พนักงานขับรถไฟญี่ปุ่นรายหนึ่งตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัท หลังถูกลงโทษหักเงินเดือน 56 เยน (ประมาณ 16 บาท) เนื่องจากทำให้รถไฟช้าไป 1 นาที
บริษัท Japan Railway Company ฝั่งตะวันตก หรือ JR West ได้ลงโทษหักเงินเดือนพนักงานขับรถรายนี้ สืบเนื่องจากความล่าช้าที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ปี 2020 โดยให้เหตุผลว่าเวลา 1 นาทีที่ขาดหายไปนั้น “ไม่มีการทำงาน”
เว็บไซต์ข่าว Soranews24 รายงานว่า วันเกิดเหตุพนักงานรายนี้มีหน้าที่ขับรถไฟเปล่าไปยังสถานีโอคายามา (Okayama) ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยต้องสับเปลี่ยนเวรกับพนักงานขับรถอีกคนหนึ่ง แต่ดันไปยืนรอผิดชานชาลา ทำให้การเปลี่ยนเวรล่าช้าไป 2 นาที และสุดท้ายรถไฟขบวนนี้ต้องออกช้ากว่าที่กำหนด 1 นาที และไปถึงโรงเก็บช้า 1 นาที
ตอนแรก JR West ได้หักเงินเดือนพนักงานรายนี้ 85 เยน โดยให้เหตุผลว่าช่วงเวลาเปลี่ยนเวรที่หายไป 2 นาทีนั้นไม่มีการทำงาน ก่อนจะยอมลดเงินที่หักเหลือแค่ 1 นาที หลังจากที่เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานประจำจังหวัดโอคายามา
สุดท้ายพนักงานคนนี้ก็ยังไม่ยอม และได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงโอคายามาเมื่อเดือน มี.ค. โดยอ้างว่าถูก JR West ลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากความล่าช้านั้นไม่ได้ก่อความเสียหายต่อบริษัท และไม่กระทบต่อตารางการเดินรถของรถไฟขบวนอื่น
เขาเรียกร้องให้บริษัทจ่ายคืนค่าแรง 43 เยนที่ถูกหักจากความล่าช้า 1 นาที, บวกกับอีก 13 เยนที่เป็น “ค่าล่วงเวลา” และค่าเยียวยาความเสียหายทางจิตใจอีก 2.2 ล้านเยน (635,000 บาท) ด้วย
เรื่องนี้ยังทำให้บรรดาชาวเน็ตออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นใจพนักงานขับรถไฟ
“ทุกคนทำผิดพลาดกันได้ บริษัทไม่ควรหักเงินเดือนถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆ ถ้านี่กลายเป็นเรื่องปกติ ต่อไปลูกจ้างในอุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่ต้องโดนหักเงินกันไปหมดหรือ?” ชาวเน็ตคนหนึ่งตั้งคำถาม
“ว่ากันว่า ถ้าพนักงานทำให้รถไฟช้าไป 1 นาที จะถูกลงโทษราวกับเป็นตัวการทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยล่ะ”
“เวลาจะหักเงินเดือนพนักงาน 1 นาทีทำได้ แล้วทำไมไม่ยอมจ่ายค่าล่วงเวลา 1 นาทีด้วยล่ะ?”
ระบบรถไฟของญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของการตรงต่อเวลาอย่างมาก และเมื่อปี 2017 บริษัทรถไฟแห่งหนึ่งถึงกับต้องแถลง “ขออภัย” หลังมีรถไฟขบวนหนึ่งออกจากสถานีก่อนเวลาไป 20 วินาที
ทั้งนี้ หากมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้รถไฟช้าเกินกว่า 5 นาที ผู้โดยสารสามารถขอเอกสารรับรองการมาสายจากทางสถานีได้ด้วย
ที่มา: Soranews24, BBC


