เอเจนซีส์ - ซาอีฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี (Saif al-Islam Gaddafi) บุตรชายอดีตผู้นำเผด็จการลิเบีย โมอัมมาร์ กัดดาฟี ประกาศเปิดตัวในวันอาทิตย์(14 พ.ย)ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีลิเบียที่กำลังจะมีการเลือกตั้งทางตรงเป็นครั้งแรกในเดือนหน้าหลังจากหายหน้าจากสาธารณะมานานร่วมสิบปี
อัลญะซีเราะฮ์ สื่อกาตาร์ รายงานเมื่อวานนี้(14 พ.ย)ว่า ซาอีฟ อัล-อิสลาม (Saif al-Islam Gaddafi) บุตรชายอดีตผู้นำเผด็จการลิเบีย โมอัมมาร์ กัดดาฟี ได้ลงทะเบียนในฐานะผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีลิเบียที่กำลังจะมีการจัดการเลือกตั้งทางตรงเป็นครั้งแรกของประเทศในวันที่ 24 ธ.คที่จะถึง เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการเลือกตั้งระดับสูงลิเบียกล่าว
“ซาอีฟ อัล-อิสลาม ได้ยื่นใบสมัคร..ในฐานะผู้สมัครลงชิงเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีต่อสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งระดับสูงลิเบีย(High National Electoral Commission)ที่เมืองซาบา(Sabha)ทางใต้” อ้างอิงจากแถลงการณ์ของคณะกรรมการเลือกตั้งระดับสูงลิเบียที่ออกมาในวันอาทิตย์(14)
ทั้งนี้พบว่าบุตรชายกัดดาฟีที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน( London School of Economics) หรือ LSE ชื่อดังและสามารถตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วหลบซ่อนตัวจากสาธารณะมานานร่วมสิบปีคาดว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้สมัครคนสำคัญของการเลือกตั้งประธานาธิบดีลิเบียครั้งนี้
สื่อกาตาร์ชี้ว่า ผู้สมัครอื่นที่มีชื่อเสียงได้แก่ นายพล คาลีฟา ฮัฟตาร์ (Khalifa Haftar) ผู้นำกองกำลังจากภาคตะวันออกลิเบีย นายกรัฐมนตรีลิเบีย อับดุล ฮามิด บีเบห์( Abdul Hamid Dbeibah) และประธานสภาลิเบีย อากีลา ซาเลฮ์ (Aguila Saleh)
โดยภาพที่เปิดเผยไปทั่วทางโลกโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่าบุตรชายของกัดดาฟีที่มีหนวดเครายาวสีเทาและสวมแว่นสายตาอยู่ในชุดประจำชาติสีน้ำตาลกำลังลงนามในเอกสารที่ศูนย์ลงทะเบียนในเมืองซาบาวานนี้(14)
ซึ่งถึงแม้ว่าประชาชนลิเบียจะสนับสนุนกลุ่มปีกฝักฝ่ายของลิเบียและกลุ่มอำนาจต่างชาติในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ธ.ค ซึ่งในการประชุมสำคัญที่กรุงปารีสเมื่อวันศุกร์(12) มีมติลงโทษคว่ำบาตรต่อผู้ที่ทำให้เกิดการติดขัดหรือขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ยังไม่มีข้อตกลงสำหรับกฎเกณฑ์ในการกำกับผู้ที่สามารถจะลงรับสมัครเลือกตั้ง
อัลญะซีเราะฮ์ชี้ว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีลิเบียแบบทางตรงนี่ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในกระบวนการสันติภาพขององค์การสหประชาชาติเพื่อยุติความสับสนอย่างรุนแรงที่นำมาสู่อำนาจระดับภูมิภาคนับตั้งแต่ปี 2011 ที่นาโตให้การสนับสนุนการลุกขึ้นของประชาชนลิเบียเพื่อต่อต้านต่ออดีตประธานาธิบดีเผด็จการ โมอัมมาร์ กัดดาฟี
ทั้งนี้พบว่ายุคสมัยของกัดดาฟียังคงอยู่ในความทรงจำของประชาชนลิเบียจำนวนมากในฐานะผู้นำเผด็จการที่ป่าเถื่อน ขณะที่ซาอีฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี และอดีตคนสำคัญคนอื่นๆของอดีตรัฐบาลลิเบียนั้นได้ออกมาจากอำนาจมานานแล้ว พวกเขาอาจจะพบว่าเป็นเรื่องยากในการหาผู้สนับสนุนให้ได้มากเท่ากับคู่แข่งที่เป็นตัวเก็ง
และในหลายคนในลิเบียบุตรชายกัดดาฟียังคงเป็นเสมือนโค๊ดลับและเขาพ้นจากสายตาสาธารณะมานานร่วมสิบปีนับตั้งแต่ถูกจับกุมโดยนักรบจากเมืองซินตาน(Zintan)ซึ่งมีพื้นที่เป็นเขตภูเขาเมื่อปี 2011
โดยก่อนหน้าในปีนี้บุตรชายของกัดดาฟีได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯ แต่ยังไม่เคยปรากฎตัวต่อสาธารณะและพูดจาโดยตรงกับชาวลิเบีย
อย่างไรก็ตาม อิบราฮิม เฟรฮัต( Ibrahim Fraihat) รองศาสตราจารย์ด้านแก้ปัญหาความขัดแย้งที่สถาบันโดฮา (Doha Institute) ชี้ว่า บุตรชายกัดดาฟีมีเสียงสนับสนุนในกลุ่มที่ยังคงจงรักภักดีต่ออดีตรัฐบาลลิเบียและต่อกองกำลังชนเผ่า แต่ทว่าเขาไม่คิดว่า ซาอีฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟีจะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และเชื่อว่านี่เป็นแค่การส่งสัญญาณทางการเมืองว่าเขากลับเข้าสู่แวดวงการเมืองลิเบียแล้วและสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งโดยที่ไม่ต้องสนใจการติดตามตัวของศาลอาญาระหว่างประเทศ ICC ที่ต้องการให้ส่งตัวเขาไปขึ้นศาลที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์


