ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าจะต้องพบหายนะขั้นสุดของชีวิต เมื่อ คาร์เมน ซานเชซ คุณแม่ชาวเม็กซิกันตัดสินใจเด็ดขาด ลาจากอดีตแฟนสายโหด ที่คอยแต่ทำร้ายและเหยียดหยามเธออยู่เสมอ ปรากฏว่าหมอนั่นก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะแก้แค้นเล่นงานเธอด้วยการสาดน้ำกรดให้หมดอนาคต ผลที่เกิดขึ้นคือ แม้จะรอดตายหลังถูกพิษกัดกร่อนรุนแรง หลอมหนัง เนื้อ และกระดูก มาได้ แต่ใบหน้าและร่างกายก็เต็มไปด้วยแผลเป็นแผงใหญ่ๆ แลดูน่าสยดสยอง
ดวงใจของคุณแม่คาร์เมนเต็มไปด้วยความรวดร้าวเจ็บปวด แต่พลังจิตเปี่ยมเมตตาของเธอยิ่งใหญ่เหลือเกิน เธอพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เธอลุกขึ้นก้าวออกจากฝันร้าย มาทำโครงการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทุกข์ที่ตกเป็นเหยื่อน้ำกรดแห่งการแก้แค้นแบบเดียวกับตัวเธอ ให้สร้างชีวิตของตนเองขึ้นมาใหม่ และปรากฏว่ากิจกรรมเมตตานี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัดเยียวยาตัวเธอเองด้วย
คุณแม่คาร์เมนอยู่ในวัยเพียง 29 กะรัต ณ ปีที่ถูกผู้ชายจิตวิปริตแก้แค้น ตลอดห้วงเวลา 8 ปีที่ชีวิตของเธอพลิกโฉมไปตลอดกาล เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดรวมทั้งสิ้น 61 ครั้ง ซึ่งรวมถึงกระบวนการนำเอาผิวหนังจากส่วนอื่นๆ ของร่างกายมาปลูกถ่ายทดแทนผิวหนังที่ได้รับความเสียหายจากฤทธิ์หลอมละลายของน้ำกรด ในวันนี้ที่ฝันร้ายยังหลอนใจ แม้จะลดน้อยลง เธอดำรงชีวิตมาถึงหลักหมายที่ 37 กะรัตแล้ว
“ทุกๆ วัน ดิฉันต้องประคับประคองตัวเองอย่างที่สุดค่ะ เพื่อจะสามารถอดทนเข้ารับการรักษาให้ตลอดรอดฝั่งได้ ดิฉันไม่รู้หรอกว่าถ้าปล่อยเวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง ดิฉันจะยังสามารถทนทานกับการรักษาให้สมบูรณ์ได้ไหวไหม” คุณแม่ชาวเม็กซิกันกล่าว ขณะคุยกับนักข่าว โดยเธอสวมแว่นตาเลนส์ดำเพื่อปกปิดร่องรอยของการถูกสาดน้ำกรด
“เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุอย่างแน่นอนค่ะ ดิฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้ายอย่างนี้ มันวางแผนทำขึ้นมาค่ะ ไปหาซื้อน้ำกรดแล้วก็เอามาปาใส่ดิฉัน เมื่อดิฉันมองดูตัวเองในกระจก ดิฉันก็มองเห็นมัน” คุณแม่คาร์เมนกล่าว
มูลนิธิคาร์เมน ซานเชส ของเธอ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2021 ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะ “ยุติการใช้ความรุนแรงด้วยน้ำกรด” มีความเชื่อว่าการให้ความเป็นเพื่อนและมิตรไมตรี คือสิ่งสำคัญอย่างที่สุดสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อถูกทำร้ายเช่นนี้
