xs
xsm
sm
md
lg

In Pics&Clip : อัปเดต!! ไฟไหม้โรงเก็บสารเคมีท่าเรือใหญ่บังกลาเทศมโหฬารข้ามวัน ยอดดับพุ่ง 49 รวม 7 นักดับเพลิง เจ็บกว่า 300 กองทัพส่งทหารช่วยป้องกันสารเคมีไหลออกมหาสมุทร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/รอยเตอร์/เอเอฟพี - เกิดเพลิงไหม้ครั้งมโหฬารที่โรงเก็บสารเคมีภายในท่าเรือจิตตะกองของบังกลาเทศคืนวันเสาร์ (4 มิ.ย.) แต่ไฟยังไหม้ข้ามวันมาจนถึงวันนี้ (5 มิ.ย.) ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายทำให้ผู้เสียชีวิตไปแล้ว 49 คน คาดตัวเลขน่าจะสูงขึ้น และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน กองทัพบังกลาเทศส่งทหาร 250 นายเข้าสนับสนุนควบคุมสถานการณ์

CNA สื่อสิงคโปร์รายงานวันนี้ (5 มิ.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่บังกลาเทศชี้ว่า สถานการณ์ไฟไหม้ที่โรงเก็บสารเคมีท่าเรือจิตตะกอง (Chattogram) ซึ่งเป็นท่าเรือหลักยังคงร้ายแรงที่มีการคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะสูงกว่า 38 คน และมีจำนวนผู้บาดเจ็บอีกกว่า 300 รายโดยบางส่วนอยู่ในขั้นร้ายแรง

แต่ล่าสุดเอเอฟพีปรับยอดผู้เสียชีวิตวันนี้ (5) ที่ 49 คนแล้ว จากเดิม 38 ราย เอเลียส ชอว์ดูรี (Elias Chowdhury) หัวหน้าแพทย์ประจำภูมิภาคเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 49 คน แต่คาดว่าน่าจะสูงขึ้น

"ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานอยู่" และกล่าวต่อว่า "มีผู้สูญหายรวมไปถึงนักข่าวไม่กี่คนที่กำลังรายงานสดผ่านทางเฟซบุ๊ก" เขากล่าว

คลังขนาดมโหฬารที่ตั้งอยู่ที่เขตสิตากุนทะ (Sitakunda) นั้นมีตู้คอนเทนเนอร์เก็บอยู่รวมไม่ต่ำกว่า 4,000 ตู้ ซึ่งส่วนมากเป็นสินค้าเสื้อผ้าและผ้าสิ่งทอเพื่อเตรียมส่งไปยังจุดหมายปลายทางยังร้านชื่อดังของบรรดาชาติตะวันตก

อาสาสมัครบังกลาเทศบางส่วนที่สวมแค่รองเท้าแตะฟองน้ำนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาพร้อมกับเปิดเผยว่า ยังมีศพที่เหลืออีกอยู่ด้านใน โดยหนึ่งในกู้ภัยได้เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ยังคงมีร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่เกิดไฟไหม้ ผมเห็นกับตาว่ามีราว 7 ศพหรือ 10 ศพที่ยังตกข้างอยู่ด้านใน

ส่วนผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการดับเพลิงบังกลาเทศ รีอาซุล การิม (Reazul Karim) แสดงความเห็นอย่างเศร้าสลดถึงการสูญเสียกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงบังกลาเทศในคราวเดียวกันว่า มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่ต่ำกว่า 7 คนเสียชีวิต และอีก 4 คนสูญหาย

รอยเตอร์รายงานว่า เพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงเริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่คืนวันเสาร์ (4) ที่เขตสิตากุนทะ 40 กิโลเมตรห่างจากท่าเรือจิตตะกอง มีการระเบิดครั้งใหญ่และตู้คอนเทนเนอร์หลายตู้เกิดระเบิดตามมาหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กล่าว

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบังกลาเทศยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะดับเพลิงไหม้ที่กำลังไหม้มาจนถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (5) ขณะที่ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสารเคมีด้านในยังคงเกิดระเบิดอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าว

การระเบิดครั้งร้ายแรงเขย่าไปทั่วทั้งย่านใกล้เคียงและทำให้กระจกหน้าต่างของอาคารที่อยู่ในบริเวณแตกกระจาย ประชาชนในพื้นที่เปิดเผย

เอเอฟพีรายงานว่า หนึ่งในประชาชนที่เห็นเหตุการณ์เจ้าของร้านขายของชำวัย 60 ปี โมฮัมหมัด อาลี (Mohammad Ali) เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "ถังแก๊สปลิวไกลราวครึ่งกิโลเมตรจากจุดไฟไหม้มายังสระน้ำเล็กๆ ของพวกเราขณะที่การระเบิดเกิดขึ้น" และเสริมต่อว่า "การระเบิดทำให้เกิดลูกไฟพุ่งสู่ฟ้า ลูกไฟเหล่านี้ตกลงมาจากฟ้าเหมือนห่าฝน พวกเราต่างกลัวมากและได้ออกจากบ้านเพื่อไปหาที่หลบภัยในทันที...พวกเราคิดว่าไฟอาจไหม้ลามมาถึงพื้นที่ของพวกเราที่มีการอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น"

ขณะที่นักขับรถบรรทุกอีกรายกล่าวกับเอเอฟพีว่า การระเบิดโยนเขาไปไกลถึง 10 เมตรและทั้งมือและเท้าถูกไฟลวกบาดเจ็บ

สื่อสิงคโปร์รายงานว่า มูจิเบอร์ ราห์มาน (Mujibur Rahman) ผู้อำนวยการโกดังบีเอ็ม คอนเทนเนอร์ (BM Container Depot) ซึ่งเป็นบริษัทผู้บริหารโรงเก็บแห่งนี้และมีพนักงานทำงานทั้งหมดราว 600 คน กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงนี้

คลังพักสินค้าแห่งนี้เป็นที่เก็บสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ผู้อำนวยการดับเพลิงบังกลาเทศ มาอิน อุดดิน (Main Uddin ) กล่าวพร้อมกับยอมรับกับนักข่าวว่า ในเวลานี้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจบังกลาเทศ โมฮัมหมัด อลาอุดดิน (Mohammad Alauddin) ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีเบื้องต้นในวันอาทิตย์ (5) ว่า ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 38 คน ส่วนผู้บัญชาการตำรวจภูมิภาคจิตตะกอง อันวาร์ โฮสเซน (Anwar Hossain) เปิดเผยกับเอเอฟพีเช่นกันว่า มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่ต่ำกว่า 40 คน และตำรวจ 10 นายได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ และในจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 5 คนรวมอยู่ในนั้น

พร้อมกันนี้ โฮสเซนยังยืนยันว่า คาดว่าตัวเลขผู้สูญเสียน่าจะเพิ่มสูงขึ้นเพราะมีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่งอยู่ในอาการขั้นวิกฤต

เอเอฟพีรายงานว่า กองทัพบังกลาเทศส่งกำลังทหารจำนวน 250 นายเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ด้วยการขนกระสอบทรายขวางกั้นสารเคมีไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดีย


























กำลังโหลดความคิดเห็น