รายงานลับขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยกลุ่มตอลิบานพยายามสืบหาว่าชาวอัฟกันคนใดบ้างที่เคยทำงานให้สหรัฐฯ และกองกำลังนาโต ทั้งที่ออกมาประกาศแล้วว่าจะ “อภัยโทษ” และไม่ไล่เบี้ยเอาผิดฝ่ายตรงข้าม
รายงานซึ่งจัดทำโดยคณะที่ปรึกษาฝ่ายประเมินภัยคุกคามของยูเอ็น ระบุว่า ตอลิบานมีรายชื่อ “บุคคลเป้าหมายลำดับต้นๆ” ที่พวกเขาต้องการตัว โดยกลุ่มเสี่ยงสูงสุดก็คือผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่สำคัญๆ ในกองทัพ ตำรวจ หรือหน่วยข่าวกรองของอัฟกานิสถาน
เอกสารฉบับนี้ยังอ้างว่าตอลิบานส่งคนไปตรวจค้นบ้านเรือนของบุคคลที่พวกเขาหมายหัว รวมถึงสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ยังคัดกรองพลเรือนที่จะมุ่งหน้าไปยังสนามบินคาบูล และตั้งด่านตรวจตามเมืองใหญ่ๆ เช่น คาบูล และจาลาลาบัด เป็นต้น
“พวกเขากำลังเล่นงานครอบครัวของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ยอมเข้ามอบตัว และลงโทษคนเหล่านี้ตามหลักกฎหมายชารีอะห์” คริสเตียน เนลล์มานน์ ผู้อำนวยการ Norwegian Center for Global Analyses ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่ทำหน้าที่รวบรวมข่าวกรองให้หน่วยงานของยูเอ็น ระบุ
“ผู้ที่เคยทำงานให้กองทัพสหรัฐฯ/นาโตและพันธมิตรตะวันตก รวมไปถึงครอบครัวของบุคคลเหล่านี้เสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อการทรมานและการประหารชีวิต ซึ่งจะบั่นทอนประสิทธิภาพและเครือข่ายข่าวกรองของตะวันตก ตลอดจนวิธีการและความสามารถในการต่อต้านตอลิบาน กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) หรือภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ในอนาคต”
รายงานฉบับนี้เผยด้วยว่า ตอลิบานมีการรับสมัคร “กลุ่มผู้ให้ข้อมูลใหม่” ที่ยินดีทำงานกับพวกเขา และล่าตัวบุคคลเป้าหมายด้วยการสืบผ่านมัสยิด และพวกนายหน้าเงินทุน (money brokers)
Norwegian Center for Global Analyses ยังได้เผยแพร่จดหมายลงวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งตอลิบานส่งไปถึงบุคคลคนหนึ่งที่เคยทำงานด้านต่อต้านก่อการร้ายให้รัฐบาลอัฟกานิสถาน โดยเนื้อหาในจดหมายสั่งให้บุคคลดังกล่าวรายงาน “ลักษณะงานที่เคยทำ และความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับชาวอังกฤษและชาวอเมริกัน”
“หากคุณไม่รายงานต่อคณะกรรมาธิการ สมาชิกในครอบครัวคุณจะถูกจับแทน และทั้งหมดเป็นความผิดของคุณเอง คุณและครอบครัวจะต้องถูกลงโทษตามหลักกฎหมายชารีอะห์”
ศูนย์แห่งนี้ยังเตือนว่า ตอลิบานอาจจับกุมชาวตะวันตกหรือบุคลากรต่างชาติที่ยังหลงเหลืออยู่ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ หากว่าคนเหล่านี้กล้าวิพากษ์วิจารณ์พวกเขา
โฆษกยูเอ็นยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้
ที่มา : เอเอฟพี