ความยากลำบากต่างๆ ที่มูลนิธิคาร์เมนฯ ต้องเผชิญในการดำเนินงานนั้นเยอะทีเดียว สำหรับเรื่องหนักๆ ก็ได้แก่ การรับมือกับระบบสาธารณสุขที่ให้หลักประกันเพียงแก่การบำบัดรักษาอย่างจำกัดจำเขี่ยแก่ผู้ตกเป็นเหยื่อ ขณะที่ระบบยุติธรรมช่างเต็มไปด้วยช่องโหว่ซึ่งเอื้อให้ผู้กระทำผิดได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับโทษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงความเห็นว่าคนโหดเหี้ยมผู้ทรงอิทธิพล มีอาการป่วยทางจิต จึงให้เข้าบำบัดให้เรียบร้อยก่อน และแล้วหมอนั่นก็หลบหนีคดีไปลอยนวลในต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของความไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินการลากจอมวายร้ายมาลงโทษอีกต่างหาก คุณแม่คาร์เมนกล่าว
ปัญหาความรุนแรงที่ผู้ชายไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน บุกเข้าทำร้ายฆ่าฟันผู้หญิงเพื่อแก้แค้นให้สมกับความเดือดดาล ถือเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งในเม็กซิโก ทั้งนี้ มีบันทึกคดีฆาตกรรมผู้หญิงจำนวนประมาณ 3,750 รายในปี 2021 ซึ่งประมาณ 1,000 รายถูกสังหารสืบเนื่องจากความเกลียดชังในความเป็นผู้หญิงของเธอ (femicide)
มูลนิธิคาร์เมนฯ มีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับคดีการใช้น้ำกรดโจมตีเล่นงานผู้หญิง 31 รายนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา ในจำนวนนี้ มีถึง 6 คนที่เสียชีวิตเพราะพิษบาดแผลรุนแรงสาหัส
แต่อาชญากรรมลักษณะนี้อยู่ในทิศทางขาขึ้น ตัวเลขขยับเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนถึง 7 รายในปี 2021 ปีเดียว สถิตินี้ถือว่าน่าตกใจเมื่อเปรียบเทียบกับยอดเฉลี่ยที่อัตราปีละ 2 รายในห้วงหลายปีก่อนๆ ทั้งนี้ เป็นตัวเลขตามข้อมูลของมูลนิธิคาร์เมนฯ มูลนิธิเพื่อนผู้เคราะห์ร้ายซึ่งมีเป้าหมายข้อหนึ่งที่กำหนดกันไว้ว่า ช่วยเหลือให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายสามารถกลับมาชื่นชมกับชีวิตได้บ้าง
“ก็แค่ว่า ในช่วงขณะที่ว่างๆ สบายๆ ในการเฉลิมฉลองวันครบรอบสำคัญๆ พวกเขามีเพื่อนที่จะนัดหมายออกไปหาอะไรอร่อยๆ ทานด้วยกัน หรืออาจจะเพียงแค่ได้พูดคุยโทรศัพท์ได้มุ้งมิ้งบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นความชื่นใจพื้นฐานทีเดียวที่จะคอยประคับประคองให้สามารถยืนหยัดสู้ชีวิตต่อไป” ซีเมนา คานเซโก ประธานร่วมของมูลนิธิคาร์เมนฯ บอกกับเอเอฟพีอย่างนั้น
“จดจำเอาไว้จนวันตาย”
คุณแม่คาร์เมน คุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวผู้มีลูกสาวต้องเลี้ยงดู 2 คน เคยแจ้งความเรื่องถูกอดีตแฟนทำร้ายและเหยียดหยามมาแล้ว 3 ครั้ง แต่หมอนั่นก็หลุดรอดได้เสมอ ไม่เคยถูกลงโทษอะไร และแล้วผู้ชายใจเหี้ยมเกรียมเอาแต่ใจเห็นแก่ตัว ก็หวนไปสาดน้ำกรดใส่ใบหน้าเธอในปี 2014 หลังจากที่เธอก้าวออกมาจากเขา
“มันบอกดิฉันว่า มันจะทำสิ่งที่ดิฉันจะต้องจดจำไปจนวันตาย” เธอเล่า
คุณแม่คาร์เมนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งได้เพียง 8 เดือน หลังจากนั้นเธอต้องไปพึ่งพิงอาศัยพวกคุณหมอในภาคเอกชนซึ่งบำบัดรักษาให้เหยื่อน้ำกรดโดยไม่คิดค่าบริการ
ที่โรงพยาบาลของรัฐ “พวกเขาบอกดิฉันว่า ดิฉันสามารถที่จะอยู่กับรอยแผลเป็นต่างๆ ได้แล้ว” พร้อมกับแนะนำว่า “ให้รู้สึกขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่” คุณแม่คาร์เมนเล่าอย่างนั้น
