เอเจนซีส์ - อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ (19 ธ.ค.) กลางเวทีสัมภาษณ์ในรายการนักจัดชื่อดัง บิล โอ'ไรลลีย์ ที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ถูกกลุ่มสาวกที่เข้าชมรายการโห่เสียงดัง หลังทรัมป์ยอมรับกลางเวทีว่าเขาได้เข้ารับวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นแล้ว
CNN สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อวานนี้ (21 ธ.ค.) ว่า ในคลิปของอดีตผู้จัดชื่อดังฟ็อกซ์นิวส์ บิล โอ’ไรลลีย์ (Bill O’Reilly)ในรายการไม่มีข่าวปั่น(No Spin News) ที่เป็นรายการสัมภาษณ์อดีตผู้นำสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เมื่อวันอาทิตย์ (19 ) พบว่า ทรัมป์ถูกผู้ชมที่เข้าร่วมรับชมโห่เสียงดังหลังเขาตอบคำถามยอมรับว่า ได้เข้ารับวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นแล้ว
ในคลิปพบว่าโอ’ไรลลีย์ กล่าวว่า “ทั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผมต่างฉีดวัคซีนแล้ว” และกล่าวต่อว่า “แล้วคุณได้รับเข็มกระตุ้นหรือยัง” ทำให้ทรัมป์ตอบกลับมาว่า “ใช่” ทำให้มีเสียงโห่ดังขึ้นมาจากบรรดาสาวกของเขาที่กำลังนั่งชมจากด้านล่างทันทีและอดีตผู้นำสหรัฐฯ ประกาศออกมาว่า “ไม่ ไม่ ไม่ ไม่” เพื่อพยายามเงียบเสียงโห่เหล่านั้น และเขากล่าวต่อว่า “ไม่เป็นไร เพราะมีแค่คนเพียงหยิบมือเท่านั้น”
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่เขาจะได้รับเสียงโห่พบว่าทรัมป์ได้กล่าวกับไรลลีย์ถึงเครดิตที่อดีตรัฐบาลสหรัฐฯ สมัยเขาได้ทำไว้ด้วยการเร่งสร้างวัคซีนโควิด-19 ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในโลก และสิ่งนี้สามารถช่วยชีวิตคนเป็นจำนวนมากได้
“ดูนะพวกเราได้ทำสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ พวกเราสามารถช่วยชีวิตคนจำนวนหลายหมื่นล้านทั่วโลก พวกเราร่วมกันไม่ใช่แค่ตัวผมเพียงคนเดียว” ทรัมป์ กล่าว
ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันว่าโรคโควิด-19 จะคร่าชีวิตในสหรัฐฯ เป็นจำนวนมากกว่าที่เกิดขึ้นในเวลานี้หากว่าวัคซีนไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมา ซึ่งอดีตผู้นำสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้สาวกออกมารับวัคซีนโควิด-19 และยินดีต่อเครดิตที่พวกเขาในฐานะรีพับลิกันทำให้มีการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 และเตือนว่ากำลังจะเข้าทางฝ่ายตรงกันข้ามหากว่าคนเหล่านี้ยังคงปฏิเสธวัคซีน
ซึ่งในการให้สัมภาษณ์บนเวทีเมืองดัลลัส ทรัมป์ ยังคงยืนยันว่าการให้ภูมิคุ้มกันโควิด-19 ทางวัคซีนไม่สมควรที่จะเป็นการออกกฎบังคับ
การออกมาเปิดเผยของทรัมป์ทำให้เกิดความชื่นชมจากทั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันจากพรรคเดโมแครต โจ ไบเดน และหมอใหญ่ทำเนียบขาว ดร.แอนโทนี เฟาซี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์ โดยเฟาซีกล่าวแสดงความเห็นกับสถานีโทรทัศน์ CNN ในเช้าวันอังคาร(21) ว่า “ผมรู้สึกยินดีที่เขากล่าวเช่นนั้นและออกมาทางสาธารณะยอมเปิดเผยว่าเขาได้รับทั้งวัคซีนโควิด-19 และวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว” เฟาซี ยังชี้แนะว่า ไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจเสียงโห่ที่แสดงความไม่เห็นด้วย ซึ่งเสียงโห่เหล่านี้เป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่าประเด็นความขัดแย้งทางสาธารณสุขนี้มีความแตกแยกเป็นอย่างมาก แต่ควรให้ความใส่ใจในประเด็นหลักการทางสุขภาพสาธารณะเท่านั้น”
CNN ชี้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อดีตผู้นำสหรัฐฯ ได้รับเสียงโห่เมื่อเขากล่าวไปถึงวัคซีนโควิด-19 เพราะเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา ในงานหนึ่งที่รัฐแอละแบมา เขากล่าวว่า “ผมเชื่อมั่นอย่างที่สุดในเสรีภาพของพวกคุณ พวกคุณทำสิ่งในสิ่งที่พวกคุณต้องทำ แต่ผมแนะนำให้เข้ารับวัคซีน ผมรับแล้วและมันดีมาก ขอให้ออกไปรับวัคซีน”
และทำให้มีเสียงผู้ชมในงานส่งเสียงโห่ออกมาทันที และดูเหมือนทรัมป์จะรับรู้เสียงโห่ขับไล่เหล่านั้น และชี้แจงว่า “ไม่ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” และกล่าวว่า “คุณมีเสรีภาพของพวกคุณแต่ผมบังเอิญที่ได้รับวัคซีนซึ่งหากว่ามันไม่ได้ผลพวกคุณจะเป็นคนแรกที่ได้รู้ ตกลงไหม?”
ทรัมป์ กลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ รายแรกที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ในระหว่างที่เขาอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งอ้างอิงจากศูนย์ควบคุมและการป้องกันโรคสหรัฐฯ CDC พบว่า ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 จะมีความเสี่ยงสูงกว่า 10 เท่าของการติดเชื้อและมีโอกาสเสียงชีวิตมากกว่า 20 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสและได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก CDC ที่ได้ใช้ตลอดทั้งเดือนตุลาคมเพื่อการประเมินพบว่า ช่องว่างในความเสี่ยงระหว่างกลุ่มที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนโควิด-19 และกลุ่มที่ได้รับเข็มกระตุ้นนั้นสูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนและกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสเสียอีก


