาครงกล่าวก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินเพื่อมุ่งหน้าไปเยี่ยมกองกำลังฝรั่งเศสในโรมาเนียวันนี้ (14) ก่อนที่เขาจะเดินทางต่อไปยังมอลโดวาในวันพุธ (15)

เกิดขึ้นหลังล่าสุดผู้นำฝรั่งเศส "เสี่ยง" ที่จะสูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภาฝรั่งเศสให้คู่แข่งการเมืองปีกซ้าย ฌอง-ลุค เมลองชง (Jean-Luc Melenchon) หลังผลการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสรอบแรกในวันอาทิตย์ (12) ออกมาพบว่า กลุ่มอองซอมเบลอ (Ensemble) การเมืองสายกลางของมาครงชนะ 25.75% ขณะที่นูแปส (NUPES - New Ecologic and Social People’s Union) ของเมลองชงได้ 25.66%

บีบีซี สื่ออังกฤษชี้ว่าการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสรอบ 2 มีเดิมพันด้วยเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า 289 ที่นั่ง จากจำนวนทั้งหมด 577 ที่นั่งในรัฐสภาแดนน้ำหอม แต่ผลการออกมาใช้สิทธิรอบแรกน่าผิดหวังเพราะมีประชาชนฝรั่งเศสออกมาใช้สิทธิเพียงแค่ 47.5% เท่านั้น

การออกมาใช้สิทธิต่ำสุดในรอบประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของฝรั่งเศสเกิดขึ้นท่ามกลางฝรั่งเศสต้องผจญกับคลื่นความร้อนระลอก 2 ที่เห็นกรุงปารีสมีสภาพอากาศร้อนราว 27 องศาเซเลเซียส

สื่ออังกฤษวิเคราะห์ว่า หากว่ามาครงซึ่งชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสสมัยที่ 2 เมื่อเมษายนที่ผ่านมา "ไม่สามารถครองเสียงข้างมาก" ในรัฐสภาฝรั่งเศสได้จริงจะสร้างความยากลำบากต่อเขาสำหรับการผลักดันแผนการปฏิรูป

มาครงมีเป้าหมายต้องการเพิ่มอายุการเกษียณอายุจากเดิม 62 ปีไปอยู่ที่ 65 ปี แต่ทว่าเมลองชง ต้องการลดอายุการเกษียณให้อยู่ที่ 60 ปี รวมไปถึงเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเพิ่มภาษีใหม่สำหรับกลุ่มคนรวย

บีบีซีกล่าวว่า เมลองชงมีเป้าหมายอย่างแน่วแน่ในการหยุดมาครงจากการชนะเลือกตั้งในการกวาดเสียงข้างมากในการเลือกตั้งรอบ 2 เอเอฟพีชี้ว่า หากเมลองชงต้องการเสียงเพิ่มต้องพยายามออกรณรงค์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะสำหรับผู้มีสิทธิที่ไม่ต้องการออกไปเลือกตั้ง

ด้านนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสหญิง เอลีซาแบ็ต บอร์น (Elisabeth Borne) เปิดเผยว่า รัฐบาลปารีสมีเวลาแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้นในการหว่านล้อมผู้มีสิทธิการเลือกตั้งเพื่อชนะให้ได้เสียงข้างมาก โดยเธอได้ชี้ไปถึงสงครามยูเครนที่มีรัสเซียเป็นผู้ก่อ

บอร์นย้ำว่า “เราไม่สามารถเสี่ยงต่อการไร้เสถียรภาพได้” และเสริมว่า “มีแต่เราเท่านั้นที่มีแผนการของการต่อเนื่องและความรับผิดชอบ”

บีบีซีรายงานว่า บอร์นเป็น 1 ใน 15 รัฐมนตรีฝรั่งเศสที่ชนะเลือกตั้งสามารถรักษาเก้าอี้ของตัวเองในรัฐบาลเพื่อทำหน้าที่ต่อไป แต่ทว่าสำหรับรัฐมนตรีคนอื่นๆ ของมาครง เอเอฟพีชี้ว่า เป็นต้นว่ารัฐมนตรีฝ่ายกิจการยุโรปของฝรั่งเศส เคลมองต์ โบน (Clement Beaune) รัฐมนตรีกระทรวงกระทรวงการเปลี่ยนผ่านทางนิเวศวิทยา (Ecology Transition) เอมิลี เดอ มองชาลัน (Amelie de Montchalin) หัวหน้าพรรคของมาครงซึ่งนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกระทรวงข้าราชการพลเรือนฝรั่งเศส (French Civil Service) สตานิสลาส เกรินี (Stanislas Guerini) นั้นล้วนเสี่ยงที่จะแพ้เลือกตั้งในวันอาทิตย์ (19)

เอเอฟพีรายงานว่า ทั้งนี้รัฐมนตรีที่แพ้เลือกตั้งต้องลาออกจากตำแหน่ง