หลังจากทางตำรวจล้มเหลวไม่สามารถจับกุมอดีตแฟนตัวแสบของเธอได้เสียที ซานเชสลงมือติดตามสืบสาวร่องรอยของเขาด้วยตัวเธอเอง ในที่สุดผู้ชายวายร้ายคนนั้นถูกจับกุมตัวในปี 2021
“ดิฉันนี่แหละค่ะคือคนที่ทำเรื่องนี้ทั้งหมดเลย” เธอกล่าว
ยาซมิน วัย 34 กะรัต เป็นหนึ่งในผู้หญิงจำนวน 8 คนซึ่งมูลนิธิคาร์เมน ซานเชส ช่วยเหลือด้วยการจัดหาทั้งการรักษาทางการแพทย์ การให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย และการบำบัดทางจิตวิทยา ทุกสิ่งอย่างทั้งหมดนี้ มอบให้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
เมื่อประมาณ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ตอนที่เธอเดินออกจากสำนักงาน ผู้หญิงที่ไหนไม่ทราบมาดักสาดของเหลวอย่างหนึ่งใส่เธอ ทำให้เธอช็อกด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
ยาซมิน สูญเสียหูไปข้างหนึ่ง และบาดเจ็บสาหัสจากพิษน้ำกรดที่ไหม้ใส่เปลือกตา คอ ขาทั้งสอง และแขนอีกข้างหนึ่ง
เธอมั่นใจว่า อดีตแฟนของเธอส่งให้หญิงคนนั้นมาดักทำร้ายตัวเธอ
“ก่อนหน้านั้นหลายวัน เราทะเลาะกันทางโทรศัพท์ แล้วเขาก็ขู่ดิฉันว่าให้ระวังตัวให้ดีเถอะ เพราะเขาเตรียมการบางอย่างที่จะทำให้ดิฉันต้องเซอร์ไพรซ์” ยาซมิน เล่า โดยขอไม่ให้ใส่ชื่อเต็มๆ ของเธอ
“สาดน้ำกรดล้างแค้น - ปัญหาระดับโลก”
ยาซมิน เก็บเงียบไม่ได้เล่าให้ใครฟังเรื่องความสัมพันธ์กันแฟนที่เต็มไปด้วยความรุนแรงมาเป็นปีๆ ก่อนที่เธอจะถูกทำร้ายสุดโหด แต่มาถึงตอนนี้เธอรู้สึกว่าได้รับการปลดปล่อยจนเป็นอิสระทางความคิดแล้ว ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางมูลนิธิ
“เราไม่ได้ถูกวิจารณ์วิเคราะห์ชี้ถูกชี้ผิดเลยค่ะ พวกเขา (เพื่อนๆ ชาวมูลนิธิคาร์เมนฯ) ไม่ได้พูดว่า ‘ไอ้นั่นมันทำร้ายคุณเพราะมันมีเหตุนะ’ แต่เรารู้สึกว่าได้รับความคุ้มครอง ดิฉันเคยคิดว่าดิฉันเป็นคนโชคร้ายเพียงเดียวในโลก แต่ดิฉันมาเจอว่า มันไม่ใช่อย่างงั้นเลยนะคะ มันเป็นปัญหาระดับโลกทีเดียว” ยาซมิน บอก
ในบรรดาประเทศอื่นๆ ที่เผชิญกับปัญหาลักษณะนี้ อินเดียคือชาติที่มีรายงานว่าเกิดการทำร้ายกันด้วยการสาดน้ำกรด มากมายถึงปีละหลายร้อยราย ถึงแม้พวกผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขที่รู้กันนี้เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ทั้งนี้ ประเทศอื่นๆ อย่างเม็กซิโก ก็น่าจะเข้าข่ายเดียวกัน
โคลอมเบีย มีกฎหมายตราออกมาอย่างเจาะจงเลยว่า อาชญากรรมประเภทสาดน้ำกรดมีระวางโทษสูงสุดเป็นขั้นจำคุก 50 ปี โดยเมื่อปี 2021 มีการแจ้งความฟ้องร้องในคดีสาดน้ำกรดมหาศาลถึง 50 ราย โดยที่ 28 รายเป็นกรณีมุ่งเล่นงานเหยื่อที่เป็นหญิง ทั้งนี้เป็นข้อมูลตัวเลขของทางการ
สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อ
แผ่นดินอันได้ชื่อว่าเป็นถิ่นหนึ่งของโลกซึ่งมีพัฒนาการด้านอารยธรรมเก่าแก่ คือ สหราชอาณาจักร มีสถิติการทำร้ายกันด้วยน้ำกรดสูงอย่างคาดไม่ถึง ด้วยอัตราถัวเฉลี่ยต่อจำนวนประชากรอยู่ในระดับสูงที่สุดรายหนึ่งของโลก แต่ส่วนใหญ่มิใช่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง หากแต่เป็นคดีเกี่ยวข้องกับพวกแก๊งอาชญากร โดยเป้าหมายที่ถูกเล่นงานมักจะเป็นชาย ทั้งนี้ เป็นข้อมูลขององค์การการกุศล “กองทุนนานาชาติเพื่อผู้รอดชีวิตจากน้ำกรด” Acid Survivors Trust International (ASTI)
เฉพาะที่สถิติของกรุงลอนดอนก็น่าตกใจทีเดียว ตำรวจนครบาลแห่งลอนดอนให้ตัวเลขว่า ปี 2017 เป็นปีที่น่าสยดสยองที่สุด โดยมีการทำร้ายกันด้วยน้ำกรดมหาศาลถึง 465 คดี สูงขึ้นจากสถิติ 395 คดีเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้า ทั้งนี้ บีบีซีเคยเสนอรายงานไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2017 ว่ายอดจำนวนคดีการทำร้ายกันด้วยสารมีฤทธิ์กัดกร่อนในอังกฤษทะยานขึ้นมากกว่า 100% จากเมื่อปี 2012 ด้านไทม์แมกกาซีนรายงานถึงต้นเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้คนร้ายนำน้ำกรดสาดใส่เหยื่อ ได้แก่ แก๊งอาชญากร การแก้แค้น และการใช้ความรุนแรงในครัวเรือน
กรณีตัวอย่างของการสาดน้ำกรดแก้แค้นกันในอังกฤษที่ฮือฮามากเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2017 เมื่อหนุ่มอาร์เธอร์ คอลลินส์ แฟนเก่าของเฟิร์น แมคแคน บุกไนท์คลับย่านลอนดอนซีกตะวันออก และสาดน้ำกรดหมายจะแก้แค้นแฟนสาว การณ์กลับกลายเป็นว่าเหตุการณ์บานปลายเป็นสถานการณ์โกลาหล เพราะนักเที่ยวกว่า 600 รายแตกตื่นกันหนีออกมาข้างนอก ลงเอยด้วยการที่นักเที่ยวจำนวน 22 รายได้รับเคราะห์บาดเจ็บกันไปด้วย ส่วนหนุ่มอาร์เธอร์จอมโหดถูกจับกุมลงโทษจำคุก 20 ปี
ในการนี้ หลายประเทศวิเคราะห์ว่าคดีสาดน้ำกรดทำร้ายกันเกิดขึ้นมากมาย เพราะผู้คนสามารถหาซื้อบรรดาสารมีฤทธิ์กัดกร่อนไปทำอาชญากรรมได้ง่ายเหลือเกิน ดังนั้น จึงมีความพยายามป้องกันปัญหาด้วยกฎหมายจำกัดการครอบครองและซื้อขายสารมีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งในบางประเทศพบว่ายอดคดีสาดน้ำกรดลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด
“เหยื่อเหมาเข่ง” - สาดลูกไม่ได้ สาดใส่แม่ก็ยังดี
มาร์ธา อาบิลา วัย 63 กะรัต เรียกตัวเองว่า เป็น “เหยื่อเหมาเข่ง” - สาดลูกไม่ได้ สาดใส่แม่ก็ยังดี ของความรุนแรงจากการทำร้ายกันด้วยน้ำกรดในเม็กซิโก
เมื่อเดือนมีนาคม 2017 มาร์ธาถูกทำร้ายโดยฝีมือของชายอาร์เจนตินาที่เป็นอดีตสามีของลูกสาวเธอ
“เขามาที่บ้าน จะมาทำร้ายลูกสาวดิฉัน แต่พอเขาหาตัวลูกไม่เจอ เขาก็ดิ่งเข้ามาคุกคามดิฉัน บอกว่า เขาจะทำลายสิ่งที่ลูกรักมากที่สุด” มาร์ธาเล่าเหตุการณ์วันที่ถูกสาดน้ำกรด
ถึงแม้ได้รับบาดเจ็บทุกข์ทรมานจากการที่ร่างกายเกือบครึ่งตัว ไหม้พองเพราะพิษน้ำกรด แต่ มาร์ธา ก็ดีใจที่เธอคือผู้ตกเป็นเหยื่อ ไม่ใช่ลูกสาวของเธอ
“ดิฉันคิดฝันไม่ออกเลยจริงๆ ว่า มันจะเป็นยังไงถ้าชีวิตของคนๆ หนึ่งถูกทำลายตั้งแต่อายุยังสาวขนาดนั้น และที่สำคัญก็คือ ถ้าหากผู้ที่ทำลายชีวิตแม่คือผู้ที่เป็นพ่อนั่นเอง” เธอกล่าว
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: เอเอฟพี บีบีซี ไทม์แมกกาซีน คอมมอนส์วิกิมีเดีย มีเดียฟาร์สนิวส์)


